Kom Lifestyle

เที่ยว 'แดกู' ดู 'อันดง'

เที่ยว 'แดกู' ดู 'อันดง'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เที่ยวนี้ขอเล่า : เที่ยว 'แดกู' ดู 'อันดง' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] IG - kan_hongthong

 
                      จะว่าห่างหายจาก เกาหลี  ไปนานก็ใช่ แต่ก็ไม่ได้นานจนเกินไปหรอก เจอกันปีเว้นปีกำลังดี ระดับความคิดถึงพองตัวได้ที่ระดับความสัมพันธ์จัดว่ายังไม่ห่างเหินกันจนเกินไป
 
                      เกาหลีเที่ยวนี้ไม่ได้ป้วนเปี้ยนอยู่ในโซลเหมือนครั้งก่อนๆ แต่จะเป็นเที่ยวที่ได้กลับไปเที่ยว เมืองอันดง) และ เมืองแดกู 2 เมืองของเกาหลีที่ไม่ได้อยู่ในโผของนักเดินทางสักเท่าไหร่
 
                      เที่ยวนี้ร่วมทางไปกับสายการบินอีสตาร์เจ็ท (www.eastarjet.com) ที่มีเที่ยวบินบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปปูซานเลย และร่วมสำรวจกับบริษัทโฮลเซลอีกหลายเจ้าไม่ว่าจะเป็นสไมล์ลิ่ง กรุ๊ป (0-2693-8288) เซเว่นฮอลิเดย์ (0-2948-4561) โมเดิร์นพลัสทราเวล (0-2148-1980) และทราเวลสเตชั่น (0-2375-7088)
 
                      คงเป็นช่วงรอยต่อของฤดูกาลปลายฤดูใบไม้ร่วงย่างเข้าฤดูหนาว ถึงได้สะบัดฝนสะบัดหนาวมาปั่นป่วนการเดินทางเล็กน้อย
 
                      ระหว่างที่นั่งรถจากปูซานไปหาเมืองอันดง ฝนจึงโปรยเม็ดเบาๆ มาไม่หยุด ก่อนจะออกไปเดินสายเที่ยวเลยต้องให้อันดงจิมทัก อาหารประเภทไก่อบวุ้นเส้น ช่วยเพิ่มพลังงานและไออุ่นแก่ร่างกายสักเล็กน้อย จิมทักเป็นเมนูพื้นเมืองดั้งเดิมของเมืองอันดงที่จัดว่าถูกปากมาก
 
                      อุ่นและอิ่มแล้วเราออกเดินทางไปหา หมู่บ้านฮาฮเว หมู่บ้านโบราณของเกาหลีที่มีสายสะพายมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพราะเขาอนุรักษ์ดูและเอาไว้อย่างดี มาถึงหมู่บ้านนี้ต้องจอดรถไว้ด้านนอกแล้วนั่งรถเมล์เข้าไปจากนั้นใช้บริการสองเท้าเดินเที่ยวในหมู่บ้านที่วันนี้อาจจะเงียบเหงา แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตของคนในสมัยก่อน บ้านโบราณแต่ละหลังอายุนับร้อยปี ทุกวันนี้ยังมีผู้คนอาศัยอยู่ ตัวบ้านส่วนใหญ่ทำด้วยดินและหลังคามุงด้วยฟาง แต่ถ้าบ้านไหนเป็นบ้านขุนนางหรือคนระดับสูงจะมุงด้วยกระเบื้องอย่างดี โอ่อ่ากว่าบ้านชาวบ้าน
 
                      ถ้าเป็นบ้านชาวบ้านทั่วไปในชายคาบ้านจะมีการตากฟางและพวกผักไว้เป็นราวเลย ชาวเกาหลีใช้ของคุ้มจริงๆ ผักกาดที่ทำกิมจิพอแล้ว เขาไม่ทิ้ง เอามาตากแดด เอาไว้ทำเป็นซุปได้อีก
 
                      ที่จริงตั้งแต่ปากทางเข้าหมู่บ้านก็มีพวกรูปไม้แกะสลักที่เขาบอกเป็นเหมือนการปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้ออกจากหมู่บ้าน บ้างก็บอกเป็นการสะท้อนความแข็งแรงของผู้ชายและความต้องการลูกชายของชาวบ้าน
 
                      จะมาหาร้านสะดวกซื้อในหมู่บ้านมรดกโลกคงลำบาก ไม่มีผับ บาร์ คาเฟ่ ขนาดร้านขายของที่ระลึกยังแทบไม่ค่อยมี แต่ถ้ามีก็เป็นร้านขายหน้ากาก เพราะอย่างที่รู้กันว่าอันดงมีชื่อชั้นเรื่องการทำหน้ากาก และเป็นหมู่บ้านนี้มีการแสดงระบำหน้ากากในช่วงเทศกาล แต่ที่มีแน่ๆ คือเรือกสวนไร่นา เพราะชาวบ้านหมู่บ้านนี้เขายังทำไร่ไถนากันเหมือนสมัยก่อน เดินไปกลางหมู่บ้านก็จะเจอกับต้นไม้อายุหลายร้อยปี ที่เขาเรียกกันว่าซัมซินดัง มีกระดาษสีขาวเขียนคำอธิษฐานแขวนอยู่เต็มไปหมด
 
 
เที่ยว 'แดกู' ดู 'อันดง'
 
 
                      ก่อนจะตีรถไปเมืองแดกู แวะไปที่ สะพานรักวอนยง ที่พาดผ่านทะเลสาบอันดง เป็นสะพานไม้ที่ใหญ่และยาวที่สุดในเกาหลี สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักของชายหญิงคู่หนึ่ง เมื่อฝ่ายชายตาย ฝ่ายหญิงมาแสดงความรักด้วยการจารึกความรักที่มีและตัดผมของตนมาถักเป็นรองเท้าวางไว้ให้ที่สุสาน
 
                      บรรยากาศหลังฝนตกทำให้หมอกลอยคละคลุ้งอยู่เหนือผืนน้ำ บนสะพานไม้ที่พาดผ่านสายน้ำมีคู่รักชาวเกาหลีควงคู่กันมาดื่มด่ำความโรแมนติกไม่เว้นแต่ละวัน
 
                      วันรุ่งขึ้นนั่นแหละถึงได้ออกสำรวจเมืองแดกูกันบ้าง เมืองนี้ใหญ่ก็จริงแต่มีอะไรให้ดูไม่ใช่น้อยเหมือนกัน อย่างน้อยก็ที่ วัดดงฮวาซา วัดเก่าแก่ตั้งอยู่บนภูเขาพัลกงซาน อยู่ห่างจากเมืองแดกูไปราวๆ 20 กิโลเมตร วัดนี้น่าจะอายุพันกว่าปีเห็นจะได้ เพราะสร้างตั้งแต่สมัยอาณาจักรชิลลา
 
                      กว่าจะถึงวัดก็เดินไต่เขาดูใบไม้ร่วงหล่นไปอย่างเพลิดเพลิน และเมื่อขึ้นไปถึงลานวัดก็จะเห็นอาคารหลักของวัด และพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่าหลวงพ่อโต โดดเด่นอยู่กลางลานกว้าง และแม้ว่าอากาศจะหนาวแต่ก็มีชาวเมืองมานั่งสวดมนต์กันบนนี้ ซึ่งคนที่นี่เวลามาไหว้พระจะมาพร้อมดอกไม้แห้งและเทียนไขสีขาว
 
                      นอกจากจะมีพวกโคมไฟและกระเบื้องเอาไว้ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ทำบุญกันแล้ว ด้านหน้าของหลวงพ่อโตมีรูปปั้นเต่า สิงโต และโคมไฟหิน ที่ประดับประดาอยู่อย่างงดงาม
 
                      นอกจากวัดวาอารามแล้ว แดกูยังมีสวนสนุกที่น่าสนใจอย่าง E-WORLD ที่เป็นสวนสนุกใหญ่อันดับสามของเกาหลี ที่จริงเด็กๆ มาเที่ยวที่นี่คงจะปลื้ม แต่ผู้ใหญ่มาเที่ยวก็สนุกไม่แพ้กัน เพราะด้านในมีการตกแต่งไฟอย่างสวยงาม
 
                      แต่ไฮไลท์อยู่ที่การได้ขึ้นลิฟต์ไปชมวิวบนตึก 83 ทาวเวอร์ ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแดกู มาบนนี้นอกจากจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ 360 องศาแล้ว ด้านบนยังมีคาเฟ่ให้นั่งชิลกันด้วย และใครจะลงมาเข้าพิพิธภัณฑ์ หรือหามุมกินดื่ม ก็มีให้เลือกเยอะไปหมด ที่นี่จึงเป็นอีกมุมหนึ่งของแดกูที่น่ามาแฮงก์เอาท์ แต่อะไรไม่เด็ดเท่าได้ไปเดินสำรวจ ตลาดทงซองโน ตลาดที่ว่ากันว่าใหญ่กว่าเมียงดงในกรุงโซลถึง 3 เท่า เดินแล้วต้องบอกว่าใหญ่จริงๆ ใครที่กำลังมองหาเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า เครื่องสำอางสารพัดแบรนด์ มาที่นี่รับรองว่าสนุกสนานแน่นอน
 
                      ถ้าเบื่อกรุงโซล ลองหันมามองแดกูและอันดงดูบ้าง เป็นอีก 2 เมืองของเกาหลีที่น่าเที่ยวและน่าทำความรู้จักอย่างยิ่ง
 
 
 
 
--------------------
 
(เที่ยวนี้ขอเล่า : เที่ยว 'แดกู' ดู 'อันดง' : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected] IG - kan_hongthong)
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง