ไลฟ์สไตล์

กฤษฎีกาตีความสปสช.ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์

กฤษฎีกาตีความสปสช.ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์

04 ม.ค. 2559

กฤษฎีกาตีความสปสช.ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์-ขัดกฎหมาย 4 ประเด็น จ่ายช่วยเหลือผู้ให้บริการ-ค่าใช้จ่ายประจำ-ใช้พัฒนาบุคลากร-ให้เงินบุคลากรล้างไตผ่านช่องท้องไม่ได้

            เมื่อวันที่ 4 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.)มีการนำเสนอผลการตีความการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของคณะกรรมการกฤษฎีกาใน5 ประเด็นตามที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ขอให้มีการตีความตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายหลังจากที่มีความเห็นแตกต่างกันระหว่างบอร์ดสปสช.กับคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.)

           ผลการตีความ ระบุว่า มีการจัดสรรเงินผิดวัตถุประสงค์จัดต่อกฎหมายคือพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติพ.ศ.2545 ใน 4 ประเด็น คือ 1.การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุข 2.หน่วยบริการนำเงินเหมาจ่ายรายหัวไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายประจำ อาทิ ค่าจ้างลูกจ้าง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าตอบแทนบุคลากร เป็นต้น 3.สปสช.สาขาจังหวัด ใช้จ่ายเงินกองทุนงบบริการด้านสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในการพัฒนาบุคลากรของหน่วยบริการและ4.สปสช.จ่ายค่าตอบแทนเกี่ยวกับการล้างไตผ่านช่องท้อง ส่วนอีก 1 ประเด็น เรื่องการจ่ายเงินกองทุนฯให้องค์กร มูลนิธิ หน่วยงาน และภาคประชาชนที่ไม่ใช่หน่วยบริการไม่ขัดต่อกฎหมาย

           ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ.ในฐานะประธานบอร์ดสปสช. กล่าวว่า หลังจากตีความมา ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ขอให้ผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกามาร่วมหารือกับสธ.และ สปสช.เพื่อช่วยกันหาทางออก ไม่ใช่ไปต่อว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาอย่างเดียว เพราะดูตามกฎหมาย ซึ่งระยะสั้นอาจต้องปรับระเบียบ แต่ในระยะยาวอาจต้องมีการปรับพ.ร.บ.ฯ ให้เป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากพ.ร.บ.ฯนี้ใช้มาสิบกว่าปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาได้หารือกันมาตลอด แต่มีหลายคนไม่เข้าใจไปต่อว่าคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งๆที่ก็ช่วยกันหาทางแก้ไข และอยากย้ำว่าไม่ต้องห่วงว่าจะกระทบกับใคร

           “ที่มีคนห่วงเรื่อง กรณีสปสช. จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากการบริการไม่ได้อีกเนื่องจากขัดกับพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ โดย สปสช.ไม่สามารถใช้เงินเหมาจ่ายรายหัวมาช่วยเหลือตรงนี้ จากการหารือเราต้องมีการช่วยเหลือทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้นได้มอบให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ร่วมกับสปสช. มาช่วยเรื่องนี้ ซึ่งทางปลัดสธ.อยู่ระหว่างดำเนินการมีการตั้งงบฯ 6 ล้านบาทสำหรับปีงบประมาณ 2560 ควบคู่กับการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเฉพาะ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ” นพ.ปิยะสกล กล่าว

           รมว.สธ. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า การที่รพ.นำเงินค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัวไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายประจำในกิจการอื่นๆ เช่น จ้างลูกจ้างชั่วคราว ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ค่าตอบแทนตามภาระงาน ซึ่งทำไม่ได้นั้น แต่เพื่อไม่ให้ขัดต่อการทำงานของรพ.ตนได้มอบหมายให้ นพ.เสรี ตู้จินดา ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ เป็นประธานคณะกรรมการหาทางช่วยเหลือเรื่องดังกล่าว โดยให้ไปดูในเรื่องมาตรา 3(12) ที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จำเป็นตามที่คณะกรรมการกำหนด คาดว่าภายใน 1 เดือนจะหาแนวทางพร้อมช่วยเหลือได้ทันที ซึ่งอาจออกเป็นระเบียบช่วยเหลือ โดยคณะกรรมการชุดนี้มีทั้ง สธ. สปสช. และผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ รวมทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ ให้ใช้จ่ายงบตามเดิมไปก่อน ยังไม่ต้องหยุดให้เงินตามคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ เพราะจะส่งผลกระทบต่อบุคลากรสาธารณสุขทั้งหมดได้ หากมีอะไร ตนในฐานะประธานบอร์ดฯ ขอรับผิดชอบเอง ส่วนกรรมการในบอร์ดก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะต้องยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก นอกจากบอร์ดมีมติให้มีการอุทธรณ์ข้อตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาและมอบหมายให้คณะกรรมการฯชุดนพ.เสรีพิจารณาแนวทางแก้ไขในประเด็นอื่นที่กฤษฎีกาตีความว่าผิดวัตถุประสงค์ขุดกฎหมายด้วย