
ยึดหลักการตลาดนำการผลิตความสำเร็จ'สหกรณ์ดอนหอ'
ยึดหลักการตลาดนำการผลิตความสำเร็จ'สหกรณ์ดอนหอ' : สุรัตน์ อัตตะ
นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านดอนหอ จำกัด ต.ข้าวสาร อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ภายใต้การนำของเกษตรกรหัวก้าวหน้า “สมพงษ์ หมั่นมา” ในฐานะประธาน หลังประสบความสำเร็จในการแปรรูปเพิ่มมูลค่าจากยางก้อนถ้วยเป็นเครปก็รุกมาทำการตลาดพืชเศรษฐกิจที่สร้างอาชีพและรายได้ให้ชาวบ้านอีก 2 ตัว ประกอบด้วยอ้อยและมันสำปะหลังเพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในโครงการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตสร้างมูลค่าเพิ่มของสมาชิกตามสโลแกนของสหกรณ์สมาชิกมั่งคั่ง สร้างสหกรณ์ให้มั่นคง
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวชื่นชมระหว่างนำคณะลงพื้นที่เยี่ยมสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านดอนหอ จำกัด โดยระบุว่าฟังการบรรยายสรุปจากประธานและการดำเนินการของสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านดอนหอ จำกัด แล้วพบว่าการดำเนินงานของสหกรณ์แห่งนี้ได้ดำเนินการตามแนวทางของกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยเฉพาะปี 2559 กระทรวงเกษตรฯ จัดให้เป็นปีลดต้นทุนการผลิตเพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันของเกษตรกร
“วันนี้เราแสดงให้เห็นถึงขบวนการของสหกรณ์ที่เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการเพิ่มโอกาสการแข่งขัน รวมถึงเป็นหน่วยกลางในการส่งต่อความรู้เพื่อให้เกษตรกรนำไปเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตด้วย สิ่งหนึ่งที่ได้ฝากสหกรณ์เรื่องการมีส่วนร่วมของสมาชิกที่จะเข้ามาร่วมกันช่วยสร้างสรรค์สังคมตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอชื่อชมสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านดอนหอ ขอให้ท่านนำแนวทางของสหกรณ์ไปช่วยเหลือสมาชิกซึ่งกันและกัน สหกรณ์เองก็อย่าลืมในการดูแลสังคมให้คนในชุมชนได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม”
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวถึงจุดเด่นของสหกรณ์แห่งนี้ว่าใช้หลักการตลาดนำผลผลิต ทำให้มีการขยายช่องทางการตลาดได้อย่างรวดเร็ว ไม่เฉพาะยางพาราในการทำยางก้อนให้เป็นยางเครป ซึ่งทำให้ยางมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ก็ยังมีพืชเศรษกิจที่สร้างอาชีพและรายได้ให้ชาวบ้านในพื้นที่อย่างอ้อยและมันสำปะหลัง โดยผลผลิตอ้อยขายโรงงานนั้นจะเน้นการตัดสดแทนการเผา ถือเป็นแนวทางที่ดีและรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ที่สำคัญเกษตรกรสามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นผลดีต่อสุขภาพของเกษตรกรและชุมชน เนื่องจากไม่มีควันที่เกิดจาการเผาอ้อย ส่วนมันสำปะหลังก็จะมีการบูรณาการของหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ ที่จะเข้ามาดูแลพี่น้องเกษตรกรตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการตลาด
“ผมได้เรียนสมาชิกแล้วว่ากระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะเข้ามาช่วยท่าน ไม่ว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร แม้กระทั่งท่านที่สนใจการปรับปรุงที่ดิน กรมพัฒนาที่ดินก็จะเข้ามาช่วยดูแล ในช่วงฤดูแล้งที่ยังเพาะปลูกไม่ได้ก็มาเลี้ยงสัตว์ กรมปศุสัตว์ก็จะเข้ามา อยากกราบเรียนพ่อแม่พี่น้องว่ากระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะเข้ามาช่วยท่านให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมด้วย” ดร.วิณะโรจน์ กล่าวย้ำ
ขณะที่ สมพงษ์ หมั่นมา ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านดอนหอ จำกัด กล่าวเสริมว่า สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านดอนหอ จัดตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำในระยะแรก โดยเน้นการแปรรูปเพิ่มมูลค่าจากยางก้อนถ้วยเป็นยางเครป จากนั้นได้ขยายผลมาสู่พืชเศรษฐกิจอีก 2 ชนิดได้แก่ อ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นอาชีพหลัก สร้างรายได้ของชาวบ้านที่นี่
“เราเริ่มจากยางก่อน สหกรณ์ให้บริการสมาชิกนำยางก้นถ้วยมาแปรรูปเป็นยางเครปแล้วนำไปส่งให้บริษัทผู้ส่งออกโดยตรงเพื่อตัดปัญหาพ่อค้าคนกลางมาประมูลไป เพราะบางครั้งเกิดปัญหาพ่อค้าทิ้งประมูลหรือมีการฮั้วประมูลกันขายได้ต่ำกว่าราคาที่สหกรณ์รับซื้อมา เราไม่สามารถต่อรองหรือทำอะไรกับพ่อค้าคนกลางได้เลย จุดนี้เองที่ทำให้สหกรณ์คิดหาทางออกด้วยการรับซื้อยางเอง หาตลาดเองเพื่อตัดปัญหาพ่อค้าคนกลาง" ประธานสหกรณ์คนเดิมกล่าวและว่า จากนั้นได้ขยายผลมาสู่อ้อยและมันสำปะหลัง โดยเกษตรกรสมาชิกนำผลผลิตมาให้สหกรณ์เป็นผู้รวบรวมจากนั้นก็จะนำสู่โรงงานโดยตรง ซึ่งจะขายได้ราคาที่สูงกว่าและยังลดภารค่าใช้จ่ายของเกษตรกรในการนำผลผลิตส่งโรงงานอีกด้วย
สำหรับสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านดอนหอ จำกัด ปัจจุบันมีสมาชิก 407 ราย มูลค่าหุ้นทั้งสิ้น 359,600 บาท มีพื้นที่การเกษตรของสมาชิกทั้งสิ้น 13,003 ไร่ ประกอบด้วย ยางพารา 4,763 ไร่ ปลูกอ้อย 3,743 ไร่ มันสำปะหลัง 1,315 ไร่และข้าว 3,087 ไร่ ตามลำดับ



