ไลฟ์สไตล์

ดนตรีไทย เดือนแห่งการจากไป

ดนตรีไทย เดือนแห่งการจากไป

28 ก.ค. 2552

หลังจากที่ ไมเคิล แจ็กสัน ได้จากโลกนี้ไป วงการดนตรีไทยก็สูญเสียคนในวงการตาม ไมเคิล ไปอีกหลายคน ทั้งมีชื่อเสียงและไม่มีชื่อเสียง ภายในเดือนนี้ถึง 3 ท่าน

   เริ่มจาก อาจารย์ธีระ ภู่มณี ซอด้วงมือ 1 ของกรมศิลปากร ด้วยอาการหัวใจวาย
 ตามด้วย อาจารย์ปริวัฒน์ บุญรัตนทิพย์ ซึ่งท่านนี้อาจจะไม่มีชื่อเสียง แต่ตัวท่านเป็นอาจารย์สอนดนตรีไทยที่แปลกที่สุด คือเป็นครูสอนพละและเล่นดนตรีไทยก็ไม่เป็น แต่สามารถสอนเด็กๆ ในระดับประถมให้เข้าศึกษาต่อในด้านดนตรีไทยหลายต่อหลายคน โดยท่านอาจารย์ปริวัฒน์ บุญรัตนทิพย์ เป็นอาจารย์พละอยู่ที่ โรงเรียนบ้านนายเหรียญ สังกัดกรุงเทพมหานคร มักจะมาขอความรู้จากผมอยู่บ่อยๆ และหลายครั้งก็พาเด็กนักเรียนของท่านมาให้ผมช่วยฝึกถึงบ้าน นับว่าเป็นครูที่มีความทุ่มเทให้แก่ศิษย์มากที่สุด จากลูกศิษย์ไปด้วย...โรคมะเร็งในเม็ดเลือด

 ส่วนท่านสุดท้ายก็คือ...โต้โผปี่พาทย์ชื่อดังย่านสำโรง ก็คือ คุณลุงสวัสดิ์ แสงเทศ ซึ่งผู้นี้ในย่านสมุทรปราการ ถ้าเป็นนักดนตรีไทยก็จะรู้จักท่านทุกคน เพราะท่านจัดว่าเป็นโต้โผปี่พาทย์ที่มี อายุมากที่สุดในยุคนี้ถึง 81 ปี แต่ก็ต้องจากวงการดนตรีไทยด้วย อาการหัวใจวาย อีกเหมือนกัน

 ผมขอแสดงความเสียใจกับญาติและลูกศิษย์ของท่านทั้ง 3 เอาไว้ใน ณ ที่นี้ด้วย
 แต่อย่างไรก็ดี เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่อมีการจากไปมันก็ต้องมีการเกิดขึ้นมาทดแทนกัน เพราะว่าในวงการดนตรีไทย ก็มีนักดนตรีไทยในระดับเยาวชนฝีมือดี เกิดขึ้นมาใหม่อีกหลายคน ซึ่งเราจะเรียกว่าเป็นระบบนิเวศของวงการดนตรีไทยก็ว่าได้ เพียงแต่ว่านักดนตรีไทยรุ่นใหม่ จะสืบทอดวิชาความรู้และฝึกฝนฝีมือได้เท่ากับนักดนตรีไทยรุ่นเก่าหรือไม่...เท่านั้นเองแหละครับ ผมจึงอยากให้นักดนตรีไทยรุ่นใหม่ทุกๆ สำนัก ขยันหมั่นเพียรและฝึกฝนตัวเองให้มากๆ ในอนาคตวงการดนตรีไทยจะได้มีนักดนตรีไทยที่มีคุณภาพไม่แพ้รุ่นเก่า

 ที่นี้เรากลับเข้ามาปัญหาของ คุณดาวไร้เดือน ซึ่งถามเข้ามาหลายข้อ โดยมีความสงสัยในเรื่องของ...กรับคู่ การขับเสภาและการขับร้องเพลงไทย ซึ่งผมจะตอบให้แบบรวบรัดเนื่องจากมีคำถามจากท่านอื่นรออยู่อีกหลายคำถามและคำถามทั้ง 3 ข้อ ของคุณดาวไร้เดือน ไม่ได้ถามถึงประวัติความเป็นมาโดยละเอียด แต่เป็นคำถามเพื่อคลายความสงสัยเท่านั้น

 กรับคู่...คือเครื่องดนตรีไทยประเภทตี ซึ่งอยู่ในหมวดของเครื่องประกอบจังหวะ และจะใช้ตีตามจังหวะหนัก หรือสังเกตง่ายๆ ว่าเมื่อเราได้ยินเสียงคนตีฉิ่ง ซึ่งก็จะมีเสียงดัง ฉิ่ง-ฉับ-ฉิ่ง-ฉับ เจ้ากรับคู่ก็จะตีตาม พร้อมกับเสียง -ฉับ-ฉับ นั่นเอง กรับคู่จะมี 2 ข้างเหมือนกับชื่อ และจะทำด้วยไม้เนื้อแข็งมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมยาวประมาณ 1 คืบ โดยมักจะเรียกว่า “กรับหรือกรับคู่” และเราสามารถจะพบเห็นอยู่ในวงปี่พาทย์นั่นเอง

 ข้อต่อไป การขับเสภา...ตามประวัติบอกว่า มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา การขับเสภาก็คือ...การเล่านิทานเป็นทำนองนั่นเอง ต่อมาภายหลังก็เริ่มมีวิวัฒนาการวงดนตรีปี่พาทย์เข้ามาประกอบ และมีการร้องเพลงประเภท 2 ชั้น เข้าสลับกับการขับเสภา ซึ่งจะมีทำนองเป็นของตัวเองอยู่แล้ว และผู้ขับจะต้องถือกรับเสภา 2 คู่ อยู่ในมือทั้ง 2 ข้าง พร้อมกับขยับกรับไปตามทำนองของการขับเสภา ส่วนกรับเสภาก็จะมีรูปร่างเหมือนกับกรับคู่ แต่จะมีลักษณะเป็น 6 เหลี่ยมด้านไม่เท่า ลักษณะเดียวกันกับ 4 เหลี่ยมคางหมู ส่วนเนื้อเรื่องที่ใช้การขับเสภาจะต้องเป็น...วรรณคดีไทย เรื่อง “ขุนช้าง-ขุนแผน” เพียงเท่านั้น

 ส่วนเรื่องสุดท้าย...การขับร้องเพลงไทย ต้องขอยกยอดไว้ในฉบับหน้า เพราะว่าเนื้อที่คงจะไม่พอตอบ
 และพอดีมีคำถามใหม่เข้ามาแทรกจาก...คุณไพลิน ซึ่งถามว่าวง “อ็อพ บีท สยาม” ของผมจะไปแสดงที่ไหนอีก เนื่องจากเคยชมที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วอยากจะไปชมอีก ก็ต้องบอกว่า วงขุนอิน...อ็อพ บีท สยาม ของผม ส่วนใหญ่จะแสดงตามงานกินเลี้ยงของบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ตามโรงแรม ซึ่งเขาจะไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าชม และพอดีกับช่วงนี้เป็นหน้า...โลว์ซีซั่น จึงทำให้การแสดงของวงนี้หาชมได้ยากในช่วงนี้ แต่ก็จะยังมีงานที่สามารถให้เข้าชมได้อยู่บ้าง ในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ ที่...หอประชุมใหญ่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เวลา 15.00 น. และในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ ณ ลานดนตรีศูนย์วัฒนรรมแห่งประเทศไทย เวลา 17.00 น.

 สำหรับฉบับนี้หมดเนื้อที่แล้ว ก็ต้องขอสวัสดีและพบกันใหม่วันอังคารหน้านะครับ

"ขุนอิน"