Kom Lifestyle

ฤา..ให้ธุรกิจภาคเกษตรหนีไปต่างแดน

ฤา..ให้ธุรกิจภาคเกษตรหนีไปต่างแดน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

รุกอีกก้าว(ทบทวนร่าง) พ.ร.บ.จีเอ็มโอ ฤา..ให้ธุรกิจภาคเกษตรหนีไปต่างแดน : โดย...ดลมนัส กาเจ

 
                     แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งให้ยกเลิกการพิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความปลอดภัยทางชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ พ.ศ. ....” หรือเรียกว่า “พ.ร.บ.จีเอ็มโอ” ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ก็ตาม แต่กลุ่มฝ่ายผู้เห็นด้วยให้มี พ.ร.บ. ฉบับนี้ ประกอบด้วย สมาพันธ์เกษตรปลอดภัยมั่นคงยั่งยืนแห่งชาติ (สกช.) ที่มีสมาชิกประกอบด้วยผู้แทนกลุ่มองค์กรวิชาชีพ สมาคมทางวิชาการเกษตร ภาคเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ รวมทั้งชมรมเกษตรกรเทคโนโลยีก้าวหน้า และสมาชิกสภาเกษตรกรระดับอำเภอ/จังหวัด ยังมีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง
 
 
ฤา..ให้ธุรกิจภาคเกษตรหนีไปต่างแดน
 
 
                     ล่าสุด เมื่อช่วงปลายปี 2558 ได้มีการเปิดแถลงการณ์ที่ห้องประชุมอาคารเคยูโฮม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ เรียกร้องขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาให้มีการสนับสนุนการบังคับใช้ พ.ร.บ.จีเอ็มโอโดยเร็ว และสนับสนุนให้เกษตรกรที่เดือดร้อนจากปัญหาการเพาะปลูก มีสิทธิ์เข้าถึงและเลือกใช้พืชจีเอ็มร่วมกับการเกษตรวิธีอื่น เช่นเดียวกับการสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ โดยมี นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตระกูล ประธานสมาพันธ์เกษตร ปลอดภัยมั่นคงยั่งยืนแห่งชาติ เป็นผู้อ่านแถลงการณ์
 
                     นายพรศิลป์ กล่าวว่า วันนี้การปลูกข้าวโพดมีปัญหาบุกรุกพื้นที่ป่าจนสร้างปัญหาการส่งออกเนื้อสัตว์หากไม่รีบดำเนินการจะเกิดปัญหาเดียวกับการเกิดปัญหาปลาป่นไม่ยั่งยืน พื้นที่ปลูกข้าวโพดมีโอกาสถูกโจมตีจากยุโรปมีถึง 40% ใน 7 ล้านไร่ ได้ผลผลิต 5 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้ข้าวโพด 7.5 ล้านตัน หากต้องให้เกษตรกรลงมาปลูกในพื้นที่ที่ถูกต้องอีก จึงจำเป็นที่จะต้องแก้โจทย์ใหญ่ว่า ควรจะทำอย่างไร ที่จะเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น หรือเพิ่มพื้นที่ปลูกใหม่ หรือจะนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ
 
                     อย่างไรก็ตาม หากมีการนำเข้า ในวันนี้ประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ปลูกพืชจีเอ็ม และรวมทั้งมีการเตรียมการในเมียนมาร์ และกัมพูชาด้วยแล้ว อาหารเราต้องนำเข้าคือพืชจีเอ็มทั้งหมด แต่ประเทศไทยเริ่มคิดเริ่มจะทดลองในวันนี้ต้องใช้เวลานาน 5-7 ปี โดยภาคธุรกิจจำเป็นต้องใช้เวลาในการวางแผนธุกิจ หากเป็นเช่นนี้อาจต้องโยกย้ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่น จึงขอเรียกร้องว่าต้องมองนโยบายด้วย ทางด้านภาคเอกชนจะได้รู้ว่าจะไปทางไหน
 
                     รศ.ดร.จวงจันทร์ ดวงพัตรา นายกสมาคมเมล็ดพันธุ์แห่งประเทศไทย มองว่า เทคโนโลยีชีวภาพว่าด้วยการตัดแต่งพันธุวิศวกรรม จีเอ็มโอเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืช เมื่อวันนี้ไม่มีกฎหมายหรือพ.ร.บ.มารองรับ ทำได้แค่ห้องปฏิบัติการ หรือต้องขอทำเป็นกรณีๆ ไป เท่ากับถูกปิดกั้นทางวิชาการ เพราะการขอทดลองภาคสนามแต่ละครั้งไม่ได้ หากพิจารณาในแง่กฎหมายแล้ว (ร่าง) พ.ร.บ.นี้ จะช่วยป้องกันสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ และช่วยป้องกันไม่ให้มีการปล่อยปละละเลย รวมถึงจะช่วยให้มีการพัฒนาภาคการเกษตรให้ก้าวไกลขึ้น
 
 
ฤา..ให้ธุรกิจภาคเกษตรหนีไปต่างแดน
 
 
                     ในนุมมองของนักวิชาการ อย่าง รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ประเทศไทยล้าหลังมากในการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ทั้งที่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่มีการศึกษาพัฒนาเรื่องพืชแต่วันนี้ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านมีความก้าวหน้าไปไกลแล้ว แต่ไทย นักวิชาการได้ทดลองไว้อยู่แต่ในเรือนกระจกกลับไม่ได้รับอนุญาตให้ทดลองภาคสนาม
 
                     “(ร่าง)พ.ร.บ.นี้ มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด รวมทั้งข้อพึงระวังต่างๆ อยู่แล้ว ตั้งแต่ในเรื่องของการวิจัย และการผลิต แต่วันนี้กลับถูกเก็บปิดไว้ในลิ้นชัก ถูกดอง ทำไมไม่เปิดโอกาสให้ (ร่าง)พ.ร.บ.นี้ผ่านขั้นตอนในการพิจารณาของสภานิติบัญัติ (สนช.) แล้วไปแก้ที่ตรงนั้น ผมยืนยันว่า พืชจีเอ็มกับพืชอินทรีย์สามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่มีหลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าละอองข้าวโพดอาหารสัตว์จะปลิวไปไกลมากจนเกิดปัญหา แต่แท้จริงละอองข้าวโพดปลิวแพร่กระจายไม่เกิน 5 เมตร คนที่ค้านไม่พูดเรื่องจริงทั้งหมด ต่อไปหากมีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากประเทศเพื่อนบ้าน ผู้คัดค้านต้องช่วยออกมารับผิดชอบด้วย” รศ.ดร.เจษฎา กล่าว
 
                     ส่วนนายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ สมาชิกสภาเกษตรกรและปราชญ์เกษตร จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า วันนี้ เกษตรกรไทยส่วนใหญ่อายุมาก พื้นที่น้อยลง เกษตรกรไทยกว่า 6 ล้านครอบครัวยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับจีเอ็มโอ เพราะถูกปิดกั้นมาตลอด และเป็นเรื่องน่าเสียใจมากที่ไทยเสียโอกาส แต่กลับต้องนำเข้าถั่วเหลืองซึ่งก็เป็นพืชจีเอ็มจากต่างประเทศมีมูลค่ากว่าปีละ 7 หมื่นล้านบาท ทำไม่เราไม่วิจัยเอง ผมรอพืชจีเอ็มในบ้านเรามานานถึง 20 ปี กลับถูกดอง 
 
 
ฤา..ให้ธุรกิจภาคเกษตรหนีไปต่างแดน
 
 
                     ขณะที่ นายธรรมนูญ ยิ่งยืน สมาชิกสภาเกษตรกร จ.นครราชสีมา มองว่า (ร่าง) พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ควรดองไว้ ควรเปิดโอกาสให้เกษตรกรเป็นผู้มีส่วนร่วมด้วย เพราะอย่าลืมว่า ทุกวันนี้เกษตรกรไทยไม่มีความมั่นคงในอาชีพ กำลังล่มสลายทั้งจากสถาบันครอบครัว และสภาวะหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ควรให้เกษตรกรมีทางเลือกบ้าง ขอความเป็นธรรมแก่เกษตรกรด้วย ปัจจุบันประสบทั้งปัญหาแรงงาน ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง และภัยแล้ง ฉะนั้นสิ่งที่จะพึ่งได้ คือการนำเทคโนโลยีการผลิต เช่นในต่างประเทศได้มีการทำข้าวโพดทนแล้งกันแล้ว
 
                     เช่นเดียวกับนายสุริยา ศรสังข์ สมาชิกสภาเกษตรกรตำบลนิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี ให้เหตุผลว่า เกษตรกรผู้ปลูกมะเขือเทศ ต้องเจอกับปัญหาโรคโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน จำเป็นต้องใช้สารเคมีจำนวนมาก แม้จะรู้ว่าการใช้สารเคมีในปริมาณมากจะส่งผลกระทบต่อทั้งตัวคนและสิ่งแวดล้อมก็จำเป็นต้องใช้ จึงเชื่อมั่นว่าการใช้พืชจีเอ็มจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ แต่ตอนนี้ (ร่าง)พ.ร.บ.จีเอ็มโอ กลับต้องหยุดไป เพราะฝ่ายต่อต้านสร้างภาพให้น่ากลัว และมีการตอกย้ำอย่างต่อเนื่องด้วย
 
                     นับเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนที่ภาคการเกษตรไทยจะตกขบวนหรือสายเกินไป!
 
 
 
 
---------------------
 
(รุกอีกก้าว(ทบทวนร่าง) พ.ร.บ.จีเอ็มโอ ฤา..ให้ธุรกิจภาคเกษตรหนีไปต่างแดน : โดย...ดลมนัส กาเจ)
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง