
รสชาติออกแบบได้ ใน 'Sava Dining'
10 ม.ค. 2559
ชวนชิม : รสชาติออกแบบได้ ใน 'Sava Dining'
ออกตัวเบาๆ ว่าเป็นคนชอบ “กิน” แต่ไม่ได้ชอบทำอาหาร พอกินมากก็ยิ่งรู้มาก โดยเฉพาะของกินที่มาจากการปรับแต่งจากรสมือของคุณแม่ สมัยที่ยังเป็นเด็ก “หมู” พลพัฒน์ อัศวประภา เจ้าของแบรนด์แฟชั่น “อาซาว่า” จำได้ขึ้นใจมักติดสอยห้อยตามครอบครัวไปชิมร้านหรูหราที่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องนั่งโต๊ะ แต่รู้สึกว่าพีธีรีตรองมากมายนั้นกลับบั่นทอนรสชาติอาหาร เด็กน้อยเอ่ยปากให้พ่อแม่ห่อกลับบ้าน ตกดึกนึกหิวก็อ้อนแม่ให้แกะถุงอาหารจากร้านหรูใส่จาน แต่ความที่ซื้อมานานแล้วเกรงว่าจะไม่อร่อย แม่จึงนำมาปรับใหม่เติมนี่นั่นลงไปจนได้จานอร่อยของแม่ที่ไม่เหมือนใคร
นิสัยชอบกินชอบพลิกแพลงจึงติดตัวมาถึงวันนี้ จนมีโอกาสเปิดร้านอาหาร "Sava Dining (ซาว่า ไดนิ่ง)“ ของตัวเองราว 6 เดือนก่อน ถึงรู้อย่างลึกซึ้งว่าอาหารไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว แต่ก็ไม่ง่ายหากต้องการให้อร่อยจริงๆ จึงอาศัยทั้งการเป็นนักชิมและจิตวิญญาณของนักออกแบบเสื้อผ้ามาประยุกต์จานแล้วจานเล่าจนได้เมนูอาหารในแบบที่ทานได้บ่อยๆ เรื่อยๆ ไม่จำเพาะเจาะจงว่าเป็นสไตล์ชาติไหน เหมือนยกออกจากครัวที่บ้านพร้อมเครื่องปรุงที่มีความพิเศษอารมณ์ฟิวชั่น ที่สำคัญทุกอย่างในร้านคิดเอง ออกแบบเอง เลือกสรรเอง กว่า 80 รายการความอร่อยที่ลูกค้าต่างติดใจรสมือดีไซเนอร์คนดังก็อย่างจานเรียกน้ำย่อย “ขนมปังฝรั่งเศสหน้าแหนม” เป็นรสชาติฝรั่งผสมไทยที่ “หมู อาซาว่า” บอกว่าเหมือนเอาของที่ไม่เข้ากันอย่างแหนม ชีส ขนมปัง มาตบให้เป็นพวกเดียวกันและก็เข้ากันได้จริงๆ เสิร์ฟพร้อมถั่วลิสงคั่วสำหรับตัดความเลี่ยนของชีสนอกจากแหนมที่ออกรสเปรี้ยวทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว
อีกสำรับไทยๆ สำหรับการเพิ่มปริมาณน้ำย่อย “ยำเส้นปลาแห้ง” หน้าตาดูดีทีเดียว ปกติเส้นปลาธรรมดาใส่น้ำพริกเผา และถั่วงอก แต่อย่างที่บอกพอมาเป็นของดีไซเนอร์ไอเดียบรรเจิดก็ต้องเปลี่ยนจากถั่วงอกมาเป็นถั่วฝักยาวหั่นละม้ายก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ใส่ลูกชิ้นกุ้ง ลูกชิ้นปลา เพิ่มลูกเล่นให้หอมชวนกินด้วยกากหมูเจียวกระเทียม เสิร์ฟมาพร้อมหนังปลาทอด ก่อนทานคลุกเคล้าแล้วชิมรสอร่อยอย่าบอกใคร มาที่สปาเกตตีที่หลายคนโปรดปรานซึ่งหลายร้านประยุกต์ให้เป็นแบบนั้นแบบนี้สารพัด คราวนี้อยากให้ลอง “สปาเกตตีกะปิหมูฮ้อง” เจ้าของร้านการันตีขายดิบขายดีติดท็อปเท็นในเมนู เหมาะสำหรับคนชอบอาหารคบรสเพราะหวานด้วยหมูฮ้อง เค็มนิดด้วยกะปิ พริกเผ็ดนิดหน่อย บีบมะนาวเปรี้ยวๆ เคียงมากับรากบัวชุบแป้งทอด เป็นฟิวชั่นที่ต้องยกนิ้วให้แก่ความครีเอท
เช่นเดียวกับจานเส้นไทยๆ อย่าง “คาแปลินี่น้ำยาปู” หรือถ้าจะเรียกง่ายๆ ก็พาสต้าน้ำยาปูนั่นเอง แรงบันดาลใจมาจากขนมจีนน้ำยาปูที่คนกรุงโปรดปราน นำมาปรับใส่เส้นพาสต้าเส้นเล็กๆ ซึ่งก็ไม่ผิดกฎแถมเข้ากับเสียดิบดี สำคัญว่าเนื้อปูเป็นปูหวานมันกลมกล่อมจนแทบลืมวางช้อนกันทีเดียว ส่วนจานข้าวมีให้เลือกสารพัด ไม่ว่าจะเป็นข้าวต้มแห้งปลากะพง, ข้าวผัดปลาเค็มฮ่องกง, ข้าวหน้าเนื้อออสเตรเลียวากิวย่างแจ่ว ที่อุดมไปด้วยสมุนไพร และจานนี้ “ข้าวไข่ข้นครีมหอยเม่น” ได้แนวคิดจากข้าวไข่คนไหหลำบวกกับข้าวหน้าไข่ข้นญี่ปุ่น นำมาปรับเสริมกระบวนทัพใหม่ ตัวข้าวไม่แฉะโปะหน้าไข่ข้นเนื้อเนียนพร้อมไข่หอยเม่นโรยหน้าด้วยสาหร่ายอบแห้ง เคียงมากับขิงดองญี่ปุ่น และซอสแม็กกี้ที่เลือกยี่ห้อของฝรั่งเศส จานเดียวอยู่ท้อง
อย่ามั่วแต่หลงไปกับจานคาวที่ออกแบบรสชาติได้สนุกราวกับแฟชั่น ในส่วนของขนมหวานล้างปากก็คิดและสร้างสรรค์ได้แพ้กัน แฟนคลับลอดช่องแบบไทยๆ ได้รับประสบการณ์ใหม่แน่นอนกับลอดช่องที่เสิร์ฟมาพร้อมเกล็ดน้ำแข็งสีเขียวที่ทำจากเนื้อลอดช่องปั่นราดน้ำกะทิที่ไม่เน้นหวาน สาวๆ สมาชิกโลชูก้าน่าจะชอบ หรือจะเป็น “เฉาก๊วยราดไซรัปเก๋าลัดเชื่อม” ที่ความหวานได้จากน้ำตาลธรรมชาติ เช่นเดียวกับ “พุดดิ้งมะตูมอุ่น” เสิร์ฟคู่ไอศกรีมวานิลลา ตัวพุดดิ้งมะตูมอุ่นๆ รสธรรมชาติมาเจอไอศกรีมหวานเย็นตักได้เรื่อยๆ เพลินๆ จนอยากขออีกถ้วย ส่วนเครื่องดีื่มมีทุกอย่างให้เลือกสั่ง อากาศร้อนๆ เดินเข้ามาถ้าอยากเรียกความสดชื่นแบบทันทีทันใดแนะนำเป็น “ซาว่า ออน เดอะ ร็อกส์” เห็นชื่ออย่าทึกทักว่าจะบาดคออย่างที่เคยนะนายจ๋า แค่ชาทับทิมฝรั่งผสมมะม่วงที่ทางร้านคิดสูตรเอง เติมน้ำตาลฟรุกโตสที่ได้จากธรรมชาติ จิบแล้วรู้สึกได้ทันทีว่ากระปรี้กระเปร่าที่สำคัญไม่จุกคอ เขาว่าอย่างนั้น
หากอยากรู้ว่าความอร่อยที่ออกแบบได้จากสมองของดีไซเนอร์แถวหน้าเมืองไทยคนนี้เป็นอย่างไร เชิิญพิสูจน์ด้วยตัวเอง ร้านอยู่ชั้น 6 ตึกเฮลิก เอ็มควอเทียร์ ราว 80 ที่นั่งน่าจะเพียงพอสำหรับทุกคน สนใจข้อมูลอะไรเพิ่มเติมโทรศัพท์ไปเลยที่ 0-2003-6208 หรือ WWW.SAVADINING.COM



