Kom Lifestyle

จับตา5มะเร็งยอดฮิต...ก่อนคุกคามชีวิตผู้ชายใกล้ตัว(จบ)

จับตา5มะเร็งยอดฮิต...ก่อนคุกคามชีวิตผู้ชายใกล้ตัว(จบ)
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

จับตา5มะเร็งยอดฮิต...ก่อนคุกคามชีวิตผู้ชายใกล้ตัว(จบ) : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ

 
          โรคมะเร็งตับ ก็เป็นอีกโรคยอดฮิตสำหรับท่านชายทั้งหลาย สมัยก่อนเราจะได้ยินว่าหากกินเหล้ามากๆ จะเป็นตับแข็ง แล้วยังเชื่อว่าเป็นตับแข็งแล้วจะเป็นมะเร็งตับ หรือบางคนกลับเข้าใจไปว่าเป็นโรคเดียวกันด้วยซ้ำไป ปัจจุบันคนไทยอาจดื่มเหล้าลดลง ทำให้คนที่เป็นโรคตับแข็งจากการดื่มเหล้าก็พบได้น้อยลงไปด้วย แต่เมื่อไม่นานมานี้พบว่าคนไข้คนหนึ่งที่ตับอักเสบจากการกินยาดอง หรืออาหารหมักดองเกือบทุกวัน จนกระทั่งมีตับแข็งระยะเริ่มต้น และตรวจพบก้อนเนื้อที่อาจเป็นมะเร็งตับ
 
          ซึ่งจะเห็นได้ว่าแม้เราไม่ได้กินเหล้า แต่หากกินอาหารที่มีส่วนผสมของเหล้า หรือแอลกอฮอล์ติดต่อกันนานๆ อาจทำให้ตับทำงานหนักทุกวันจนเป็นตับแข็งและมะเร็งได้ แต่สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือ การที่เราเป็นโรคตับอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เช่น ชนิด B และชนิด C (B พบได้บ่อยกว่า) ส่วนมากมักได้รับเชื้อจากคุณแม่ตั้งแต่ที่เราคลอด หรืออาจติดจากสามีภรรยา หรือแฟนเรานั่นเอง ในสมัยก่อนที่การบริจาคเลือดไมได้มีการตรวจสอบเชื้อได้ดีอย่างในปัจจุบัน ทำให้มีเลือดของผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ ติดต่อกันจากการให้เลือดได้
 
          ปัจจุบันถือว่าเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งได้เหมือนกัน อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ เรื่องการตรวจตับด้วยอัลตราซาวด์ หรือตรวจเลือดหามะเร็งตับตามความเหมาะสมด้วย แต่เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้นแล้ว อาจส่งผลแสดงอาการต่างๆ ได้เช่น ปวด แน่นท้องบริเวณด้านขวาบน หรือหากเป็นก้อนตรงตับกลีบซ้าย อาจมีอาการบริเวณลิ้นปี่ และมีอาการเหม็นเบื่ออาหาร กินไม่ค่อยได้ ซึ่งส่งผลให้น้ำหนักลดลงโดยไม่รู้ตัว บางคนอาจมีอาการเกี่ยวการย่อยอาหาร ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เพราะเคมีน้ำดีในตับบกพร่อง คนที่ก้อนโตมากขึ้น อาจคลำก้อนได้บริเวณใต้ชายโครงขวา รู้สึกท้องโต แน่นตึง บางคนอาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรือมีน้ำไปที่ช่องท้องที่เรียกว่า ท้องมาน เกิดขึ้นได้หากก้อนลุกลามมาก แต่อาการเหล่านี้บางครั้ง อาจเกิดจากภาวะตับแข็งเฉยๆ โดยที่ยังไม่ได้เป็นมะเร็งก็ได้ หากท่านมีอาการสงสัยว่าจะเป็นโรคมะเร็งตับ ขอให้อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะส่วนมากแล้วมักจะไม่มีอาการของโรคมะเร็งตับจริงๆ ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการต่อไป
 
          โรคมะเร็งศีรษะและลำคอ หรือ Head & Neck Cancer ก็นับเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ท่านชายทั้งหลายไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นปัญหาที่ทางสาธารณสุขระดับโลกให้ความสำคัญ ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยใหม่เกิดขึ้นประมาณ 5.4 แสนรายทั่วโลก และเสียชีวิตกว่า 2.71 แสนรายต่อปี ส่วนใหญ่โรคนี้มีสาเหตุจาก เยื่อเมือกบุภายในของอวัยวะบริเวณศีรษะและลำคอ ได้แก่ ช่องปาก ซึ่งประกอบด้วย ริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม เนื้อเยื่อใต้ลิ้น และรอบๆ ลิ้น เหงือก ลิ้น และเพดานแข็ง คอหอยส่วนปาก ซึ่งประกอบด้วย โคนลิ้น ต่อมทอนซิล เพดานอ่อน และลิ้นไก่ โพรงหลังจมูก กล่องเสียง ต่อมไทรอยด์ เนื้อเยื่อรอบกล่องเสียง โพรงจมูก และโพรงไซนัส และต่อมน้ำลายต่างๆ สาเหตุเกิดโรคมะเร็งศีรษะ และลำคอ สำหรับสาเหตุของเกิดโรคมะเร็งศีรษะ และลำคอ ยังไม่ทราบชัดเจน
แต่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การขาดวิตามิน และเกลือแร่ การบริโภค หมาก ยาฉุน การมีแผลเรื้อรังในช่องปากจากโรคต่างๆ การติดเชื้อไวรัสบางชนิดที่สำคัญ เช่น เชื้อไวรัส อีบีวี (EB virus) ไวรัสเอชพีวี (HPV viruses) และไวรัสเอชไอวี (HIV virus) สำหรับประเทศไทย พบว่าปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งศีรษะและลำคอมาจากการดื่มเหล้าและการสูบบุหรี่ ส่วนการเคี้ยวหมากร่วมกับใบยาสูบเป็นพฤติกรรมที่พบบ่อยในอดีต และเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิด “มะเร็งช่องปาก” โดยเฉพาะบริเวณกระพุ้งแก้ม ผู้ป่วยบางรายอาจมีความผิดปกติระดับยีนที่เสริมให้เกิดมะเร็งจากการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุเสริมอื่นๆ ได้แก่ ภาวะภูมิคุ้มกันความผิดปกติทางพันธุกรรมอาจมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งศีรษะและลำคอ
 
          นอกจากนี้การใช้ฟันปลอมที่ไม่พอดี ซึ่งทำให้เกิดการเสียดสีกับเยื่อบุภายในปาก ก็อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองจนเป็นแผล ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ให้เกิดขึ้นเป็นประจำ ก็อาจจะทำให้เกิดมะเร็งได้ในระยะยาว และอีกสาเหตุที่พบมากขึ้นในต่างประเทศคือ การได้รับเชื้อ human papillomavirus หรือ HPV (ไวรัสตัวเดียวกับที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก) จากการมีคู่นอนหลายคน การทำออรัลเซ็กส์ ก็อาจจะเป็นมะเร็งในช่องปาก คอหอย และต่อมทอนซิลได้
อย่างไรก็ตามวิธีดูแลตัวเองเพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งนั้นเริ่มต้นทำง่ายๆ คือ การเลิกบุหรี่ และเลิกดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ให้ครบทุกหมู่อาหาร ในปริมาณเหมาะสม (ไม่ให้อ้วน หรือผอมจนเกินไป) ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หมั่นตรวจเช็กร่างกายสม่ำเสมอ อย่าละเลยการตรวจสอบสังเกตอาการด้วยตัวเอง หากพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ช่วยตรวจเช็ก อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะถ้าตรวจพบแต่เนิ่นๆ จะได้รับรักษาได้อย่างทันท่วงที มีโอกาสรักษาโรคมะเร็งให้หายได้สูง
โรงพยาบาลวัฒโนสถ
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง