
ร่วมปฏิบัติธรรม ณ อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถาน
ร่วมปฏิบัติธรรม ณ อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถาน
อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถาน ตั้งอยู่บนสันเขาเล็กๆ ลูกหนึ่ง ในเขต หมู่ ๖ ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ มีชื่อว่าสันป่าเฮ้วอีป้อ (ป่าช้า) เป็นสำนักปฏิบัติธรรมตามสายพระพุทธศาสนาแบบโบราณล้านนาไทย กำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๗ ตรงกับเดือนเจ็ดเหนือ ตามที่ชาวล้านนาเขาเรียก
ประวัติของการสร้างอาศรมพรหมธาดาพุทธาสถาน เริ่มจากอยู่มาวันหนึ่งชาวบ้านผู้ใคร่ในทางปฏิบัติธรรมทั้งหลายอยากจะอนุรักษ์สถานที่นี้ไว้ไม่ให้เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา และกลัวต้นไม้จะถูกทำลาย ซึ่งดอยแห่งนี้เป็นดอยโบราณ สมัยก่อนที่พวกพม่าจะมายึดครองเมืองเชียงใหม่เขาก็ขนของมีค่าในวัดพระธาตุเจ้าศรีจอมทองเอาหลบซ่อนไว้ที่ถ้ำเพราะว่าใต้ดอยแห่งนี้มีถ้ำอยู่ แต่เวลานี้ปากถ้ำได้ถูกปิดไปแล้ว ถ้ำนี้อยู่ที่สวนลุงจันทร์ทะลุไปถึงอาศรม
ในสมัยโบราณหลังจากที่ชาวบ้านนำของมีค่าต่างมาเก็บไว้ในถ้ำก็ได้นำช้างมาขนย้ายก้อนหินขนาดใหญ่ปิดปากถ้ำเพื่อไม่ให้ใครเข้าไปเอาของมีค่าไปได้ ต่อมาคนที่มาสำรวจพื้นที่นี้ต่างก็บอกว่าบริเวณนี้มีถ้ำอยู่ข้างล่าง และเมื่ออดีตกาลสมัยพระฤๅษีวาสุเทพยังมีชีวิตอยู่ สหายของท่านชื่อว่าฤๅษีพรหมธาดา ก็ได้มาบำเพ็ญปฏิบัติที่นี่จนสำเร็จได้มรรคผล จึงนำเอานามของท่านมาตั้งชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า “อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถาน”
เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๗ กำนันปั๋นพร้อมด้วยชาวบ้านได้ชักชวนกันไปอาราธนานิมนต์ครูบาเจ้าตรัยเทพ จันทวัณโณ (ผู้มีรัศมีดุจพระจันทร์) ขณะที่ท่านครูบายังจำวัตรอยู่ที่อารามห้วยบง ต.ดอยหล่อ กิ่ง อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ มาจำวัตรอยู่ที่อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถานแห่งนี้ คณะศรัทธาที่มีจิตศรัทธาในตัวท่านครูบาก็ได้มาช่วยกันก่อสร้างกุฏิ และสถานที่ปฏิบัติธรรม ตลอดจนสร้างถาวรวัตถุต่างๆ มากมาย จนกระทั่งปัจจุบัน
ความโด่ดเด่นของ “อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถาน” คือเจดีย์รูปทรงศิลปะแบบเนปาล มีขนาดเท่ากันกับพระมหาธาตุเจดีย์ที่ประเทศเนปาล โดยเป็น 1 ใน 5 องค์ของโลก และเป็นเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยเท่านั้นที่มีขนาดใหญ่และรูปทรงแบบนี้ โดยด้านบนในแต่ละด้านของเจดีย์จะมีรูปดวงตา หรือที่เรียกว่า Bhudda eyes ซึ่งเปรียบเสมือนกับทุกสิ่งในโลกนี้อยู่ภายใต้ดวงตาของพุทธะเสมอ
แนวทางการปฏิบัติศาสนกิจของอาศรมพรหมธาดาพุทธาสถานที่ท่านครูบาเจ้าตรัยเทพ กำหนดไว้ตามประเภทของผู้ปฏิบัติ คือ การเรียน และฝึกทำสมาธิทุกวัน ทั้งแบบสมาธิเดี่ยว วันละ ๑ ชม. และสมาธิกลุ่ม ประมาณเดือนละ ๒ ครั้ง ส่วนอีกกลุ่มคือ การเรียน และทำสมาธิเดี่ยววันละ ๓ ชม. และสมาธิกลุ่มเดือนละ ๒ ชม. ซึ่งทุกคนจะต้องถือวัตรปฏิบัติในการรับประทานอาหารมังสวิรัติ
ทั้งนี้ เมื่อเข้ามาในวัดจะมีโอกาสได้พัฒนาจิตใจให้สงบ มีสมาธิ มีการพักผ่อนหย่อนใจ มีการทำกิจกรรมต่างๆ และทุกคนมีหน้าที่ช่วยงานวัด ตามที่ได้รับหน้าที่จึงขอเชิญชวนทุกคนให้เข้ามาเยี่ยมชม หรือจะมาปฏิบัติธรรม ก็สามารถมาได้ทุกรูปแบบ เพื่อความสุข สงบในจิตใจ
สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปเยี่ยมชม หรือขอปฏิบัติธรรมที่อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถาน สามารถติดต่อรายละเอียดได้โทร.๐๘-๙๔๖๓-๐๕๘๓ และ ๐๖-๑๓๕๓-๙๓๒๐ ส่วนการเดินทาง ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไป อ.จอมทอง ถนนสายเชียงใหม่ - ฮอด เลี้ยวขวาข้างสถานีตำรวจภูธรจอมทอง



