
'ไพบูลย์'เมินมส.ถกลับตั้งสังฆราช
12 ม.ค. 2559
'ไพบูลย์' เมิน มส.ถกลับเสนอชื่อ 'สังฆราช' เชื่อ 'ประยุทธ์' ไม่รีบนำขึ้นทูลเกล้าฯ 'สุวพันธุ์' ไม่ทราบมติแต่งตั้ง พศ.ชี้สุดท้ายเป็นพระราชอำนาจ-พระบรมราชวินิจฉัย
12 ม.ค. 59 นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และแนวร่วมเครือข่ายปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า มหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีการประชุมวาระลับพิเศษเฉพาะกรรมการ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้เสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (มหานิกาย) ซึ่งเป็นพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าเป็นสมเด็จพระสังฆราช ว่า การพิจารณาเสนอชื่อพระราชาคณะเพื่อนำขึ้นทูลเกล้านั้น จะประชุมลับไม่ได้ ต้องเปิดเผยเป็นทางการ และเสนอเรื่องผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ซึ่งขณะนี้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้รับเรื่อง นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้รับ ก็เป็นไปตามนี้ เราจึงไม่กังวลกับการประชุมลับดังกล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวว่า สาเหตุที่คัดค้านการแต่งตั้ง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากมีคดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางพระธรรมวินัย และถูกกล่าวหาว่ามีความผิดทางกฎหมายจากการช่วยเหลือ พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย ทำให้ไม่ต้องปาราชิก ซึ่งยังไม่เคลียร์ให้เรียบร้อยก่อน จะดำเนินการต่อไม่ได้ จะเป็นพระราชภาระ ส่วนตัวเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นคนจงรักภักดีเป็นที่สุด จะไม่รีบนำชื่อพระราชาคณะขึ้นทูลเกล้าให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทอย่างแน่นอน
นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางกลุ่มของตนยังติดตามความคืบหน้าอีก 2 เรื่อง ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินการแล้ว คือ 1. คดีรถหรูจดประกอบ ที่พบว่ามีชื่อของ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เป็นหนึ่งในผู้ที่มีชื่อครอบครอง และ 2. การที่ดีเอสไอได้มีมติว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงใช้พระอำนาจวินิจฉัยลงโทษพระธัมมชโย ให้ต้องอาบัติปาราชิก ด้วยข้อหายักยอกทรัพย์และอวดอุตริมนุสธรรม และได้ทำหนังสือถึง มส.ให้พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกแล้ว ซึ่งจะดูว่าจะมีการดำเนินการหรือไม่
'สุวพันธุ์' ไม่ทราบมติแต่งตั้ง
เมื่อเวลา 13.50 น. นายสุวพันธุ์ ในฐานะกำกับดูแล พศ. กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีที่มีข่าวว่า มส.มีการประชุมลับ และมีมติเอกฉันท์เสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ว่า เท่าที่ทราบ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา มส.มีการประชุมวาระพิเศษ แต่ไม่ทราบว่ามีประชุมเรื่องอะไร หรือวาระอะไรบ้าง ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้รับเรื่องอะไรจาก มส. และหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ยืนยันว่า รัฐบาลยังไม่ได้รับเอกสารอะไรจาก มส. และไม่ทราบว่า มส.มีมติแต่งตั้งในวันที่ 11 ม.ค.ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
พศ.ชี้สุดท้ายเป็นพระราชอำนาจ และพระบรมราชวินิจฉัย
นายชัยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการ พศ. กล่าวถึงกรณีที่ มส.มีการประชุมลับนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา และมีกระแสข่าวว่า มส.มีมติเสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ว่า มส.ยังไม่ส่งรายชื่อผู้ที่ มส.เห็นชอบให้ทูลเกล้าสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ต่อไปมาให้ทาง พศ. รวมถึงไม่ได้แจ้งเรื่องใดๆ มา เพราะฉะนั้น พศ.จึงยังตอบคำถามใดๆ ไม่ได้ เพราะ พศ.ไม่ได้อยู่ในการประชุมนัดพิเศษ และก็ไม่รู้ว่าในที่ประชุม มส.ได้พูดคุยในเรื่องใดบ้าง
ทั้งนี้ โดยปกติการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงการแต่งตั้งสมณศักดิ์ จะเป็นประชุมลับของทาง มส. ไม่อยู่วาระในการประชุมปกติ และไม่แจ้งทาง พศ.ด้วย ทาง มส.ก็นัดประชุมลับหารือเรื่องนี้กันเอง โดยไม่ให้คนนอกเข้าร่วม เพราะการคัดเลือกสมเด็จพระสังฆราช หรือการเลื่อนชั้นสมณศักดิ์ให้รูปใดนั้น กรรมการ มส.จะต้องแสดงความเห็น ให้เหตุผลต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ทาง มส.จะประชุมกันเอง โดยทาง พศ.จะสามารถยืนยันได้ว่า มส.ลงความเห็นเสนอรายชื่อสมเด็จพระสังฆราชองค์ต่อไป ก็ต่อเมื่อรายชื่อดังกล่าวส่งถึงมือ พศ.แล้วเท่านั้น และจริงๆ แล้วการคัดเลือกสมเด็จพระสังฆราชของ มส.นั้น จะไม่ใช้คำว่าลงมติ แต่จะเป็นความเห็นชอบ เป็นหนึ่งเดียวของ มส. โดยทาง มส.จะพูดคุยกันจนคณะกรรมการ มส.ทุกรูปเห็นตรงกันแล้วจึงจะมีรายชื่อออกมา
นายชัยพล กล่าวต่อว่า หลังจาก มส.แจ้งรายชื่อมาทาง พศ.แล้ว พศ.ก็จะทำหน้าที่เหมือนบุรุษไปรษณีย์ นำรายชื่อดังกล่าวเพียงรายชื่อเดียว เสนอให้นายกฯ แล้วนายกฯ ก็จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ โดยนายกฯ ไม่มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายชื่อ เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่า ให้นายกฯ นำเสนอรายชื่อที่ มส.ให้ความเห็นชอบแล้วขึ้นไปทูลเกล้าฯ จะไปเสนอรายชื่ออื่นที่ มส.ไม่ได้ให้ความเห็นชอบนั้นไม่ได้ แต่สุดท้ายก็เป็นพระราชอำนาจที่จะทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยลงมา
ทั้งนี้ ในส่วนของมาตรา 7 วรรค 3 ที่กำหนดไว้ว่า หากสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้เสนอรายชื่อองค์ที่มีอาวุโสถัดมานั้น ยืนยันว่า อำนาจการพิจารณาตรงนี้ก็เป็นอำนาจของ มส.เช่นกัน มส.จะพิจารณาเองว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ หากเห็นว่าไม่ได้ มส.ก็จะเสนอรายชื่อองค์ที่อาวุโสถัดไปที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้



