Kom Lifestyle

เรียนรู้ควบคู่ทำวิจัยจบมีประสบการณ์ทำงานได้จริง

เรียนรู้ควบคู่ทำวิจัยจบมีประสบการณ์ทำงานได้จริง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เรียนรู้ควบคู่ทำวิจัยจบมีประสบการณ์ทำงานได้จริง

           "ขณะนี้มีตัวเลขผู้จบปริญญาตรี 2.3 แสนคน มีผู้ทำงานเพียง 1.3 แสนคน ส่วนอีก 1 แสนคน ตกงาน แต่ประเทศยังขาดแคลนแรงงาน ถ้าวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการขาดแคลนแรงงาน ทั้งที่มีคนจบปริญญาตรีจำนวนมาก อาจเป็นไปได้ว่า ความรู้ของบัณฑิตที่จบออกไปไม่เพียงพอ หรือเรียนไม่ตรงกับสิ่งที่ภาคเอกชน อุตสาหกรรมต้องการ ขณะเดียวกันอาจไม่มีความเชี่ยวชาญ ไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ต้องให้อาจารย์ทำงานวิจัยร่วมกับภาคเอกชนแล้วนำงานวิจัยเหล่านั้นมาสอน นักศึกษาจะได้ทำวิจัยเป็นและทำงานได้จริงหลังสำเร็จการศึกษา" รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าว

           ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงเน้นให้เด็กมีส่วนร่วม มีความสุขในการเรียน ซึ่งครูจะนำโจทย์ องค์ความรู้ บทเรียน ตัวอย่างจากงานทำงานวิจัย การเรียนแบบโครงงานหรือ โปรเจกท์ โดยเอาปัญหานำ ทำให้เด็กได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กล้าถาม กล้าคิด กล้าทำ เปิดโอกาสให้เด็กลงพื้นที่ไปทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ทำวิจัยร่วมกับอาจารย์ ทำให้เด็กได้องค์ความรู้ เห็นถึงปัญหา ความสำเร็จ เด็กได้เรียนรู้กรณีใหม่ๆ จากสถานการณ์จริง

           “ให้อาจารย์นำตัวอย่างจากงานวิจัย หรือการไปทำงานร่วมกับภาคเอกชน อุตสาหกรรม นำมาใช้ในการเรียนการสอนนักศึกษา เพราะการเรียนตลอด 7 วัน การสอนแบบท่องจำทำให้นักศึกษาเข้าใจไม่เกิน 10% แต่สอนแบบให้ได้เด็กเรียนรู้ แลกเปลี่ยน อธิบาย จะทำให้เด็กเข้าใจบทเรียน เรื่องต่างๆ ได้ถึง 90% จึงต้องเชื่อมโยงงานวิจัยให้อาจารย์มาบูรณาการการเรียนการสอนนักศึกษา” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวต่อว่า การที่เด็ก ครู มีประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติ ได้เห็นบรรยากาศการทำงานจริง ทำให้เด็ก ครู เข้าใจธุรกิจมากกว่าการท่องจำ ฉะนั้นการเรียนนอกห้องเรียนเป็นสิ่งที่เหมาะกับนักศึกษารุ่นใหม่ ซึ่งมหาวิทยาลัยพยายามวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง การเรียนแบบไหนที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ การทำงานของเด็ก และต้องปรับเปลี่ยนให้เท่าทันการเรียนรู้แบบใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น จึงได้จัดอบรมครูให้ใช้กิจกรรมในการเรียนการสอน ไม่ให้เรียนแบบจด หรือท่องจำ รวมถึงมีการปรับรูปแบบการประเมินที่วัดจากปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี ในปีการศึกษาหน้าจะวัดประเมินผลการเรียนรู้ของนักศึกษา เปลี่ยนเป็นสอบทฤษฎี 50 คะแนน และสอบปฏิบัติ หรือจากการส่งโครงงาน สอบสมรรถนะ หรือถามตอบ 50 คะแนน เพื่อวัดความรู้ ความเข้าในของนักศึกษา

           ที่สำคัญอาจารย์ต้องเข้าใจกระบวนการเรียนการสอนบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ ที่ผ่านประสบการณ์วิชาการ และการฝังตัวในสถานประกอบการ ต้องรู้จักการบูรณาการ การทำงานวิจัยร่วมกับสถานประกอบการ หรือรวมคณะหลายๆ คณะตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และเชื่อมโยงเข้ากับการเรียนการสอน ขณะนี้นักศึกษาของเรานอกจากทำงานเป็น รู้ลึกทฤษฎีแล้ว จะต้องมีทักษะด้านภาษาอังกฤษ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มีความเชี่ยวชาญในสาขา คณะที่ตนเองเรียน และรู้จักนำไปใช้ในการทำงาน

           “คนทุกอาชีพต้องกลับมามหาวิทยาลัย เพื่อให้มหาวิทยาลัยเติมเต็มความรู้ ความเชี่ยวชาญ เพราะแรงงานอาจมีทักษะ ประสบการณ์ทำงานมาหลายปี แต่อาจขาดความเชี่ยวชาญ ทักษะสมัยใหม่ จำเป็นต้องกลับมาอัพเกรดความรู้ มหาวิทยาลัยจึงต้องเป็นสถานที่อัพเกรดความรู้ เพื่อทำให้คนมีความรู้ ความสามารถที่สูงขึ้น ซึ่งถ้าเป็นไปได้ควรเพิ่มเติมความรู้ปีละครั้ง โดยเฉพาะในสาขาด้านคอมพิวเตอร์ ด้านเทคโนโลยี หาดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.rmutt.ac.th”

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง