ไลฟ์สไตล์

'ปูซาน'เมืองท่าน่าเที่ยว

'ปูซาน'เมืองท่าน่าเที่ยว

03 ม.ค. 2559

'ปูซาน'เมืองท่าน่าเที่ยว : เที่ยวนี้ขอเล่า โดยกาญจนา หงษ์ทอง

            อากาศ เกาหลี (Korea) ในช่วงต้นฤดูหนาว ไม่ได้ย่ำแย่นักหรอก อาจจะหนาวเหน็บ แต่ก็ไม่ทารุณคนเมืองร้อนจนเกินไปนัก

'ปูซาน'เมืองท่าน่าเที่ยว

            ดีซะอีก หนีจากชีวิตในเตาอบซะบ้าง ไปตากหนาวในเกาหลีให้ให้ปอดและผิวพรรณได้สัมผัสอากาศเย็นๆ

'ปูซาน'เมืองท่าน่าเที่ยว

            จากเมืองแดกูก่อนบินกลับบางกอกด้วยสายการบินอีสตาร์เจ็ท (www.eastarjet.com) เลยแวะสำรวจปูซานอีกสักรอบร่วมกับบริษัทโฮลเซลด้านท่องเที่ยวอีกหลายเจ้าที่มาสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นสไมล์ลิ่ง กรุ๊ป (0-26938288) เซเว่นฮอลิเดย์ (0-2948 4561) โมเดิร์นพลัสทราเวล (0-21481980) และทราเวลสเตชั่น (0-23757088)

'ปูซาน'เมืองท่าน่าเที่ยว

            ที่จริงไม่ใช่ ปูซาน เที่ยวแรกของฉันหรอก เมื่อ 10 กว่าปีก่อนฉันก็เคยมาเดินป้วนเปี้ยนที่เมืองนี้ ตอนนั้นต้องมาร่วมงานเทศกาลหนังปูซานอันโด่งดัง พูดจริงๆ ตอนนั้นไม่ได้เห็นสภาพบ้านเมืองอะไรเท่าไหร่ รู้แต่ว่าคลื่นมหาชนมาคอยดักดาราในฝันของพวกเขากันอย่างเนืองแน่น ส่วนฉันไม่ได้มาดักใคร แต่ในฐานะสื่อเลยต้องมาสัมภาษณ์ผู้กำกับหนัง

'ปูซาน'เมืองท่าน่าเที่ยว

            มาเที่ยวนี้ถึงได้เห็นว่าปูซานเป็นเมืองไม่แพ้กรุงโซล มองไปทางไหนเมืองท่าแห่งนี้มีแต่ตึกสูงระฟ้าล่องลอยอยู่ในอากาศ

'ปูซาน'เมืองท่าน่าเที่ยว

            แต่ปูซานก็ไม่ใช่เมืองที่แข็งกระด้างนักหรอก อย่างน้อยก็มีลมทะเลคอยปัดเป่าคลอเคลียอยู่ตลอดเวลา แถมยังมีทั้งวัดวาอารามเก่าแก่ ชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง

'ปูซาน'เมืองท่าน่าเที่ยว

            แต่มีอย่างหนึ่งที่จะทำให้เห็นว่าปูซานนั้นดูอู้ฟู่ทันสมัยคงจะเป็น สะพานกวางอัน ที่ทอดตัวอยู่เหนือทะเล ที่นี่เขาเรียกโกลเดนเกทแห่งเกาหลี สะพานแห่งนี้เชื่อมระหว่างฝั่งแฮอึนแดกูกับซูยงกู ให้คนทั้งสองฝั่งได้เดินทางไปมาหาสู่ได้อย่างสะดวกขึ้น

'ปูซาน'เมืองท่าน่าเที่ยว

            ต้องบอกเลยว่า สะพานแห่งนี้ยาวมาก นั่งรถขึ้นไปชมสะพานนานสองนานยังข้ามไม่พ้นเลย นั่นทำให้เวลาอยู่ในปูซานมักจะมองเห็นสะพานนี้ได้เสมอ ยิ่งใครได้เห็นสะพานแห่งยามค่ำคืนจะยิ่งสวยกว่าปกติ เรียกว่างดงามและโรแมนติกมาก

'ปูซาน'เมืองท่าน่าเที่ยว

            มาถึงปูซานทั้งที เขามีวัดวาอารามให้เดินสายไหว้พระขอพรกันเยอะ แต่วัดที่ผู้คนแห่แหนไปหากันคือวัดแฮดอง ยงกุงซา  วัดเก่าแก่ที่ผู้คนมาไหว้พระกันตั้งแต่เช้า เพราะเชื่อกันว่าใครขอพรตอนเช้า จะเห็นผลจากการขอพรในตอนเย็นเลย ชาวเกาหลีเชื่อกันว่าเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่ควรดั้นด้นมาเพื่อขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

            มีประวัติเล่าว่า เดิมทีก่อนที่จะมีการสร้างวัดนี้ พื้นที่ตรงนี้มีความแห้งแล้งมาก ฝนฟ้าไม่ตกตามฤดูกาล จนมีพระรูปหนึ่งฝันเห็นเทพเจ้าแห่งความเมตตาซึ่งสถิตอยู่ในท้องทะเล ในนิมิตบอกว่าให้สร้างวัดบริเวณนี้แล้วจะโชคดี

            หลังจากมีการสร้างวัด พื้นที่ที่เคยแห้งแล้งก็กลับชุ่มฉ่ำ ที่จริงวัดนี้ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดีมาก เพราะตัววัดสร้างเลื้อยไล่ไปบนไหล่เขา มองเห็นทะเล ดีตรงที่สามารถเห็นได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก มุมนี้จึงมีนักเดินทางและชาวเมืองมาเฝ้าดูฉากสวยๆไม่เว้นแต่ละวัน หากเดินขึ้นไปบนเขา ก็จะเห็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ระหว่างทางยังมีพระพุทธรูปอยู่ตามมุมต่างๆ ให้กราบไหว้บูชากันด้วย รวมถึงมีถ้ำที่ซ่อนพระพุทธรูปไว้ข้างใน

            นอกจากวัดวาอารามแล้ว ยังมี หมู่บ้านวัฒนธรรมกัมชอน อีกแห่งหนึ่ง ที่มาปูซานแล้วต้องแวะไปดู

            หมู่บ้านนี้อยู่ห่างจากปูซานราวๆ ครึ่งชั่วโมง เดิมทีเป็นหมู่บ้านที่เคยเป็นสลัมมาก่อน ผู้คนที่อยู่อาศัยเป็นพวกที่อพยพขึ้นมาเมื่อคราวสงครามเกาหลี ต่อมาสิ้นยุคสงครามหมู่บ้านแห่งนี้ก็เสื่อมโทรมมาก

            จนไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกศิลปินในเกาหลีได้พากันมาช่วยบูรณะตกแต่งหมู่บ้านแห่งนี้ให้กลายเป็นหมู่บ้านอาร์ทๆ เก๋ๆ บ้านแต่ละหลังทอดตัวอยู่บนภูเขา ทาสีพาสเทล สีสันสดใส จนถูกเรียกว่าเป็นซานโตรินีของเกาหลี

            อะไรไม่สนุกเท่าระหว่างเดินเล่นในหมู่บ้านนี้ จะมีอาหารการกินให้แวะชิมกันไปตลอดทาง และมีพวกของแฮนด์เมด งานดีไซน์เก๋ๆวางขายตลอดทาง หรือใครอยากหามุมแฮงก์เอาท์ก็มีพวกคาเฟ่บนยอดตึกให้นั่งชมวิวทิวทัศน์กันด้วย

            เพลิดเพลินจากหมู่บ้านกัมชอนกันแล้ว รีบกลับมาปูซานเพราะยังมีตลาดปลาชากัลชิ รออยู่ สำหรับคนมาปูซานไม่มีอะไรน่าดูเท่าตลาดแห่งนี้อีกแล้ว

            ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดปลาใหญ่ที่สุดในเกาหลี ตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือนัมโป เปิดตลอด 24 ชั่วโมง และไม่ว่าใครจะมาเวลาไหนก็จะเห็นปลาแน่นแผง ตลาดนี้คึกคักทั้งคืนทั้งวัน แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ปลาอย่างเดียว แต่มีทั้งหอยและปูตัวใหญ่ๆที่สดมาก ใครอยากจะชิมเลย ก็มีร้านอาหารที่เลือกแล้วปรุงให้เลย แม้แต่คนเกาหลีเองค่ำๆ ก็มักมาดินเนอร์กันตามร้านในตลาดปลาแห่งนี้

            ตรงกันข้ามกับตลาดปลา มีตลาดบีไอเอฟเอฟที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ ที่มีทั้งเครื่องสำอาง เสื้อผ้าอาภรณ์ และมุมที่เป็นถนนคนเดินให้ศิลปินมานั่งวาดภาพ หากเดินเลี้ยวเข้าซอยไปนิดเดียวก็จะเจอกับตลาดขุกเจ ตลาดโบราณที่คนละบรรยากาศกับบีไอเอฟเอฟ เพราะเป็นร้านอาหารที่นั่งยองๆ กินกับพื้น

            นี่แหละคือปูซาน เมืองใหญ่ที่มีความหลากหลายและมีเสน่ห์ซ่อนอยู่ในตัวอย่างที่หลายคนนึกไม่ถึง