Kom Lifestyle

ทวงคืนป่าชายเลนจากนากุ้ง ชู 'ปะทิวโมเดล' เป็นแหล่งเที่ยว

ทวงคืนป่าชายเลนจากนากุ้ง ชู 'ปะทิวโมเดล' เป็นแหล่งเที่ยว
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ทวงคืนป่าชายเลนจากนากุ้ง ชู 'ปะทิวโมเดล' เป็นแหล่งเที่ยว : โดย...ดลมนัส กาเจ

 
                      หากดูข้อมูลพบว่าในปี 2504 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าชายเลนรวมทั้งสิ้น 2,299,375 ไร่ หรือร้อยละ 0.72 ของพื้นที่ประเทศ แต่ในระยะ 25 ปีต่อมาพื้นที่ป่าชายเลนลดลงอย่างรวดเร็ว จะเห็นได้จากการสำรวจเมื่อปี 2529 มีพื้นที่ป่าชายเลนเพียง 1,220,000 ไร่ ลดลงเกือบครึ่ง และยังลดลงอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากปี 2534 พื้นที่ป่าชายเลนเหลือเพียง 1,076,250 ไร่ เท่ากับว่านับตั้งแต่ปี 2504 พื้นที่ป่าชานเลนถูกทำลายไป 1,223,125 ไร่ หรือ 54% ทำให้รัฐบาลในยุคนั้นมีนโยบายฟื้นฟูป่าชายเลน พร้อมประกาศไม่ต่อสัมปทาน จนปี 2543 มีพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้น 1,578,750 ไร่ ล่าสุดพบว่าพื้นที่ป่าชายเลนของไทยยังเหลืออยู่ราว 1.5 ล้านไร่
 
                      สำหรับสาเหตุของป่าชายเลนลดลงนั้นเกิดมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะขยายตัวของประชากร ทำให้มีการพัฒนากิจกรรมต่างๆ อาทิ การทำเหมืองแร่ การสร้างท่าเทียบเรือ สร้างถนน สายส่งไฟฟ้า การอุตสาหกรรม โรงงานไฟฟ้า การขุดลอกร่องน้ำ การทำนาเกลือ โดยเฉพาะระยะหลังๆ ส่วนมากเป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะการทำนากุ้ง และการเกษตร เป็นต้น
 
                      อย่างไรก็ตามหลังจากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศยึดคืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกรวมถึงป่าชายเลนด้วยนั้นทำให้หลายหน่วยงานได้บูรณาการทวงคืนป่าชายเลนที่ถูกแปรสภาพเป็นนากุ้ง เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนให้สมบูรณ์เหมือนเดิม โดยหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ชุมชนและเอกชน ที่เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมคือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ จับมือกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และชุมชน ที่เล็งเห็นความสำคัญพื้นที่ป่าชายเลน ศูนย์รวมความหลากหลายของระบบนิเวศ ทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาการลดลงของพื้นที่และความเสื่อมโทรมของป่าชายเลนและรักษาไว้ซึ่งระบบนิเวศของป่าชายเลน รวมถึงการติดตามตรวจสอบการบุกรุกอย่างต่อเนื่องนั่นเอง
 
 
ทวงคืนป่าชายเลนจากนากุ้ง ชู 'ปะทิวโมเดล' เป็นแหล่งเที่ยว
 
 
                      ล่าสุดได้ลงพื้นที่ดำเนินโครงการ “ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน" พร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 1 ล้านตัว เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 และเพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพที่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร
 
                      สำหรับโครงการซีพีเอฟ “ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 เสาหลักสู่ความยั่งยืน “ดินน้ำป่าคงอยู่” เป็นโครงการนำร่องระยะเวลา 5 ปี (ปี 2557-2561) ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ จ.ระยอง สมุทรสาคร ชุมพร พังงา และสงขลา ตั้งเป้าอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนกว่า 2,000 ไร่ ผ่านความร่วมมือเชิงบูรณาการในการร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน เพื่อการคืนสมดุลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
 
                      นายอภิชัย เอกวนากุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า พื้นที่ป่าชายเลนของ อ.ปะทิว จ.ชุมพร ในอดีตได้ถูกบุกรุกเพื่อทำการเกษตรหลังจากได้รับกลับคืนมา ภาครัฐร่วมกับซีพีเอฟ และประชาคมในพื้นที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟูเพื่อให้เป็นแหล่งขยายพันธุ์และแหล่งหลบภัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน รวมถึงได้แหล่งอาหารและหารายได้ของชุมชนกลับคืนมา
 
                      “ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการดำเนินโครงการนี้มี 3 ประการ คือ ภาครัฐ โดยหน่วยงานราชการในพื้นที่ทั้งจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความสำคัญ และให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็ง มีกฎกติกาชุมชน ห้ามตัดไม้ทำลายป่าชายเลน มีจิตอาสาชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เดินสำรวจป่าชายเลนทุกวัน เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกทำลาย และ ภาคเอกชนโดยซีพีเอฟได้ให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2554 จนปัจจุบันได้พัฒนาเป็นยุทธศาสตร์ป่าชายเลนของซีพีเอฟ ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาสถานการณ์ป่าชายเลนในปัจจุบันและสามารถแทนที่ด้วยป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน” นายอภิชัย กล่าว
 
 
ทวงคืนป่าชายเลนจากนากุ้ง ชู 'ปะทิวโมเดล' เป็นแหล่งเที่ยว
 
 
                      ด้าน นายเปรมศักดิ์ วนัชสุนทร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ กล่าวว่า ป่าชายเลนซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการรักษาและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพหรือความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลที่สัมพันธ์และเชื่อมโยงโดยตรงต่อความมั่นคงทางอาหาร อันเป็นฐานทรัพยากรสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและเอื้อประโยชน์ต่อชุมชน
 
                      ดังนั้นเพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่สืบไป ซีพีเอฟจับมือกับภาครัฐ สถานศึกษา และประชาชนเดินหน้าโครงการปลูกป่าชายเลน ปล่อยพันธุ์ปลากะพง กุ้ง ต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2536 ซีพีเอฟจึงเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมโครงการ “ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” ลงพื้นที่ อย่างที่ อ.ปะทิว ปลูกป่าชายเลนมาแล้วครั้ง 60 ไร่ พบว่ามีอัตราการรอดตายของป่าชายเลนสูงถึง 85% และในครั้งนี้ต่อยอดอีกอีก 40 ไร่ รวมแล้วที่ อ.ปะทิว ปลูกป่าชายเลนครบ 100 ไร่ ร่วมด้วยพื้นที่อนุรักษ์อีก 850 ไร่ ตามเป้าหมายที่วางไว้ใน 5 ปี
 
                      “การดำเนินโครงการนี้ไม่ใช่แค่เพียงการอนุรักษ์และเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน แต่ยังมีส่วนช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้สัตว์น้ำและสายพันธุ์สัตว์ในพื้นที่อยู่อาศัยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น แม้ซีพีเอฟจะดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องสัตว์น้ำ แต่ได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อระบบนิเวศและห่วงโซ่สีเขียว จึงมีการกำหนดพื้นที่อย่างชัดเจนในการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อนาคตพื้นที่แห่งนี้จะเป็นโมเดลในการบูรณาการปลูกป่าชายเลนและจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศต่อไป" นายเปรมศักดิ์ กล่าว
 
                      นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ที่สะท้อนให้เห็นว่าทุกภาคส่วนต้องการฟื้นฟูธรรมชาติให้สมบูรณ์อย่างยั่งยืนต่อไป
 
 
 
 
--------------------
 
(ทวงคืนป่าชายเลนจากนากุ้ง ชู 'ปะทิวโมเดล' เป็นแหล่งเที่ยว : โดย...ดลมนัส กาเจ)
 
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง