
กมธ.สภาฯตั้งแท่นชงรัฐสภา-ประชาชน2หมื่นชื่อถอดถอนกสทช.
กมธ.สภาฯตั้งแท่นชงรัฐสภา-ประชาชน 2 หมื่นชื่อถอดถอน กสทช.บริหารงานไร้ประสิทธิภาพ เชื่อกระทุ้งไม่ให้กก.เกียร์ว่าง
คณะอนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้จัดเสวนาเรื่อง “ แนวทางหรือมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภค ในกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ”
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ กล่าวถึงพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวว่า ขณะนี้สภาฯได้พิจารณาดำเนินการคืบหน้ากว่า 50% แล้วโดยปรับปรุงใน 6 เรื่องหลักๆคือ 1. กรณีแนวคิดเรื่องความเป็นอิสระขององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ได้ปรับปรุงให้ต้องเป็นหน่วยงานอิสระ ไม่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล เพียงแต่การทำแผนให้คำนึงถึงแนวนโยบายของรัฐที่ให้ไว้ต่อสภา และต้องพร้อมรับผิดชอบต่อรัฐสภาฯด้วย โดยสภาฯสามารถถอดถอนได้
2. ปรับปรุงกระบวนการให้ได้มาซึ่งตัวกรรมการกสทช. เพราะขณะนี้ผ่านไปเกือบ 10 ปียังไม่สามารถสรรหากทช.ได้สำเร็จ คณะกรรมาธิการฯจึงได้ปรับปรุงว่าเมื่อกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่บังคับใช้ จะต้องดำเนินการให้ได้มาซึ่งกสทช.โดยไม่ชักช้า ซึ่งโจทย์ที่ตั้งไว้จะไม่ให้ความสำคัญกับตัวผู้สรรหาทั้งหมด แต่จะเน้นให้ครอบคลุมสาขาที่มีความสำคัญในการดำเนินการมากกว่า
3. การรับผิดชอบขององค์กร กสทช.ที่ปัจจุบันไม่มีกลไกในการประเมินผล กทช. ทำให้มีการใช้งบประมาณไปในทางไม่ถูกต้อง อาทิ คณะกรรมการ กทช.ยกขบวนไปดูงานต่างประเทศ หรือการลงโฆษณาในสื่อมวลชนทุกแขนงตลอดหนึ่งสัปดาห์เพียงแค่ประชาสัมพันธ์เรื่องการลงนามกับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเท่านั้น ต่อไปนี้จะต้องมีความพร้อมรับผิดของ กสทช.ด้วย โดยส.ส.และส.ว.และประชาชน 2 หมื่นคนสามารถยื่นถอดถอน กสทช.เป็นรายบุคคลและทั้งคณะได้เชื่อว่าจะเป็นพลังขับเคลื่อนในการคุ้มครองผู้บริโภคได้
4 . ปรับปรุงเรื่องความโปร่งใส โดยระบุให้ในการลงมติใดๆจะต้องเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบ 5. พยายามลดดุลพินิจของกสทช.อาทิในการกำหนดค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต และ 6. เรื่องกองทุน ที่จะแยกประเภทรายได้ที่เข้ากสทช.และรายได้ที่เข้าโดยตรงสู่รัฐ
ด้านนายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผอ.สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม(สบท.) กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่ามีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์บ้าน และอินเตอร์เน็ต อยู่ในปริมาณที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้บริโภค โดยเฉพาะกรณีผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนจากเอสเอ็มเอสทางโทรศัพท์มือถือ 50% ล้วนประสบปัญหาแต่ไม่ร้องเรียน ขณะที่เอสเอ็มเอสในลักษณะการพนัน และคลิปภาพต่างๆที่ไม่เหมาะสมล้วนส่งถึงมือโดยตรงต่อเยาวชนและผู้บริโภค จุดนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาควบคุม
พล.ต.ต.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา อนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า น่าเสียดายที่กทช.ยังไม่สามารถบริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กฎหมายให้อำนาจรัฐ มีอำนาจเหนือเอกชนในการปรับปรุงสัญญาต่างๆ แต่ปัจจุบันกทช.กลับไม่ยอมดำเนินการใดๆ ทั้งที่มีอำนาจอยู่ในมือในการตรวจสอบและดูแลคุ้มครองผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการโทรคมนาคม



