ไลฟ์สไตล์

วิจัยพบปลูกฝังกตัญญูเชิงพุทธแก้เด็กไร้คุณธรรมได้

วิจัยพบปลูกฝังกตัญญูเชิงพุทธแก้เด็กไร้คุณธรรมได้

15 ม.ค. 2559

ผลวิจัยพบกระบวนการปลูกฝังความกตัญญูกตเวทีเชิงพุทธ แก้ปัญหาความบกพร่องทางคุณธรรมจริยธรรมของเยาวชนได้

            15ม.ค.2559 ดร.พุทธชาติ แผนสมบุญ อาจารย์ประจำหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพุทธจิตวิทยา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เปิดเผยว่า สังคมไทยกำลังประสบปัญหาความเสื่อมโทรมด้านคุณธรรมจริยธรรมอย่างรุนแรง  และนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น อาทิ  การคอร์รัปชั่นในทุกกลุ่มอาชีพ  ความก้าวร้าวทั้งในกลุ่มเด็กเยาวชนและผู้ใหญ่  การติดยาเสพติด ซึ่งระบาดเข้าไปในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น 

            ปัญหายุวชนอาชญากรรมที่มากขึ้นทั้งทางปริมาณระดับความ รุนแรงและอายุของผู้กระทำผิดที่มีอายุน้อยลงเป็นลำดับ ปัญหาเด็กมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ติดเพื่อน(มั่วสุม)  ใช้อินเตอร์เน็ตไม่เหมาะสม เสพสื่อไม่สร้างสรรค์ ไม่สนใจเรียน ไม่มีจิตสาธารณะ ไม่รู้จักหน้าที่ของตนเอง เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องของจริยธรรมคุณธรรมด้านความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีและสังคม ขาดการปลูกฝังจิตสำนึกและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ดังปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจในกระบวนการปลูกฝังความกตัญญูกตเวทีว่ามีกระบวนการเป็นอย่างไร และมีปัจจัยอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องต่อการปลูกฝังความกตัญญูกตเวทีแก่เยาวชน เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาความบกพร่องด้านความกตัญญูกตเวทีแก่เยาวชนต่อไป

            การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research หรือ PAR) โดยใช้เทคนิค การสนทนากลุ่ม สัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม โดยมีรูปแบบของการวิจัยเป็นการแสวงหาข้อมูล ด้วยการ วางแผน การกระทำ การสังเกต และการสะท้อนปัญหาจากการสะท้อนการปฎิบัติที่กระทำร่วมกันของผู้มีส่วนร่วมในสถานการณ์ เพื่อปรับปรุงพฤติกรรมของตนเอง ในการปฏิบัติตนต่อครอบครัว โรงเรียน และต่อสิ่งแวดล้อมและสถาบัน อย่างมีเหตุผลและถูกต้องตามความเป็นจริง โดยใช้เทคนิคการจัดสนทนากลุ่ม (Focus group) การอภิปรายกลุ่ม (group discussion)

            ผลการวิจัยพบว่า ก่อนที่นักเรียนเข้าสู่กระบวนการปลูกฝังความกตัญญูกตเวที นักเรียนมีระดับความกตัญญูกตเวที โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๓.๕๑ และหลังเข้าสู่กระบวนการ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ ๓.๙๘ โดยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ กระบวนการปลูกฝังความกตัญญูกตเวทีที่ได้มี ๔ วงจร ดังนี้ วงจรที่ ๑ “จุดเริ่มต้น”วงจรที่ ๒ “เปลี่ยนแปลงวิธีคิด” วงจรที่ ๓ “ลงมือกระทำ” และ วงจรที่ ๔ “ปลูกฝังความดี”

            โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ (๑) เริ่มต้นด้วยการปรับฐานคิด นักเรียนสามารถบอกถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จะแสดงความกตัญญูกตเวที และให้ความสำคัญกับบุคคลที่ทำประโยชน์ให้กับสิ่งที่ตนเองให้ความสำคัญ (๒) นำสู่การคิดทำโครงการ ผู้วิจัยจัดสรรโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการคิดแบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรม เรียนรู้เรื่องเหตุดี-ผลดี โดยผ่านกระบวนการลงมือปฏิบัติจริงด้วยกิจกรรม  ซึ่งในกระบวนการนี้นักเรียนได้เรียนรู้การกิจกรรมร่วมกัน และได้เรียนรู้เหตุดีย่อมก่อให้เกิดผลดี (๓) ลงมือปฏิบัติตามโครงการที่คิดไว้ เป็นการถ่ายโอนความกตัญญูกตเวทีต่อบุคคลที่นักเรียนได้สัมผัสโดยตรง เช่น พ่อแม่ ครู ไปสู่สิ่งที่เป็นนามธรรม หรือโรงเรียน ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนสามารถที่จะแสดงพฤติกรรมการแสดงความกตัญญูกตเวทีแก่โรงเรียนได้ โดยกระทำผ่านโครงงาน โดยแรงเสริมในวงจรนี้ได้มาจากการกระทำของนักเรียนเองที่ย้อนกลับมาเป็นผลให้นำเรียนเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง จนสามารถกลายเป็นแรงจูงใจภายในที่ผลักดันให้นักเรียนแสดงพฤติกรรม และทำโครงงานจนเป็นผลสำเร็จ ดังนั้น แม้ในวงจรนี้จะไม่มีคำชมจากครู เป็นแรงเสริมให้นักเรียนได้ดำเนินการกิจกรรม แต่นักเรียนสามารถแสดงพฤติกรรมกตัญญูกตเวทีต่อโรงเรียนผ่านกระบวนการโครงงาน โดยมีผลงานและผลสัมฤทธิ์จากโครงงานเป็นแรงเสริม เป็นการเปลี่ยนจากแรงเสริมภายนอก คือ คำชม หรือรางวัล มาเป็นแรงเสริมจากภายในตัวนักเรียนเอง ที่เกิดจากความภาคภูมิใจในตนเองเป็นแรงเสริมผลักดันให้ทำกิจกรรมต่อไป (๔) วัดผลความสำเร็จที่ได้การวัดผลทำการวัดผล ๓ ด้าน (๑) คือ การแสดงความรู้สึก ทัศนคติ และเจตคติที่เปลี่ยนแปลง (inside ด้านจิตใจ) (๒) การที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง (outside ด้านพฤติกรรม) (๓) ผลสัมฤทธิ์ของโครงงาน

            นอกจากนี้มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ๘ ประการ ได้แก่ความเข้าใจเกี่ยวกับ (๑) ความกตัญญูกตเวที (๒) พฤติกรรมต้นแบบ (๓) แรงจูงใจ (๔) การตระหนักรู้ (๕) วิธีคิดแบบอุบายเร้าคุณธรรม (๖) กัลยาณมิตร (๗) บรรยากาศในการทำกระบวนการ (๘) การให้แรงเสริม

            ข้อค้นพบที่น่าสนใจของการวิจัยครั้งนี้ กล่าวคือ เด็กที่เข้าร่วมวิจัยมีพัฒนาการในการปรับเปลี่ยนทัศนคติ พฤติกรรม และเกิดความเข้าใจเรื่องความกตัญญูกตเวทีในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในกระบวนการวิจัยที่ได้ออกแบบมีบรรยากาศที่เหมาะสม มีผู้วิจัยและคณาจารย์เป็นกัลยาณมิตร คอยชี้แนะส่งเสริม ตลอดกระบวนการ นอกจากนี้การปลูกฝังความกตัญญูกตเวทีโดยผ่านกระบวนการและบริบทเชิงพระพุทธศาสนา มีผลกระตุ้นให้นักเรียนมีพัฒนาการทางด้านคุณธรรมจริยธรรมมากกว่าในช่วงวัย คือสามารถคิดทำประโยชน์เพื่อสังคมได้ดังนั้นหากมีการจัดกระบวนการการปลูกฝังที่เหมาะสม จะช่วยกระตุ้นให้พัฒนาการทางจริยธรรมให้เกิดเร็วขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการกระทำเพื่อสังคม ตามทฤษฎีของโคลเบอร์กกล่าวว่าการจะมีพัฒนาการในระดับสังคมได้นั้นต้องมีช่วงวัยที่สูงขึ้น เป็นจริยธรรมระดับเหนือกฏเกณฑ์ ซึ่งโดยปกติจะพัฒนามาถึงระดับนี้หลังจากอายุ ๒๐ ปี และมีจำนวนไม่มากนัก

            ดังนั้นหากมีการจัดกระบวนการเชิงพุทธ และมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ๘ ประการดังกล่าวโดยเฉพาะการมีกัลยาณมิตรที่ดี และกระทำภายใต้บรรยากาศให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นและความสามารถของตนอย่างอิสระ เป็นการกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการทางด้านการพัฒนาระดับคุณธรรมในขั้นที่สูงขึ้นได้ ซึ่งทัศนะนี้สอดคล้องหลักการของพระพุทธศาสนากล่าวว่า บุคคลสามารถฝึกได้โดยไม่จำกัดช่วงวัย และสอดคล้องกับแนวคิดของเดชพระคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) ที่กล่าวว่า ระบบการศึกษาที่สมบูรณ์ จะต้องมีองค์ประกอบพร้อมทั้งศีล สมาธิ และปัญญา โดยกระบวนการปลูกฝังเยาวชน โดยการมีส่วนร่วมนี้เป็นกระบวนการสร้างปัญญา และ นำไปสู่ความเข้าใจชีวิตสภาพแวดล้อม และเป็นไปเพื่อความดำรงอยู่ด้วยดีร่วมกันในสังคม