Kom Lifestyle

รู้ทันมะเร็ง : โรงพยาบาลมะเร็งในอุดมคติ

รู้ทันมะเร็ง : โรงพยาบาลมะเร็งในอุดมคติ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

รู้ทันมะเร็ง : โรงพยาบาลมะเร็งในอุดมคติ : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

 
      ใกล้จะสิ้นปีเก่า เป็นโอกาสดีที่จะทบทวนเหตุการณ์สำคัญ ทำให้อดไม่ได้ที่จะคิดถึงโรงพยาบาลในฝันที่อยากเห็นในบ้านเรา โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะด้านโรคมะเร็ง เนื่องจากโรคมะเร็งยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของบ้านเรา เพราะเป็นสาเหตุการตายที่ครองแชมป์อันดับหนึ่งมาตลอด
 
      โรงพยาบาลในฝันด้านโรคมะเร็ง หาใช่โรงพยาบาลที่มีแต่เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง ทันสมัยที่สุดในการรักษา แต่โรงพยาบาลมะเร็งในอุดมคติที่ว่านั้น ไม่ได้เป็นโรงพยาบาลที่คิดแบบเก่าๆ คือคิดแบบตั้งรับ ตั้งหน้าตั้งตาจะคอยรับรักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งแล้วแต่อย่างเดียว แต่ต้องหาทางช่วยกันรณรงค์ให้ความรู้ประชาชน เพื่อป้องกันโรคมะเร็งในคนปกติด้วย โดยเฉพาะในชุมชนหรือในพื้นที่ที่โรงพยาบาลนั้นตั้งอยู่ หลายคนคงเคยได้ยินมาแล้วว่า การป้องกันไม่ให้เป็นโรคสำคัญกว่าปล่อยให้เป็นโรคแล้วมาวิ่งตามรักษากันแบบที่เป็นอยู่ แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ แล้ว โรงพยาบาลส่วนใหญ่ในบ้านเรายังดำเนินการทางด้านนี้ค่อนข้างน้อย เหตุผลสำคัญก็เพราะงานบริการผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเรียบร้อยแล้วนั้นมากโขอยู่แล้ว
 
      งานอีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันกับการป้องกันก็คือ การมีโปรแกรมหรือช่องทางเฉพาะในการตรวจสุขภาพ เพื่อค้นหามะเร็งในระยะเริ่มต้นหรือการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง โดยมีการตรวจคัดกรองมะเร็งแต่ละอวัยวะตามปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล ไม่ใช่ให้ผู้ใช้บริการต้องมาถามหาหรือร้องขอให้แพทย์ส่งตรวจ เพราะการตรวจพบมะเร็งไม่ว่าอวัยวะใดในระยะเริ่มต้น ย่อมส่งผลดีต่อการรักษา ทำให้โอกาสหายขาดได้สูง
 
      ในส่วนของงานบริการผู้ป่วยที่เป็นงานถนัดของโรงพยาบาลนั้น ต้องเน้นที่คุณภาพ 3 ส่วนหลักคือ การวินิจฉัยโรค การรักษาโรค และการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง นอกจากที่จะต้องมีจำนวนเจ้าหน้าที่เพียงพอ เครื่องไม้เครื่องมือที่ได้มาตรฐานทั้งทางด้านการวินิจฉัยและการรักษาแล้ว การให้บริการในระยะเวลาที่ไม่ล่าช้า ก็เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กันด้วยเช่นกัน เพราะส่งผลต่อผลการรักษา กล่าวคือ ควรได้ผลชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็นมะเร็งภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยควรได้รับการผ่าตัดภายใน 4 สัปดาห์ ฉายแสงหรือได้รับยาเคมีบำบัดภายใน 6 สัปดาห์หลังจากมีผลการวินิจฉัยยืนยันแล้ว พูดง่ายๆ ว่าได้รับบริการยิ่งเร็วยิ่งดี นอกจากนั้น ควรมีการบริการในสาขาอื่นๆ ทางอายุรกรรมที่เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคมะเร็ง รวมถึงการให้บริการแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์ทางเลือกควบคู่กันไปภายในโรงพยาบาล ไม่ต้องให้ผู้ป่วยหรือญาติต้องเที่ยวไปหาบริการเอง เชื่อถือได้บ้าง ไม่ได้บ้างแบบที่เป็นอยู่ สุดท้ายก็ต้องให้ความสำคัญกับการรักษาแบบประคับประคองในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ไม่ให้ทุกข์ทรมานและมีคุณภาพชีวิตที่ดีจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
 
      หลายท่านคงคิดว่าคงหมดแล้วสำหรับโรงพยาบาลในอุดมคติที่ว่า แต่ยังมีอีก 2 หลักที่เป็นภารกิจสำคัญคือ โรงพยาบาลต้องมีฐานข้อมูลสถิติโรคมะเร็งหรือที่เรียกว่าการทำทะเบียนมะเร็ง ทั้งในระดับพื้นที่และในโรงพยาบาลของตนเอง เพื่อวางแผนรับมือโรคมะเร็งที่พบบ่อยในพื้นที่ของตนเอง ท้ายที่สุดคือ ต้องมีงานวิจัยด้านโรคมะเร็งในโรงพยาบาล เพื่อพัฒนาคุณภาพทุกๆ ด้านให้ดียิ่งขึ้น
 
      ก็ได้แต่หวังว่าปีหน้าฟ้าใหม่จะเห็นโรงพยาบาลโรคมะเร็งที่ครบเครื่องต้มยำแบบนี้ ในบ้านเรามากขึ้นๆ เรื่อยๆ นะครับ
 
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง