
ภูมิใจหัตถศิลป์ไทย
07 ม.ค. 2559
โซไซตี้ : ภูมิใจหัตถศิลป์ไทย
งานหัตศิลป์ในอัตลักษณ์ของชนชาติไทย เป็นที่ยอมรับเลื่องลือในความวิจิตรอ่อนช้อยไปทั่วโลก เป็นเรื่องที่น่ายกย่องว่าสวยงามไม่แพ้ใคร กาลเวลาผ่านฝีมืือการสร้างสรรค์ถูกส่งผ่านให้คนรุ่นหลังผ่านการถ่ายทอดวิชาความรู้ และรวบรวมสุดยอดผลงานจากครูช่างศิลป์มาจัดแสดงให้เห็นลายละเอียดอันน่าทึ่ง ก่อความรู้สึกภูมิใจให้คนในชาติอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. แถลงข่าวการจัดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ครั้งที่ 7 เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และนำผลงานศิลปหัตถกรรมที่คัดสรรจากทั่วประเทศมาร่วมแสดง ในแนวคิด “มรดกศิลป์ มรดกชาติ” พร้อมหน้าด้วยตัวแทนครูช่างศิลป์ไทยมาร่วมพูดคุยถึงผลงาน และแรงบันดาลใจในการสืบสานศิลปะไทยให้ผู้รับชมได้รับฟังอย่างใกล้ชิด
อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) บอกด้วยความภูมิใจว่า เป็นที่น่ายินดีที่การจัดงานในทุกครั้งที่ผ่านมามีจำนวนผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งชาวไทย และต่างชาติ นอกจากนี้ผลตอบรับในการสนับสนุนซื้อผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย ที่นำมาจัดจำหน่ายภายในงานก็ได้รับการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ซึ่งบรรลุตามวัตถุประสงค์หลักของการจัดงาน ที่ต้องการส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล และก่อเกิดการอนุรักษ์ให้งานหัตถศิลป์เหล่านี้ให้อยู่คู่คนไทยตลอดไป
ไฮไลท์อยู่ที่การจัดแสดงนิทรรศการแสดงผลงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ของครูช่างศิลป์ 6 ท่านจาก 6 สาขา พร้อมชมการสาธิต และถ่ายทอดประสบการณ์ รวมถึงเทคนิคการผลิตผลงานของอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ครูเมตตา เสลานนท์ ครูช่างผู้เชี่ยวชาญเครื่องลงหิน, ครูจักรกริศษ์ สุขสวัสดิ์ ครูช่างผู้เชี่ยวชาญงานประดับมุก, ครูมณฑา กังวาลก้อง ครูช่างผู้เชี่ยวชาญงานจักสานย่านลิเภา, ครูอุทัย เจียรศิริ ครูช่างผู้เชี่ยวชาญงานคร่ำ ถมเงิน-ถมทอง, ครูวีระ มีเหมือน ครูช่างผู้เชี่ยวชาญการทำหนังใหญ่ และ ครูศศิธร มงคลเรืองฤทธิ์ ครูช่างผู้เชี่ยวชาญงานเครื่อเขินลงรักปิดทอง และยังมีนิทรรศการเครื่องเขิน 3 ชาติ ได้แก่ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Tree.3” ที่เปรียบเสมือนความสัมพันธ์ของทั้ง 3 ประเทศที่มีรากเหง้าเดียวกัน แต่แตกกิ่งก้านสาขาออกดอกผลงดงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในเรื่องคุณค่างานหัตถศิลป์ ครูเมตตา เล่าว่า การทำเครื่องลงหินเกิดขึ้นมนชุมชนเก่าอยุธยา สมัย พ.ศ.2310 มักถูกใช้ในงานมงคลต่างๆ ปัจจุบันช่างผู้ชำนาญทุกคนมีอายุ 60 ขึ้นไป ซึ่งมีวิธีการทำยาก ต้องอดทนสูง แต่ผลงานนอกจากความงดงามยังมีเรื่องราวบอกเล่าความเป็นมาของวัฒนธรรมประเพณีไทยได้ลึกซึ้ง
ด้าน ครูศศิธร บอกว่า หวั่นใจว่างานเครื่องเขินจะสูญหายทั้งลายโบราณและขั้นตอนการทำด้วยมือแบบโบราณ ปัจจุบันเห็นงานเครื่องเขินเป็นที่นิยมของวัยรุ่นในรูปแบบ เคลสโทรศัพท์ หรือสิ่งของใช้ต่างๆ จากเดิมที่ใช้ในคุ้มวัง กับเจ้านายชั้นสูง และในวัด ใช้คนในระดับสูง ซึ่งยินดีที่ยังมีงานเครื่องเขินในรูปแบบใหม่ๆ แต่ต้องอนุรักษ์ด้วยการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่รู้จักจริงๆ ว่าเครื่องเขินคืออะไร รากฐานเป็นมาอย่างไรจะดีกว่า
ร่วมภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของชาติผ่านผลงานหัตถศิลป์ที่ทรงคุณค่า โดยเหล่าครูช่างชั้นสูงของไทย พลาดไม่ได้กับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผลงานศิลปาชีพที่คัดสรรจากทั่วประเทศ พร้อมการแสดงและกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ระหว่างวันที่ 21-24 มกราคมนี้ บริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 และ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน



