Kom Lifestyle

เปิดห้องลับโจรสลัด...ชิมของอร่อย : ชวนชิม

เปิดห้องลับโจรสลัด...ชิมของอร่อย : ชวนชิม
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เปิดห้องลับโจรสลัด...ชิมของอร่อย : ชวนชิม

           “โจรสลัด”....ในตำนานว่ากันว่ามักจะนิยมสะสมแก้วแหวนเงินทองเพชรนิลจินดาของมีค่า ทว่าใน พ.ศ.นี้ คู่สามีหนุ่ม-สาวผู้ลุ่มหลงในรสชาติอาหารชั้นเลิศอย่าง “กอล์ฟ” ณชนก รัตนทารส และ “ปอ” ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ช่วยกันสร้างตำนาน “โจรสลัด” ขึ้นมาใหม่ โดยขุมทรัพย์ของทั้งเขาและเธอภายใต้ชื่อ “ไพเรท แชมเบอร์” คือ แหล่งรวมอาหารจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยยึดทำเลบริเวณชั้น 3 อาคารมณียา เพลินจิต ให้เป็น “ห้องลับ...แห่งความอร่อย”
 
           ภายในร้านที่ได้รับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นได้รับการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน ได้แก่ ห้องไพรเวท รองรับลูกค้าที่ชอบความเป็นส่วนตั๊ว ส่วนตัว ที่เน้นเช่นนี้เพราะทันทีที่ลูกค้าแสดงความประสงค์จับจองห้องดังกล่าว จะได้รับสายโทรศัพท์จากเจ้าของร้านติดต่อกลับไปหา เพื่อแนะนำรวมถึงถามไถ่ถึงรายละเอียดของอาหารในแบบฉบับที่ลูกค้าต้องการ เรียกว่า ใส่ใจกันสุดๆ ด้วยเหตุนี้ผู้ที่คิดจะใช้บริการต้องยกหูจับจองล่วงหน้ากันอย่างน้อย 3 วันเป็นอย่างต่ำ ส่วนอีก 2 โซน ได้แก่ โซนไดนิ่ง และโซนเลาจน์ ก็มีความพิเศษไม่น้อยกว่ากัน เพราะถ้าเป็นช่วงกลางวันตั้งแต่เวลา 11.00-15.00 น. จะเปิดให้บริการอาหารจานด่วนจานเดียวลูกค้าสามารถเลือกนั่งฝั่งไหนก็ได้ในบรรยากาศสบายๆ แต่พอตะวันเริ่มจะลาลับที่บริเวณโซนปาร์ตี้จึงจะถูกปรับเพิ่มแสงสีเสียงชวนให้คึกคักสนุกสนานยาวไป ยาวไปกับเมนูสไตล์เวสเทิร์นและเครื่องดื่มสารพัดชนิดที่คัดสรรมาเพื่อหนุ่มสาวที่ชื่นชอบการแฮงก์เอาท์โดยเฉพาะ...ยันเที่ยงคืน
 
           มาพูดถึงอาหารกันบ้าง 200 กว่ารายการให้เลือกลิ้มรส ได้ยินเจ้าของสองคนผนึกกำลังการันตีว่าอร่อยนักหนา พอได้ตักใส่ปากแล้วต้องบอกเลยว่า เป็นคำพูดไม่เกินจริงเลยสักนิด อย่างมื้อกลางวันมีสารพัด “เมนูส้มตำ” เป็นรายการแนะนำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแซบ วันนี้ได้ชิม “ไก่ย่างไพเรท-ส้มตำไทย-ข้าวเหนียว” ถือว่าเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของร้าน ถึงจะเป็นไก่ย่างหน้าตาธรรมดา แต่ว่าเป็นไก่สายพันธุ์ผสมระหว่างญี่ปุ่น-อเมริกา และแน่นอนต้องนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาเชียวล่ะ ส่วนที่มาของความอร่อยเชฟเล่าถึงความพิเศษของไก่ว่ามีขนาดเล็กเนื้อไม่เหนียว พอนำมาหมักกับตะไคร้ ขมิ้น และน้ำซอสสูตรพิเศษของร้าน ย่างด้วยเตาที่สั่งตรงจากฝรั่งเศสโดยเฉพาะจนได้หนังกรอบเนื้อนุ่มกำลังดี ส่วน “ส้มตำ” ที่เสิร์ฟคู่ลูกค้าสามารถรีเควสได้ว่าต้องการได้ตามถนัด ทั้ง ตำไทย ตำปู ตำปลาร้า และถ้าสู้ระดับความแซบ (มาก) ตามมาตรฐานของทางร้านไม่ไหวก็ย่อมได้เช่นกัน
 
           ถัดมาอีกจานมีชื่อเรียกขานสะดุดหู “ข้าวผัดนายหญิง” สูตรนี้เจ้าของร้านฝ่ายศรีภรรยาเป็นคนจัดหามาเสิร์ฟตามความชอบ เป็นข้าวผัดมันกุ้งผัดคลุกเคล้าเครื่องเทศให้เกิดความเผ็ดนิดๆ ความเค็มหน่อยๆ ช่วยตัดเลี่ยนความมัน และไม่ลืมเพิ่มรสชาติด้วยกุ้งแม่น้ำย่างตัวโตเนื้อแน่นตักกินได้เต็มปากเต็มคำหนำใจดีนักล่ะ ถ้าไม่ถนัดอาหารรสจัดจ้านที่ร้านยังมี “ซี่โครงหมูย่างอบซอสบาร์บีคิวเสิร์ฟคู่กับหมั่นโถว” เป็นอีกหนึ่งจานอร่อย กว่าจะมาได้รสชาติกลมกล่อมเนื้อนุ่ม เชฟเผยความพิถีพิถันตั้งแต่เลือกซี่โครงหมูขนาดกำลังเหมาะ แล้วนำมาหมักซอสบาร์บีคิวและสมุนไพรทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงจากนั้นจึงค่อยนำเข้าเตาอบอุณหภูมิประมาณ 150 องศาอีกกว่า 1 ชั่วโมง และยังไม่ใช่แค่นั้นเพราะก่อนจะเสิร์ฟทุกครั้งต้องผ่านขบวนการย่างบนเตาถ่านสลับกับการทาซอสบาร์บีคิวจนกว่าจะหอมชุ่มฉ่ำน้ำซอสได้ที่นั่นล่ะเป็นอันจบขั้นตอนความอร่อย และยิ่งได้กินคู่กับหมั่นโถวเนื้อนุ่ม...เพลินหมดจานแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาแล้ว
 
           สำหรับผู้ที่ชื่นชอบพิซซ่าไม่น่าพลาดและคนที่ไม่เคยนึกอยากให้เปิดใจลองชิม “พิซซ่าเท็ก-เม็ก” สูตรพิเศษอันเกิดจากความผสมผสานระหว่างอาหารเม็กซิกันและอิตาลีจนเกิดเป็นสูตรใหม่เฉพาะตัวหากินที่ไหนไม่ได้ต้องมาที่นี่ที่เดียว เริ่มจากแป้งเนื้อบางราดด้วยน้ำซอสปรุงจากเนื้อวัวคัดพิเศษ สลัดอะโวคาโดสด ซัลซ่า เชดด้าชีส มะเขือเทศสด เพิ่มความกรุบกรอบด้วยคอร์นชิพ และไม่ลืมเพิ่มรสด้วยพริกดองเม็กซิกันอีกนิดหน่อย...คือความลงตัวอย่างพอเหมาะพอเจาะ สุดท้ายไม่ลืมเอาใจหนุ่มสาวรักสุขภาพ เน้นกินอาหารคลีนเรียบง่ายแต่อร่อยหรูกับ “คาปรีเซ่สลัดเสิร์ฟคู่แซลมอนรมควัน” อันประกอบด้วย มะเขือเทศเนื้อหนา วางซ้อนกับมอสซาเรลล่าชีสชิ้นโต ตามโหระพาอิตาลี ก่อนจะโปะด้วยเนื้อปลาแซลมอนแล้วราดด้วยน้ำสลัดที่มีส่วนแองโชวี่ และน้ำส้มบัลซามิกเป็นส่วนผสมหลัก จานนี้ส่งเข้าปากได้เพลินๆ แป๊บเดียวเกลี้ยงจาน อิ่มแบบสวยๆ กันไป
 
           เรื่องอาหารว่าร้านนี้มีให้เลือกชิมหลากหลายแล้ว เครื่องดื่มก็มีเสิร์ฟนานาชนิดไม่แพ้กันทั้งเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพดับกระหายได้ความสดชื่น และเครื่องดื่มเพิ่มความบันเทิงที่อยากแนะนำแก้วแรก “น้ำกระชาย-โหระพา-เม็ดบัว-น้ำผึ้งมะนาว” ดูจากส่วนผสมไม่น่าจะกลมกล่อมและกลืนลงคอได้เลย แต่เมื่อได้ลองเครื่องดื่มแก้วนี้แล้วจะให้ความสดชื่นจากกลิ่นโหระพานิดๆ และสบายท้องจากกระชาย เช่นเดียวกับ “น้ำอัญชันผสมน้ำผึ้งมะนาว”, “แมด อะบาวท์ เลิฟ” ที่ใช้เสาวรส, น้ำเลมอน, สับปะรด และไซรัป ในสัดส่วนพอเหมาะจนออกรสเปรี้ยวหวานชื่นใจดีแท้ และถ้าลูกค้าที่ชอบเครื่องดื่มประเภทสมูทตี้ ก็มี “เบอร์รี่ คีส” รสหวานนุ่มไม่จี๊ดจ๊าดอันเกิดจากการผสมผสานระหว่างบูลเบอร์รี่, กล้วย, สับปะรด, โยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่ และไซรัป เรียกว่า จับใจทุกแก้ว...
 
           ...ห้องลับของโจรสลัดยังมีความอร่อยให้นักชิมได้ค้นหาอีกหลายรายการ แต่ผู้ที่สนใจจะไปรับประทานอาหารในช่วงเย็นแนะนำว่าควรสำรองที่นั่งที่หมายถึง 0-2252-5131-3 ล่วงหน้าเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!!!

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง