Kom Lifestyle

‘พ.ร.บ.จีเอ็มโอ’ข้อดี-ข้อเสีย!

‘พ.ร.บ.จีเอ็มโอ’ข้อดี-ข้อเสีย!
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

‘พ.ร.บ.จีเอ็มโอ’ข้อดี-ข้อเสีย! : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

           20 ปีมาแล้ว ที่คนไทยถกเถียงกันว่า จะเอา “จีเอ็มโอ” หรือไม่เอา?

           ล่าสุดวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 คณะรัฐมนตรี มีมติผ่าน “ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ พ.ศ. ....” หรือเรียกว่า “พ.ร.บ.จีเอ็มโอ” เรียบร้อยแล้ว รอเพียงส่งให้สนช.เอาไปพิจารณาออกเป็นกฎหมายเท่านั้น...

           “จีเอ็มโอ” ย่อมาจาก Genetically Modified Organisms (GMOs) หมายถึง สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ที่ถูก “ดัดแปลงพันธุกรรม” คือการตัดต่อเอายีนของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง มาใส่เข้าไปในยีนสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งปกติไม่เคยผสมพันธุ์กันได้เองตามธรรรมชาติ เพื่อให้เกิดเป็น “สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่” มีคุณลักษณะตามความต้องการของผู้ตัดต่อ เช่น

           - “มะเขือทนหนาว” การตัดต่อยีนทนความหนาวเย็นจากปลาขั้วโลกผสมกับมะเขือเทศ ทำให้มะเขือเทศชนิดนี้ปลูกในที่อากาศหนาวเย็นได้

           - “ถั่วเหลืองจีเอ็มโอ” การตัดต่อยีนจากแบคทีเรียมาใส่ในยีนถั่วเหลือง เพื่อให้ถั่วเหลืองทนทานต่อยาปราบวัชพืช

           - “มะละกอจีเอ็มโอ” การนำยีนจากไวรัสใบด่างวงแหวนมาตัดต่อใส่ในมะละกอ เพื่อให้มะละกอต้านทานโรคไวรัสชนิดนี้ได้

           ล่าสุดต้นปี 2557 นักวิทยาศาสตร์อังกฤษใช้เทคโนโลยีจีเอ็มโอพัฒนามะเขือเทศสายพันธุ์สีม่วงขึ้นมา โดยนำยีนเม็ดสีม่วงจากต้นลิ้นมังกร (snapdragon) มาตัดต่อใส่เข้าไปในยีนของมะเขือเทศ ทำให้ได้เป็นมะเขือเทศสีม่วงขึ้นมาแทน

           ปัจจุบัน พืชจีเอ็มโอที่วางขายตามท้องตลาด ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวโพด มันฝรั่งมะเขือเทศ มะละกอ และฝ้าย

           สำหรับ “สัตว์จีเอ็มโอ” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังคือ “ปลาแฟรงเกนแซลมอน” (Frankensalmon) เกิดจากนำปลาแซลมอนธรรมดามาตัดต่อใส่ยีนที่ช่วยทำให้กินอาหารเยอะและเร่งการเจริญเติบโต ผลปรากฏว่า แซลมอนตามธรรมชาติปกติอายุ 18 เดือน มีความยาว 13 นิ้ว และหนัก 2.8 ปอนด์ แต่ปลาแฟรงเกนแซลมอนอายุเท่ากัน ตัวใหญ่ยาวถึง 24 นิ้ว น้ำหนักมากขึ้นเกือบ 3 เท่า

           องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าปลาแซลมอนจีเอ็มโอ เป็นอาหารปลอดภัยสำหรับมนุษย์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยที่นักอนุรักษ์ธรรมชาติและประชาชน 2 สองแสนกว่าคนลงชื่อคัดค้าน เพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดภูมิแพ้อาหารทะเล และถ้าปลาจีเอ็มโอหลุดไปในธรรมชาติอาจเกิดทำลายสิ่งแวดล้อมและทำลายสายพันธุ์ปลาแซลมอนดั้งเดิมได้

           ส่วนปรากฏการณ์ “จีเอ็มโอ” ในไทยนั้น ย้อนไปตั้งแต่ปี 2538 กรมวิชาการเกษตรอนุญาตให้ “บริษัทมอนซานโต้” นำเข้า "ฝ้ายจีเอ็มโอมาทดลอง” ปี 2542 มีเอ็นจีโอไปร้องเรียนว่าพบการปนเปื้อนฝ้ายจีเอ็มโอออกมานอกพื้นที่ทดลองที่ จ.เลย และมาละกอจีเอ็มโอหลุดออกมานอกแปลงทดลองเช่นกันที่ จ.ขอนแก่น แต่ที่เป็นข่าวโด่งดังคือข้าวโพดจีเอ็มโอของแปลงทดลองบริษัทมอนซานโต้มาปนเปื้อนพื้นที่ของเกษตรกรใกล้เคียงใน จ.พิษณุโลก

           แม้ว่าประเทศไทยจะมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ที่พยายามผลักดันกฎหมายเพื่ออนุญาตให้มีการทดลองและนำเข้าอย่างเสรี แต่ก็ถูกคัดค้านโดยเครือข่ายผู้ต่อต้านจีเอ็มโอมาตลอด

           จนกระทั่ง คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ “ร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพฯ” ที่นำเสนอโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขั้นตอนต่อไปคือส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และส่งไปสอบถามความคิดเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ฯลฯ ก่อนเสนอให้ "สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” (สนช.) พิจารณาออกเป็นกฎหมายบังคับใช้

           พ.ร.บ.จีเอ็มโอมีทั้งหมด 109 มาตรา สามารถสรุปสาระสำคัญออกมาได้ 5 ข้อดังนี้

           1.แต่งตั้ง “คณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพแห่งชาติ” เป็นผู้ดูแล มีกรรมการโดยตำแหน่ง 12 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน มีปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ เป็นประธานกรรมการ

           2.ผู้จะนำเข้าและส่งออกอะไรที่เกี่ยวกับจีเอ็มโอหรือ “สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม” ต้องขออนุญาต

           3.ไม่บังคับใช้กับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่เป็น “ยา” เพราะมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว

           4.ห้ามไม่ให้ปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมใดๆ สู่สิ่งแวดล้อม เว้นแต่ได้รับอนุญาต กำหนดโทษทางอาญาทั้งจำคุกและโทษปรับมาใช้บังคับแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

           5.กำหนดให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหากพบ “อันตรายในสุขภาพของมนุษย์หรือสัตว์” หรือความเสียหายที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดจาก “เหตุสุดวิสัย” หรือเกิดขึ้นจากการกระทำของผู้เสียหายเอง

           ด้าน เครือข่ายภาคประชาชนที่คัดค้าน พ.ร.บ.จีเอ็มโอ วิเคราะห์ว่า กฎหมายฉบับนี้คือการเปิดโอกาสให้บริษัทเมล็ดพันธุ์ต่างชาติเข้ามาผูกขาดการค้าในประเทศไทย และเป็นการเปิดให้มีการทดลองพืชสัตว์จีเอ็มโออย่างเสรี ทั้งที่ปัญหาอันตรายของอาหารจีเอ็มโอมีการรายงานออกมาเป็นระยะๆ เช่น ทำให้เกิดการดื้อยาต้านปฏิชีวนะ อาจทำให้ยาบางตัวที่เคยรักษาในคนได้ผลแต่ถ้ากินอาหารจีเอ็มโอมากๆ จะทำให้ดื้อยาบางตัวได้ หรืออาจทำให้เกิดจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ที่อาจดื้อยาปฏิชีวนะ

           นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จีเอ็มโอที่ปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมทั่วไป อาจมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะเด่นเหนือกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติมาก จนทำลายหรือกลืนสายพันธุ์ดั้งเดิมให้สูญพันธุ์ไปได้ อย่างเช่นกรณีปลาแซลมอน ยิ่งไปกว่านั้นอาจมีการถ่ายทอดศัตรูพืชดื้อต่อสารเคมีปราบศัตรูพืช หรือที่เรียกกันว่า “สุดยอดแมลง” (super bug)” หรือ “สุดยอดวัชพืช(super weed)” ที่ฆ่าอย่างไรก็ไม่ตาย เพราะทนทานต่อสารเคมีทุกประเภท

           “วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ” ผอ.มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย:BioThai) ผู้ติดตามปัญหาจีเอ็มโอมานานกว่า 20 ปี วิเคราะห์ให้ฟังว่า ความน่ากังวลใน พ.ร.บ.จีเอ็มโอข้างต้นมี 3 ประเด็นด้วยกัน

           1. “คณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพแห่งชาติ” เป็นฝ่ายราชการที่มีผู้ทำงานหลัก คือ “กรมวิชาการเกษตร” และ “ศูนย์ไบโอเทค”(ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ) ทั้ง 2 หน่วยงานนี้ คือผู้สนับสนุนการนำเข้าจีเอ็มโอมาตลอด ทั้งที่คณะกรรมการที่ดีควรมาจากหลายฝ่ายเข้าไปช่วยกันคิด เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ

           2.กฎหมายบางข้อเขียนโดยฝ่ายสนับสนุนจีเอ็มโอเปิดช่องให้บริษัทผู้ค้าเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติ โดยเฉพาะกรณีพันธุ์จีเอ็มโอปนเปื้อนไปในธรรมชาติ บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งทางแพ่งและทางอาญา และ ข้อ 3.คือการระบุให้รับผิดชอบถ้าพบอันตรายในสุขภาพของมนุษย์-สัตว์ หรือความเสียหายที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นการเกิดจาก “เหตุสุดวิสัย” หรือเกิดขึ้นจาก “การกระทำของผู้เสียหาย”

           “ปกติในต่างประเทศระบุชัดเจนเลยว่ายกเว้นเฉพาะ กรณี 2 เรื่องเท่านั้นคือ “เกิดภัยพิบัติธรรมชาติร้ายแรง” หรือ “เกิดสงคราม” แต่ร่าง พ.ร.บ.ของไทยใช้คำว่า “เหตุสุดวิสัย” ทำให้ตีความกว้างไปและอาจเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อยากให้รัฐบาลระวังและพิจารณาทั้ง 3 ประเด็นนี้อย่างรอบคอบ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ และบริษัทเอกชนบางแห่งในไทยได้” วิฑูรย์กล่าวเตือน

           9 ธันวาคม 2558 เครือข่ายเกษตรอินทรีย์และเครือข่ายผู้บริโภค จะระดมพลนัดรวมกันที่ศาลากลางทุกจังหวัดทั้ง 77 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.จีเอ็มโอ

           การคัดค้านจะส่งเสียงถึงรัฐบาลประยุทธ์มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้คือจุดเปลี่ยน “ระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย”


 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง