
'อายุเท่ากัน แต่ทำไมเราถึงเหี่ยวกว่า'
06 ม.ค. 2559
อายุเท่ากัน แต่ทำไมเราถึงเหี่ยวกว่า : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ
หลายๆ คนอาจมีคำถามนี้ในใจ หรือกระทั่งเจอคำถามตรงๆ จากเพื่อนที่ทำงาน เพื่อนร่วมรุ่นเวลาเจอกันตอนออกงานต่างๆ บางคนอาจมีความคิดว่าคนที่สวย หล่อ และดูดี ล้วนมาจากการทำศัลยกรรมทั้งสิ้นบางคนอาจไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ เพราะคิดว่าร่างกายก็ต้องเสื่อมตามวัยเป็นเรื่องธรรมดา หลายคนอาจกำลังสนุกกับวัยคึกคะนอง คิดว่าต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม แต่จะมีสักกี่คน ที่มองเห็นถึงความสำคัญของการเสื่อมลงภายนอกก่อนวัย อาจมีสาเหตุมาจากปัญหาภายใน
ร่างกายคนเรามีระบบอวัยวะหลายส่วนที่ทำงานเชื่อมโยงกัน ทั้งระบบหัวใจและหลอดเลือด, ระบบทางเดินหายใจ, ระบบทางเดินอาหาร, ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ รวมถึงระบบสืบพันธุ์ หากระบบใดระบบหนึ่งทำงานบกพร่อง ย่อมส่งผลกระทบถึงระบบอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบร่างกายแบ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ได้แก่ ปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก
ปัจจัยภายใน เริ่มต้นจากเรื่องของพันธุกรรม ซึ่งเราอาจแก้ไขไม่ได้ แต่เทคโนโลยีปัจจุบัน เราสามารถที่จะตรวจระดับพันธุกรรม เพื่อทราบถึงความเสี่ยงของโรคต่างๆ เพื่อการเฝ้าระวัง และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมถึงการตรวจยีนที่มีความเสี่ยงกับมะเร็งชนิดต่างๆ ส่วนอายุที่เพิ่มขึ้นก็เชื่อมโยงกับการทำงานของระบบฮอร์โมนต่างๆ ที่เสื่อมลง ทั้งฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต และฮอร์โมนเพศทั้งหญิงและชาย จึงจำเป็นที่ต้องได้รับการตรวจเช็กและแก้ไข ก่อนนำไปสู่ความผิดปกติของระบบอื่นๆ
ปัจจัยภายนอก ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่มต่างๆ สุรา บุหรี่ และการออกกำลังกาย รวมถึงแสงแดด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลกระทบถึงร่างกายในระดับโมเลกุล เช่น การเกิดภาวะไม่สมดุลของสารต้านอนุมูลอิสระ การขาดแร่ธาตุและวิตามินหลายๆ ชนิด จากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีสารอาหารครบถ้วน การดื่มสุราที่มากเกินทำให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น ภาวะเครียดจากการทำงานจนนอนไม่หลับ หรือ การนอนดึกมากเป็นประจำ ก็จะส่งผลกระทบกับการหลั่งฮอร์โมนต่างๆ การทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นจากการทำงาน หรือการออกกำลังกาย หากไม่ป้องกันดูแลแสงแดดอย่างถูกวิธี ก็จะส่งผลเสียทั้งระยะสั้นและยาวต่อผิวหนัง
ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้ร่างกายเสื่อมโทรมลง กล้ามเนื้อฝ่อ ไขมันสะสมเพิ่มขึ้น ผิวหนังหยาบกร้าน แห้งเหี่ยวและมีริ้วรอย อารมณ์หงุดหงิดง่าย ความจำและสมาธิลดลง รวมถึงสมรรถนะทางเพศที่อาจน้อยลงด้วย
Anti-Aging หรือเวชศาสตร์ชะลอวัย คือ อะไร เวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นการแพทย์อีกแขนงหนึ่ง เริ่มจากการก่อตั้งสมาคมเวชศาสตร์ชะลอวัยของสหรัฐอเมริกา เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ในชื่อ American Academy of Anti-Aging and Regenerative Medicine (A4M), ทางฝั่งยุโรปเองก็มีการจัดงานประชุมประจำปี Anti-Aging Medicine World Congess (AMWC) โดยมีการจัดการประชุมแล้วสิบกว่าปีที่ประเทศโมนาโค
หลายๆ คนอาจยังไม่เข้าใจว่าการดูแลแบบองค์รวมของเวชศาสตร์ชะลอวัย แตกต่างจากการดูแลสุขภาพทั่วไป ที่มีการเจาะเลือดประจำปีอย่างไร การเจาะเลือดตรวจสุขภาพโดยทั่วๆ ไป มักจะครอบคลุมเรื่อง เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ความเข้มข้นของเลือด, ระดับน้ำตาล, ระดับไขมันต่างๆ, การทำงานของไตและตับ, การตรวจปัสสาวะ บางครั้งอาจรวมถึงการเอกซเรย์ปอด, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ, อัลตราซาวน์ช่วงท้อง และมวลความหนาแน่นกระดูก
ระบบต่างๆ ภายในร่างกายเชื่อมโยงกันเป็นร่างแห การเปลี่ยนแปลงหลายๆ สิ่ง ในระดับ “โมเลกุล” อาจไม่ได้แสดงออกในทันที แต่มีการสึกหรอ เสื่อมโทรมทีละเล็กละน้อย จนกระทั่งมีอาการแสดงออกมา หรือเจอจากการตรวจทั่วไป แต่เมื่อพบเจอปัญหา ก็มักจะเป็นระยะที่เป็นโรคหรือแสดงอาการของโรคแล้ว
เวชศาสตร์ชะลอวัย หรือ Anti-Aging จึงเข้ามาดูแลเชิงลึก เพื่อวิเคราะห์ปัญหา และแก้ไข ก่อนที่จะนำพาไปสู่โรคต่างๆ
การเจาะเลือดของ Anti-Aging จึงแตกต่างจากการเจาะเลือดตรวจสุขภาพทั่วไป เป็นการดูตั้งแต่ สารตั้งต้นของฮอร์โมนต่างๆ ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนไทรอยด์ ระดับวิตามิน C, E, D แร่ธาตุ Zinc, Selenium รวมถึง Co-enzyme Q10, Homocystein และค่าคัดกรองมะเร็งต่างๆ
เมื่อวิเคราะห์ผลเลือดทั้งหมดแล้ว ก็จะแก้ปัญหาตามอาการและความผิดปกติของเลือด ซึ่งแต่ละบุคคล มีความผิดปกติไม่เท่ากัน แล้วจึงสั่งผลิต Supplement ในรูปแบบ “Custom made” คือ เป็นอาหารเสริม “เฉพาะบุคคล” หลายๆ คนอาจเข้าใจว่า การกินวิตามินเองที่หาซื้อจากร้านต่างๆ ก็เป็นการดูแลแบบเวชศาสตร์ชะลอวัยเช่นกัน แต่จริงๆ แล้ว วิตามินที่ขายทั่วๆ ไปมักเป็น Food Grade คือ อาหารเสริมทั่วไป ซึ่งต่างจากการสั่งผลิตจากบริษัทยาโดยตรง ที่ถือว่าเป็น “Medical Grade” คือ ออกฤทธิ์เปรียบเสมือนยา
นอกจากนี้การดูแลเป็นทีม เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะด้าน โดยที่แพทย์แต่ละท่านมีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ทั้งทางด้านฮอร์โมน, ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ, ทีมกายภาพและทีมโภชนาการ รวมถึงแพทย์ผิวพรรณความงามและเลเซอร์ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี ดังที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “สวยจากภายในสู่ภายนอก”
นพ.ชิดชน ศักดิ์จิรพาพงษ์
แพทย์ผิวหนัง ความงาม เลเซอร์ และเวชศาสตร์ชะลอวัย
รพ.พญาไท 1



