Kom Lifestyle

'งานประจำปีที่ไหนๆ ก็ไหนๆ'

'งานประจำปีที่ไหนๆ ก็ไหนๆ'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'งานประจำปีที่ไหนๆ ก็ไหนๆ' : คอลัมน์ ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
 
          ถึงเดือนธันวาคมของทุกปี ผมจะได้เที่ยวงานประจำปีที่ “ชุมแสง” ของผม ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ต่อเนื่องมา
 
          “คนชุมแสง” ไม่ว่าอยู่ที่ไหนจะกลับมาบ้าน มาไหว้เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ คำว่า “ลูกเจ้าพ่อเจ้าแม่” ไม่ได้จำกัดไว้เฉลพาะลูกหลานคนไทยเชื้อสายจีนในตลาด
ปีหนึ่งได้กลับมาไหว้เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ก็นับว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต สุดแต่ใครจะขออะไร จะสมหวังหรือไม่ คงเป็นเรื่องที่ต้องไปสร้างไปทำ “เหตุ” กันเอาเอง
“ชุมแสง” ชุมชนริมแควน่าน มีอายุกว่าร้อยปี ปัจจุบันยังหลงเหลือห้องแถวไม้เก่าอยู่ให้รำลึกอดีต คนเก่าคนแก่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ยินดีที่จะเล่าเรื่องราวให้ลูกหลานฟัง ขอเพียงมีใครอยากฟัง ซึ่งก็คงมีไม่กี่คนที่สนใจอยากจะฟัง เช่นเดียวกับภาพถ่ายเก่าๆ ในกรอบไม้ผุๆ ที่ซีดจางไปตามกาลเวลา
 
          ผมไม่ใช่คนชุมแสงแต่กำเนิด แต่ความรักและผูกพันก็มากขึ้นตามระยะเวลา ถนนทุกสาย ทุกตรอกซอกซอย ไม่เฉพาะในตัวเมือง แม้แต่ตามหมู่บ้าน ตำบล ผมก็ตระเวนซอกแซกไปทั่ว แบบคนเขียนหนังสือ วาดรูป นะครับ ไม่ใช่แบบนักปกครอง หรือนักการเมือง ผมก็เห็นชุมชนของผมด้วยสายตามุมมองของผม และก็ทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกของสังคมตามศักยภาพ และอัตภาพของตน เช่นเดียวกับคนอื่นๆ
 
          พูดถึงงานประจำปี ไม่ว่าที่ไหน ไม่ว่าชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ จะมีพื้นทางวัฒนธรรม ความเชื่อ ต่างกันอย่างไร แต่ปัจจุบันน่าจะ “เคลื่อนไหล” ไปทาง “หยิบฉวยใช้ มากกว่าจะทำใช้” “สร้างกระแส” มากกว่า “สร้างสรรค์”
 
          ช่วงฤดูหนาว-ฤดูร้อนของทุกปี เป็น “หน้างาน” ในตัวเมืองมีองค์กร หน่วยงานของผู้ปกครองเป็นผู้จัด ส่วนในหมู่บ้าน มีวัดเป็นผู้จัด
 
          ผมมีข้อสังเกตแบบผิวเผิน คือ ถ้าในเมืองจัดจะหาวงดนตรี หานักร้อง...ดาราดังๆ มาแสดง ถ้าเป็นหมู่บ้านจัด วัดในชนบทจัดจะหาลิเกในท้องถิ่นมาแสดง
 
          ประเทศนี้มีลิเกอยู่กี่ร้อยคณะหรือถึงหลักพันไหม พวกเขามีชีวิตอยู่กันอย่างไร พอมีงานแสดงบ้างไหมในแต่ละปี รับงานทีได้ค่าจ้างสักกี่พันบาท สักหมื่นสองหมื่นไหม ลิเกเงินแสนเงินล้านมีสักกี่วง
 
          กับการหานักร้อง-ดาราค่าตัวเรือนแสน มาแสดง มาโชว์ตัว มันมี 7 วัน 7 คืน เฉพาะค่าตัวศิลปินก็เป็นล้านแล้ว (นี่ผมพูดโดยทั่วไปนะไม่ได้พูดถึงที่ใดที่หนึ่ง) เพียงคิดเล่นๆ ว่าหากลดค่าใช้จ่ายจ้างศิลปินแพงๆ ลง เจียดเงินไว้สักปีละ 2-3 แสน เวลาผ่านไป 5-6 ปี ชุมชนก็จะมีเงินล้าน เก็บไว้เป็นทุน “สร้างทำ” อะไรดีๆ ขึ้นในชุมชน เช่น ทำพิพิธภัณฑ์เมือง บอกเล่าเรื่องราว เก็บภาพถ่ายเก่าๆ สิ่งของต่างๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้เป็นเรื่องไม่ยากที่จะทำ เพียงแต่มีเสียงบ่นว่าไม่มีงบประมาณ แต่ความจริงคือไม่มีจิตไม่มีใจที่จะสร้างจะทำ เพราะเราต่างติดการ “หยิบฉวยใช้” (คำว่า “ฉวยใช้” นี่ผมก็หยิบฉวยคำคนอื่นมาใช้เหมือนกัน)
 
          แม้แต่จะรื่นเริงบันเทิงใจกันในชุมชน เรายังไม่เคยจะสร้างจะทำ ได้แต่นำเข้า เช่นเดียวกับสบู่ยาสีฟัน ยาสระผม เสื้อผา เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ฯลฯ
 
          ขอเสนออีกข้อ...เจียดเงินค่าจ้างศิลปินมาแสดงในแต่ละปีไว้สักปีละ 1-2 แสน เอาไว้จัดงานประกวดร้องเพลง...สร้างศิลปินบ้านเราให้ดังกระหึ่ม
 
          ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เขาจัดประกวดร้องเพลงเราก็จัดได้ นี่ก็ “ฉวยใช้” เหมือนกันนิ
 
........................................
(หมายเหตุ 'งานประจำปีที่ไหนๆ ก็ไหนๆ' : คอลัมน์ ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง