ไลฟ์สไตล์

'มส.'ไม่มีวาระพิจารณา'สังฆราช'

'มส.'ไม่มีวาระพิจารณา'สังฆราช'

11 ม.ค. 2559

มส.ไม่มีวาระพิจารณา 'สังฆราชองค์ใหม่' พศ.รับมีประชุมลับนัดพิเศษจริง แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร 'วิษณุ' ชี้ เรื่องละเอียดอ่อน วอนกลุ่มต้านอย่าเคลื่อนไหวจนขัดแย้ง

 
                      11 ม.ค. 59  เมื่อเวลา 12.30 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม หน้าห้องประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรอำเภอพุทธมณฑล สถานีตำรวจภูธรอำเภอสามพราน และสถานีตำรวจภูธรตำบลโพธิ์แก้ว กว่า 30 นาย และเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 10 นาย คอยอำนวยความสะดวกดูแลความเรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชนจำนวนมากเดินทางมารอทำข่าวการประชุม มส.
 
                      จากนั้นเวลา 12.50 น. มีพระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์ จ.นครปฐม พร้อมพระสงฆ์ในสังกัดเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 14 ทยอยเดินทางมาที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อให้กำลังใจสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม (พุทธะอิสระ) เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม จะเดินทางมายื่นหนังสือต่อ นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการ พศ. เพื่อคัดค้านการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แต่งตั้งเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 
 
                      ต่อมาเวลา 13.00 น. นายเสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) และภาคีเครือข่าย เข้ายื่นหนังสือต่อนายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการ พศ. เพื่อเสนอให้มหาเถรสมาคม (มส.) และ พศ. ยึดข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 เป็นหลัก ในการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความสับสน และเพื่อป้องกันความขัดแย้งแตกแยกในสังคม
 
                      นายเสถียร กล่าวว่า เนื่องจากการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชเป็นเรื่องของคณะสงฆ์ ที่ยึดตามมติของ มส. เมื่อ มส.เสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะรูปใดต้องยึดตาม จึงขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นไว้ก่อน เพราะขณะนี้ขั้นตอนการเสนอแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชกำลังเดิน จึงไม่อยากให้ความเห็นแตกต่างกลายเป็นความขัดแย้ง ทำให้เกิดความเสื่อมเสียกับพระพุทธศาสนาและสังคมไทย
 
                      นอกจากนี้เรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เป็นเรื่องภายในของศาสนจักร ซึ่งมีหลักกฎหมายตราไว้อยู่ และเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ ข้อใดๆ ที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง เช่น การที่มีกลุ่มบุคคลไปเรียกร้องกำหนดคุณสมบัติของสมเด็จพระสังฆราช จะเข้าข่ายก้าวก่ายองค์กรสงฆ์ และส่งผลให้คฤหัสถ์ขัดแย้งกันเอง
 
                      "ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้มาสนับสนุนฝ่ายไหน แต่มาสนับสนุนให้การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชดำเนินตามข้อกฎหมาย ซึ่งตามหลัก มส.ต้องเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์เป็นอื่นไปมิได้ เมื่อ มส.มีมติรายชื่อเสนอแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช พศ.ในฐานะเลขาธิการ มส. มีหน้าที่นำเสนอมติ มส.ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป"
 
                      จากนั้นนายประดับ โพธิกาญจนวัตร รองโฆษก พศ. แถลงภายหลังการประชุม มส.ว่า ที่ประชุม มส.ไม่มีวาระการประชุมและไม่มีการหารือเรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช
 
                      ทั้งนี้ การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ต้องเป็นไปตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ ระบุไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่งในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม (มส.) เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช อย่างไรก็ตาม มาตรานี้ขึ้นอยู่กับการตีความ ซึ่งก็ไม่ทราบเจตนารมณ์ของกฎหมาย
 
                      "ส่วนกรณีที่ มส.มีการประชุมนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา และมีกระแสข่าวว่า มส.มีมติเสนอสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ทาง พศ.ทราบเพียงว่า มีการประชุมจริง แต่เป็นการประชุมลับ จึงไม่มีเจ้าหน้าที่ พศ.เข้าร่วมประชุมด้วย จึงไม่สามารถตอบได้ว่าการประชุมวันนั้นมีการเสนอชื่อตั้งสมเด็จพระสังฆราชหรือไม่ ในส่วนของ พศ.ก็ยังไม่ได้รับแจ้งจาก มส.ว่ามีมติเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราช"
 
                      นายประดับ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุม มส. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้ง สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ทั้งนี้ สมเด็จพระวันรัต ได้ลาออกจากตำแหน่งแม่กองธรรมสนามหลวง ที่ประชุม มส.จึงมีมติแต่งตั้ง พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นแม่กองธรรมสนามหลวง
 
 
 
'วิษณุ' ชี้ เรื่องละเอียดอ่อน วอนกลุ่มต้านอย่าเคลื่อนไหวจนขัดแย้ง
 
 
 
 
 
                      เมื่อเวลา 13.00 น. ทำเนียบรัฐบาล  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ว่า ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร ส่วนที่มีการวิจารณ์คำพูดของนายกฯ ลักษณะเหมือนว่านายกฯ ไปเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้น ความจริงไม่ใช่เลย แต่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เมื่อมีใครถามก็ต้องตอบอย่างนี้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการส่งรายชื่อมาที่รัฐบาลแต่อย่างใด
 
                      นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะเป็นเรื่องของการสถาปนาตำแหน่งสำคัญที่อยู่บนความเชื่อถือและศรัทธา การที่จะมาคุ้ยแคะอะไรกันก่อนจนกระทบต่อศรัทธาอีกฝ่ายจนเป็นชนวนขัดแย้งก็ต้องระวัง เพราะหากวันหนึ่งทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่พยายามออกแรงกันอยู่ก็จะเกิดปัญหาได้ ซึ่งการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชนั้น ต้องอาศัยทั้งกฎหมายและโบราณประเพณีที่สืบต่อกันมา
 
                      ผู้สื่อข่าวถามถึงการออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่อย่าเพิ่งไปคิดอะไรข้ามขั้นตอนจนเกินไป เพราะตามขั้นตอนแล้วจากมหาเถรสมาคม ก็มาถึงขั้นตอนของรัฐบาลและสุดท้ายขั้นตอนของราชสำนัก ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีการสถาปนาหรือไม่มีการสถาปนาพระสังฆราช หรือจะมีการรักษาการไปพลางก่อน ทั้งหมดนี้ต้องมีคำตอบทั้งสิ้น แต่ให้ถึงเวลาก่อน
 
                      "หากขอร้องได้ ถ้าเขาฟังนะ ก็อยากขอร้องกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวว่าอย่าทำอะไรจนกลายเป็นความขัดแย้ง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตอนนี้หนักถึงขนาดใช้คำหยาบคายกันแล้ว และสุดท้ายหากท่านเป็นขึ้นมาจริงๆ แล้วจะวางหน้ากันอย่างไร ดังนั้น ต้องระมัดระวัง ปัญหาเรื่องยางพารา เรื่องน้ำ ยังไม่ค่อยเท่าไหร่นัก แต่มาขัดแย้งกันเรื่องพระ มันคงไม่สวยงามสำหรับประเทศไทย ดังนั้น ขอยืนยันว่าถึงอย่างไรรัฐบาลก็คงต้องปฏิบัติตามกฎหมายและต้องปรึกษาหารือกับทางคณะสงฆ์ แต่จะบอกกับประชาชนแค่ไหน อย่างไร มันมีข้อที่ต้องระวังเหมือนกัน"
 
                      เมื่อถามว่า หากยังมีข้อขัดแย้งอยู่ ก็จะไม่มีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีใครพูดอย่างนั้น ในส่วนของรัฐบาล ไม่ว่าตำแหน่งใดก็ตาม ถ้ายังมีความขัดแย้ง ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำให้ชัดเจน ก่อนที่จะนำความกราบบังคมทูล
 
                      เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งในวงการศาสนาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าว อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องความขัดแย้ง และนำไปสู่ความไม่ปรองดองถือว่าเป็นปัญหาทั้งสิ้น ก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดสำหรับรัฐบาล ด้วยการสร้างความเข้าใจ แต่ถ้าไม่เข้าใจก็ต้องใช้กฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากยังไม่สามารถแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชได้ ก็ต้องใช้วิธีรักษาการไปก่อนเหมือนที่เคยปฏิบัติมา แต่คงไม่ใช่ให้รักษาการเป็นสิบๆ ปี ซึ่งต้องดูความเหมาะสมด้วย