Kom Lifestyle

ไอทีรีวิว : ZTE BLADE S7 รปภ.คู่กาย

ไอทีรีวิว : ZTE BLADE S7 รปภ.คู่กาย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ไอทีรีวิว : ZTE BLADE S7 รปภ.คู่กาย

 
                      เพิ่งเปิดตัวกันสดๆ ร้อนๆ เลยสำหรับ ZTE Blade S7 สมาร์ทโฟนแดนมังกร ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจังมากขึ้นกว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ปรากฏข่าวเกี่ยวกับ ZTE อยู่บ่อยครั้ง และสมาร์ทโฟนของค่ายนี้ไม่ได้เน้นที่ของถูกอีกต่อไป แต่หันมาเน้นประสิทธิภาพและอัตลักษณ์ในการใช้งานที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ขณะที่ราคาจำหน่ายของสมาร์ทโฟนแดนมังกรค่ายนี้ก็ยังคงเป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋าของผู้ซื้อมากกว่าค่ายอื่นอย่างเห็นได้ชัด
 
                      มางานนี้ ZTE ส่ง Blade S7 มาเขย่าจิตใจชาวไทย ด้วยคุณภาพกล้องหน้า-หลัง 13 ล้านพิกเซลเท่ากัน กับฟังก์ชันสแกนลายนิ้วมือป้องกันการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นส่วนตัวของผู้ใช้ และฟีเจอร์ Intuitive Gesture Control และMagic Gesture ที่เพียงยก ขยับ หรือ วาดตัวอักษรบนหน้าจอ ก็สามารถสั่งการเปิดการใช้งานของกล้อง ปิดเสียง หรืออื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน
 
                      คุณสมบัติเหล่านี้เคยปรากฏอยู่ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ ราคาแพง แต่ในปัจจุบันกลับมามีอยู่ใน ZTE Blade S7  สมาร์ทโฟนระดับกลางแล้ว
 
                      แรกเห็นเจ้า Blade S7 พาลให้นึกถึงไอโฟน กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ของซัมซุง เพราะออกแบบมาเหมือนกับลูกผสมระหว่างมือถือของสองค่ายนี้มาก ต้องบอกตรงๆ ว่าไม่ค่อยถูกชะตากับภาพลักษณ์ที่เห็นภายนอกของเจ้า Blade S7 สักเท่าไหร่ บอดี้เป็นอะลูมิเนียมอัลลอย หนาเพียง 7.2 มม. ขณะที่กรอบจอทำได้ดีมีความบางทำให้เห็นว่ามีพื้นที่แสดงผลของจอขนาด 5 นิ้วได้ชัดเจนขึ้นกว่า Blade 6 (ในจุดนี้ ZTE อ้างว่าพื้นที่แสดงผลเพิ่มขึ้น คิดเป็น 72.1% จากตัวเครื่อง) จอแบบ FullHD (1920x1080p) แต่ดีไซน์กระจกหน้าจอแบบโค้ง และการเสริมประสิทธิภาพการป้องกันด้วยแผ่นกระจกแบบ Gorilla Glass 3 พอจะทำให้คะแนนการออกแบบในใจผู้เขียนขยับขึ้นมาอีกระดับ เพราะดูทันสมัยและการออกแบบกระจกลักษณะนี้ช่วยให้โอกาสในการร้าวของกระจกที่เลือกใช้เป็น Gorilla Glass 3 น้อยลงมาก
 
 
ไอทีรีวิว : ZTE BLADE S7 รปภ.คู่กาย
 
 
                      ตัวบอดี้ของ Blade S7 ที่ได้รับมาฉาบทาสีเขียวมะนาวเปรี้ยวจี๊ด สะดุดตา น่าจะเข้าตาสาวๆ ได้ไม่น้อย ด้านหลังเรียบ (ดี) ตัวเลนส์กล้องหลักไม่โป่งนูนออกมาเช่นเดียวกับมือถือรุ่นใหม่หลายรุ่น ที่ทำให้หลายคนวิตกว่าหน้าเลนส์จะเป็นรอยได้ง่าย ทำให้ตัวเครื่องวางเรียบไปกับพื้นได้อย่างสบายใจ
 
                      ปุ่มเปิด-ปิด ควบคุมเสียงและถาดใส่ซิม เรียงตัวกันอยู่ทางฝั่งซ้ายของตัวเครื่อง ทั้งหมดทำให้ใช้งานไม่รกมือ Blade S7 รองรับ 2 ซิม (ถาดใส่ซิม 2 ใช้เป็นช่องใส่ไมโครเอสดี การ์ด ความจุสูงสุด 64 กิกะไบต์) โดยซิมหลักรองรับ 4 จี คลื่นความถี่  800/900/1800/2100 และ 3 จี คลื่นความถี่ 850/900/1900/2100 
 
                      ระบบประมวลผลกลาง ใช้ซีพียู Qualcomm 64-Bit SnapDragon 615 Processor หน่วยความจำหลัก 3 กิกะไบต์ และหน่วยความจำในตัวเครื่อง 32 กิกะไบต์ (ว้าว) ส่วนระบบปฏิบัติการใช้แอนดรอยด์ เวอร์ชั่น 5.1.1 ครอบทับด้วย User Interface MiFavor 3.2 ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ค่อยคุ้นตาสักเท่าไหร่
 
                      จุดเด่นที่สำคัญของเจ้า ZTE Blade S7 อยู่ที่การรักษาความปลอดภัยครับ เพราะเจ้าสมาร์ทโฟนน้ำหนักเบาเครื่องนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยล้ำหน้าถึง 3 ชุด ตั้งแต่การใช้รหัสผ่าน การสแกนม่านตา และการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ 
 
 
ไอทีรีวิว : ZTE BLADE S7 รปภ.คู่กาย
 
 
                      ผู้ใช้สามารถตั้งลายนิ้วมือที่ใช้ปลดล็อกและเข้าถึงแอพพลิิเคชั่นที่ต้องการได้มากถึง 5 ลาย ทั้งยังตั้งค่าห้ามการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นที่ต้องการได้ตามประสงค์ โดยจะมีคำสั่งให้เลือกในขั้นตอนการตั้งค่าลายนิ้วมือ ซึ่งต้องใช้ปุ่ม  Home ด้านล่างหน้าจอเป็นตัวอ่านค่าและปลดล็อก ในขั้นตอนนี้จะมีการตั้งรหัสผ่านสำรองไว้ด้วยพร้อมๆ กัน 
 
                      ขณะที่การสแกนลายม่านตาทำได้ด้วยระบบ Sky EYE ที่ใช้กล้องหน้าเป็นตัวอ่านค่าเรตินาของดวงตาเจ้าของ ซึ่งในบางครั้งระหว่างการทดสอบก็ไม่สามารถปลดล็อกระบบได้เพราะมีแสงช่วยน้อย ทำให้กล้องจับภาพเรตินาไม่ได้ชัดเจน 
 
                      การใช้งานทั่วไปถือว่าตอบโจทย์กับคนทำงานที่ชอบมือถือน้ำหนักเบา บอดี้โลหะ และใช้งานได้นานพอควรจากแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 2,500 มิลลิแอมป์ โดยผู้เขียนทดลองใช้งานแบบคนทำงานจริงๆ  มีการเปิดใช้อินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4 จี เพื่อค้นหาข้อมูล ดูวิดีโอจากยูทูบบ้าง และเล่นเกมเด็กๆ บ้าง เจ้า Blade S7 ยังให้เวลาการทำงานได้นานราว 2 วัน ก่อนที่จะต้องเข้าปั๊มเติมไฟฟ้ากันอีกที 
 
                      ข้อติจริงๆ จังๆ ของเจ้า Blade S7 น่าจะอยู่ที่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของการออกแบบ ที่บางอย่างยังไม่ลงตัวนัก เช่น ขอบบอดี้โลหะที่ให้ความรู้สึกคมๆ และการออกแบบ USer Interface ที่อ่านได้ยาก เข้าใจได้ยากว่าเป็นแอพพลิเคชั่นอะไร  แถมยังมีแอพพลิเคชั่นแถมมาจากโรงงานอีกเพียบ ทั้งที่ผู้ใช้อาจจะไม่ได้ใช้เลยก็เป็นได้ สำหรับราคาเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 ตั้งอยู่ที่ 11,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่เขียวมะนาว (Lemon Green), ทอง (Rose Gold), ขาว (Diamond White) และ เทา (Space Gray) ก็แล้วแต่จะตัดสินใจกันครับ
 
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง