Kom Lifestyle

'ธีรพล'แจงนำเข้าแรงงานจีนต้องถูกก.ม.

'ธีรพล'แจงนำเข้าแรงงานจีนต้องถูกก.ม.
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

โฆษกกระทรวงแรงงาน แจงนำเข้าแรงงานต่างด้าวชาวจีน ต้องถูก ก.ม. นายจ้างรับทำงานไม่มีใบอนุญาต ปรับตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาทต่อคน พบต่างด้าวผิด ก.ม.แจ้ง 1694

 
                     29 ธ.ค. 58  นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงานและโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กรณีมีการเสนอข่าวว่า มีการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดที่มีการส่งเสริมให้มีการลงทุนเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีการนำแรงงานต่างด้าวชาวจีน เข้ามาทำงานในโรงงานในลักษณะผิดกฎหมายนั้น ตนขอชี้แจงในปัจจุบันมี จำนวนคนต่างด้าวสัญชาติจีน (CN) ที่ได้รับอนุญาตทำงานในประเทศไทย ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2558 รวม จำนวน 18,067 คน โดยแยกเป็น ตามมาตรา 9 รวมจำนวนทั้งสิ้น จำนวน 12,825 คน โดยทำงานในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 120 คน บุรีรัมย์ จำนวน 54 คน กาญจนบุรี จำนวน 30 คน สระแก้ว จำนวน 21 คน อื่นๆ จำนวน 12,600 คน และตามมาตรา 12 รวมจำนวนทั้งสิ้น 5,242 คน โดยทำงานในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 36 คน อื่นๆ จำนวน 5,206 คน ทั้งนี้ ไม่มีพบข้อมูลการทำงานในจังหวัดบุรีรัมย์ กาญจนบุรี และสระแก้ว สำหรับแนวทางของกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงานมีแนวทางการออกใบอนุญาตทำงานให้คนต่างด้าว ดังนี้
 
                     "พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ตามมาตรา 9 โดยคนต่างด้าวที่ประสงค์จะทำงานต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (Non-Immigrant) ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง โดยมิใช่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางผ่าน (Tourist/Transit) พระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ. 2522 จำนวน 39 อาชีพ และเป็นไปตามความจำเป็นและเหมาะสมของระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 โดยคำนึงถึงความมั่นคงทางการเมือง ศาสนา เศรษฐกิจและสังคม โอกาสในการประกอบอาชีพของคนไทย และความต้องการแรงงานต่างด้าวที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ประโยชน์จากการอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในตำแหน่งงานนั้น"
 
                     โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า สำหรับพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ตามมาตรา 12 ในการอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือกฎหมายอื่น ได้แก่ พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ให้ผู้อนุญาตตามกฎหมายดังกล่าวมีหนังสือแจ้งการอนุญาตนั้นต่อนายทะเบียนพร้อมด้วยรายละเอียดที่อธิบดีกำหนดโดยเร็ว โดยการอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานภายใต้มาตรา 12 ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ. 2522 รวมถึงการกำหนดจำนวนบุคลากรและระยะเวลาการอนุญาตต้องเป็นไปตามการพิจารณาอนุมัติหรือให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการของกฎหมายนั้นๆ
 
                     "ในเรื่องนี้ สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา ได้แจ้งการตรวจสอบการอนุญาตคนต่างด้าวสัญชาติจีน (CN) ทำงานในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา โดยชุดตรวจสอบติดตามการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์จังหวัดนครราชสีมาและชุดตรวจสอบฯ ระดับอำเภอได้ร่วมตรวจการทำงานแรงงานต่างด้าวในปี 2558 ถึงปัจจุบัน ไม่พบคนต่างด้าวสัญชาติจีนลักลอบการทำงานแต่อย่างใด และหากพบว่ามีกรณีการจ้างแรงงานผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 โดยหากนายจ้างรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน ปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน และต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ"
 
                     อนึ่ง เมื่อวันที่ 28 - 29 ธันวาคม 2558 สื่อออนไลน์และหนังสือพิมพ์หลายฉบับได้นำเสนอ ถ้อยแถลงของ "นายกวัชระ เพชรทอง" อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่อ้างว่า ได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนว่า บริษัทจากประเทศจีนได้นำเข้าแรงงาน วิศวกร เข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ถือเป็นการแย่งงานคนไทย ทั้งการนำเข้าดังกล่าวยังผิดกฎหมายแรงงานอีกด้วย ซึ่งพบว่าโรงงานในจังหวัดบุรีรัมย์ มีไม่ต่ำกว่า 600 คน , จังหวัดนครราชสีมา มีไม่ต่ำกว่า 800 คน และที่จะมีการตามมาอีกในโรงงานที่กำลังก่อสร้างที่จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสระแก้ว ซึ่งล้วนแต่เป็นโรงงานที่ได้รับอนุญาติจัดตั้งโรงงานจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (อีโอไอ) จึงเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.สั่งดำเนินการตรวจสอบโดยด่วน อย่าให้บริษัทจีนตบตาหรือจ่ายเงินใต้โต๊ะใก้แก่เจ้าหน้าที่ทั้งในระดับจังหวัดและในระดับที่ใหญ่กว่านั้นอีกต่อไป และต้องดำเนินการเคร่งครัดกับกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้โดยตรง เพราะถือว่าไม่เป็นธรรมต่อแรงงานไทย
 
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง