Kom Lifestyle

แจงสื่อเอพีเสนอข่าวไทยใช้แรงงานทาสในโรงงานแกะกุ้ง

แจงสื่อเอพีเสนอข่าวไทยใช้แรงงานทาสในโรงงานแกะกุ้ง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เปิดซองส่องไทย : แจงสื่อเอพีเสนอข่าวไทยใช้แรงงานทาสในโรงงานแกะกุ้ง

 
      เผยกสร.พร้อมชุดเฉพาะกิจ เข้าช่วยเหลือและดำเนินคดีนายจ้างแล้ว
 
      กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แจงกรณีสื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่าโรงงานกุ้งแกะเปลือกในไทยมีการใช้แรงงานทาสเผยได้ดำเนินการบุกตรวจและช่วยเหลือแรงงานทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีนายจ้างตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานแล้ว
 
      น.ส.พรรณี ศรียุทธศักดิ์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึง กรณีที่สำนักข่าวเอพี สหรัฐอเมริกา ได้รายงานข่าวว่ามีแรงงานชาวเมียนมาร์ถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาสในโรงงานอาหารทะเลแปรรูป (แกะกุ้ง) ที่จ.สมุทรสาคร นั้น แท้จริงแล้วกรณีดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอได้ประสานเข้าร่วมตรวจกับชุดเฉพาะกิจ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานการปฏิบัติงานในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 1 (ศรชล.) เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ดำเนินการตรวจค้นสถานประกอบกิจการดังกล่าวไปแล้ว โดยได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ ค.422/2558 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 ตรวจค้น บ้านเลขที่ 209/13 ถนนเดิมบาง ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ประกอบกิจการแกะกุ้ง และจากการตรวจค้น พบมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์จำนวน 78 คน ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 17 คน โดยในจำนวนนี้มี 2 คนที่อายุต่ำกว่า 15 ปี โดยนายจ้างได้ว่าจ้างเข้าทำงานระหว่างวันที่ 12 เมษายน 2555 ถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2558 ลูกจ้างทำงานจนถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 จึงได้ถูกช่วยเหลือ นายจ้างได้ให้ทำงานในหน้าที่แกะกุ้ง ซึ่งจะได้รับค่าจ้างตามผลงานเฉลี่ยวันละ 200 บาท และบังคับให้ทำงานทุกวัน เวลา 03.00 น. ถึง 18.00 น. โดยไม่มีวันหยุดประจำสัปดาห์
 
      จากการตรวจค้นสถานประกอบกิจการดังกล่าว พบว่านายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 จึงดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามมาตราต่างๆ รวม 13 ข้อ ดังนี้ ตามมาตรา 26, 25 และ 24 ซึ่งเกี่ยวข้องการทำงานล่วงเวลาและชั่วโมงทำงานในวันหยุด, มาตรา 44 ห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง, มาตรา 45 ในกรณีที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเป็นลูกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน, มาตรา 47 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้าง ซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงาน ในระหว่าง เวลา 22.00 น. ถึงเวลา 06.00 น., มาตรา 48
 
      ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด, มาตรา 61 ให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ, มาตรา 64 ในกรณีที่นายจ้างมิได้จัดให้ลูกจ้างหยุดงาน หรือจัดให้ลูกจ้างหยุดงานน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างเสมือนว่านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด, มาตรา 70 ไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ให้ถูกต้องและตามกำหนดเวลา, มาตรา 76 ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา, มาตรา 90 ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ, มาตรา 108 ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน, มาตรา 112 ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปจัดทำทะเบียนลูกจ้าง และมาตรา 114 ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปจัดให้มีเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในชั้นพนักงานสอบสวน และดำเนินการให้แรงงานทั้ง 78 คน ยื่นคำร้อง (คร.7) เพื่อเรียกค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย
 
      อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวต่อไปว่า นอกจากกรณีข้างต้นแล้ว หากพบว่ามีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิแรงงานหรือการค้ามนุษย์ด้านแรงงานไม่ว่าจะเป็นแรงงานไทยหรือแรงงานต่างด้าว กสร.จะดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือทันทีเพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับ และใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินคดีนายจ้างหรือสถานประกอบกิจการที่กระทำผิด พร้อมทั้งกำกับดูแลนายจ้าง ลูกจ้างให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเพื่อให้การทำงานของภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มครองแรงงานได้อย่างทั่วถึง และขอขอบคุณทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนที่ช่วยกันสอดส่องดูแล นายจ้าง ลูกจ้างที่ไม่เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน และหากพบการกระทำความผิดหรือต้องการแจ้งเบาะแส สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 1546 หรือทางเว็บไซต์ www.labour.go.th, อีเมล : [email protected] และสามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ทุกพื้นที่ หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด
 
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง