ไลฟ์สไตล์

 ผนึกกำลังสร้าง "เกษตรกรรุ่นใหม่"ทางแก้วิกฤติแรงงานภาคเกษตร

ผนึกกำลังสร้าง "เกษตรกรรุ่นใหม่"ทางแก้วิกฤติแรงงานภาคเกษตร

27 ก.ค. 2552

ผลจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2551 ภายใต้โครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

 โดยสร้างโอกาสทางการศึกษา เข้าถึงองค์ความรู้และจัดการเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวเริ่มปรากฏให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ส.ป.ก.จ.กระบี่ ร่วมกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกระบี่ จัดอบรมในหลักสูตรการเลี้ยงโคเนื้อในสวนปาล์ม ซึ่งมีผู้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวจำนวน 86 ราย

 ดร.กนก คติการ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตรแก่เกษตรกรที่เรียนจบหลักสูตรการเลี้ยงโคเนื้อในสวนปาล์ม ณ อาคารศูนย์เรียนรู้ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกระบี่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ว่าตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินนั้น ส.ป.ก.มีแผนงานจัดที่ดินให้เกษตรกรในปี 2552 จำนวน 1 แสนราย รวมพื้นที่กว่า 1.5 ล้านไร่ ใน 66 จังหวัด ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการสำรวจรังวัดไปแล้วประมาณ 1 ล้านไร่

 "เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก็มอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินของ จ.กระบี่ แก่เกษตรใน 4 อำเภอ 7 ตำบล จำนวน 262 ราย รวมพื้นที่กว่า 4,125 ไร่ พร้อมประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมการขยายผลองค์ความรู้สู่เกษตรกรรุ่นใหม่เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อในสวนปาล์ม ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง" ดร.กนก กล่าว

 ขณะที่ เฉลิมพร พิรุณสาร เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ยอมรับว่า ปัจจุบันการขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตรกำลังเป็นปัญหาใหญ่ หากไม่รีบดำเนินการแก้ไขจะเกิดวิกฤติการขาดแคลนแรงงานในอนาคตอย่างแน่นอน ซึ่ง ส.ป.ก.ได้ตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ เป็นอย่างดี จึงจัดทำโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ผ่านกลไกวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยประมงและวิทยาลัยการอาชีพ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เกิดความรู้สึกรักในวิชาชีพภาคการเกษตร อีกทั้งต้องการสร้างอาชีพทางภาคการเกษตรให้ทัดเทียมกับภาคอุตสาหกรรมด้วย

 เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าวอีกว่า นอกจาก ส.ป.ก.จ.กระบี่ ได้ร่วมมือกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกระบี่ ในการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติแล้ว ยังมีภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัท เกษตรสิทธี จำกัด บริษัท สหอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน บริษัท ศรีเจริญปาล์ม จำกัด หจก.โกลเด้นเทเนอร่า เข้ามาร่วมให้ความรู้แก่เกษตรกรรุ่นใหม่เหล่านี้ด้วย

 "วันนี้ได้มอบวุฒิบัตรให้แก่เกษตรกรที่ผ่านการอบรมขยายผลองค์ความรู้หลักสูตรระยะยาวจำนวน 86 ราย เพื่อสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมสินเชื่อจากเงินกองทุน ส.ป.ก.ร้อยละ 1 ต่อปี จำนวน 4.2 ล้านบาท แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 6 กลุ่มในพื้นที่ 4 อำเภอ 7 ตำบลของ จ.กระบี่ อีกด้วย"

 เฉลิมพร ย้ำด้วยว่า สำหรับโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ในเขตปฏิรูปที่ดินนี้ ส.ป.ก.ร่วมกับวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) จำนวน 76 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี 44 แห่ง วิทยาลัยประมง 3 แห่ง และวิทยาลัยการอาชีพ 29 แห่ง เพื่อสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ทางด้านทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและเพื่อการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน ผ่านการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษานั้นๆ
 
 "เราตั้งเป้าไว้ภายใน 5 ปี (ปี 2551-2555) คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 34,620 ราย แยกเป็นหลักสูตรปกติระดับ ปวช.และ ปวส. จำนวน 7,050 ราย เข้าอบรมในหลักสูตรเฉพาะทาง สำหรับผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนอาชีพใหม่ (ระยะกลาง) จำนวน 7,050 ราย และหลักสูตรครบวงจรสำหรับเกษตรกรที่ต้องการพัฒนาด้านการจัดการภาคเกษตร (ระยะยาว) จำนวน 27,570 ราย ซึ่งส.ป.ก.จะจัดที่ดินรองรับผู้ผ่านการอบรมที่มีความประสงค์จะขอที่ดินทำกิน โดยที่ผ่านมาในปี 2551 ได้จัดที่ดินให้แล้ว 205 ราย และในปี 2552 นี้ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 605 ราย" เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าวทิ้งท้าย

 นับเป็นความสำเร็จในการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยสร้างโอกาสทางการศึกษา เข้าถึงองค์ความรู้และจัดการเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

      สูตรสำเร็จ "เลี้ยงโคเนื้อในสวนปาล์ม"

 พิภบน์ นวลบุตร เกษตรกรเจ้าของสวนปาล์ม อยู่บ้านเลขที่ 322 หมู่ 2 ต.เขาต่อ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ซึ่งเป็น 1 ใน 86 รายที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรการเลี้ยงโคเนื้อในสวนปาล์มตามโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ของ ส.ป.ก.เปิดเผยว่า ตนมีพื้นที่ปลูกปาล์มอยู่ประมาณ 15 ไร่ และเลี้ยงโคเนื้อจำนวน 17 ตัว หลังจากเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรดังกล่าวก็ได้รับความรู้ทั้งในเรื่องของการใช้ประโยชน์จากปาล์มน้ำมัน การเลี้ยงโคเนื้ออย่างถูกวิธี ไม่ใช่เลี้ยงตามมีตามเกิดเหมือนเช่นที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังรู้วิธีการผสมเทียมโค การรักษาโรคติดเชื้อของโคในเบื้องต้นได้

 "ที่จริงปาล์มใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนนะ นอกเหนือจากเมล็ดแล้ว เช่น ทะลายปาล์มก็นำมาเพาะเห็ดฟาง หลังจากเพาะเห็ดก็นำมาทำปุ๋ย ส่วนทางปาล์มก็นำมาทำเป็นอาหารโค แล้วก็ผลิตปุ๋ยอินทรีย์สดอีกด้วย ส่วนโค เมื่อก่อนการผสมเทียมแต่ละครั้งต้องรอปศุสัตว์มาทำให้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องทำเองได้แล้ว ถ้าโคเป็นโรคเราก็สามารถรู้ได้ และก็รักษาอาการเบื้องต้นได้เลย ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์" เกษตรกรที่เรียนจบหลักสูตรการเลี้ยงโคเนื้อในสวนปาล์มคนเดิมกล่าว

 ขณะที่ เอนก ลิ่มศรีวิไล เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดโกลเด้นเทเนอร่า อ.เมือง จ.กระบี่ ผู้ผลิตและจำหน่ายสายพันธุ์ปาล์มโกลเด้นเทเนอร่า มองว่าการที่หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญและสนใจพัฒนาศักยภาพเกษตรกรชาวสวนปาล์มในพื้นที่ จ.กระบี่ ถือเป็นการวางแผนที่ยาวไกลของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา จ.กระบี่ ให้ศูนย์กลางปาล์มน้ำมันของประเทศในอนาคต อีกทั้งยังสามารถใช้พื้นที่ ส.ป.ก.ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย 

 "การให้ความรู้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มเป็นสิ่งจำเป็นมาก พวกเขาต้องมีความพร้อมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ หากจะพัฒนาเมืองกระบี่เพื่อรองรับเป็นศูนย์กลางปาล์มน้ำมันของประเทศ ที่ผ่านมาภาคเอกชน บริษัทผลิตน้ำมันปาล์มใน จ.กระบี่ ก็เข้าไปส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มเช่นกัน แต่อยู่ในวงจำกัด เพราะจะเน้นเกษตรกรในเครือข่ายของเขาเองเท่านั้น" เอนกเผย

สุรัตน์ อัตตะ