Kom Lifestyle

‘10กิจกรรมรับน้องสุดโหด’ความรุนแรงที่ยังตามหลอกหลอน

‘10กิจกรรมรับน้องสุดโหด’ความรุนแรงที่ยังตามหลอกหลอน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

‘10 กิจกรรมรับน้องสุดโหด’ความรุนแรงที่ยังตามหลอกหลอน

             ยังคงตามมาหลอกหลอนอย่างไม่มีวันรู้จบสำหรับกิจกรรม “รับน้องโหด” ของบรรดารุ่นพี่ในมหาวิทยาลัย และสถานศึกษาต่างๆ โดยล่าสุดเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อปรากฏคลิปวิดีโอรุ่นพี่ในวิทยาลัยเทคโนโลยีย่านธนบุรี “รับน้องสุดพิเรนทร์” ด้วยการใช้ “ไฟลนก้น”

             ภายหลังเกิดเรื่อง ฝ่ายกิจการนักศึกษา ยอมรับว่า ภาพในคลิปวิดีโอเป็นนักศึกษาของสถาบันจริง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาตัวรุ่นพี่ที่จัดกิจกรรมรับน้องนี้ขึ้น เนื่องจากกฎของสถาบันไม่มีนโยบายให้มีกิจกรรมรับน้องในทุกกรณี โดยเรื่องนี้ต้องตรวจสอบให้แน่ชัด เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งการรับน้องนอกสถานที่แบบนี้ อาจมีรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้ว เข้ามาร่วมกิจกรรมด้วย โดยการกระทำเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่รุนแรง หากตรวจสอบพบรุ่นพี่ที่กระทำผิดจะถูกลงโทษให้พ้นจากสภาพนักศึกษาทันที

             ขณะที่ “รศ.นพ.กำจร ตติยกวี” ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ดำเนินการตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที พร้อมทั้งกำชับไปยังสถานศึกษาทุกแห่งให้ระมัดระวังในเรื่องนี้ เพราะถือเป็นเรื่องที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่ไม่วายยอมรับด้วยความอ่อนใจว่า

             “เรื่องนี้ ศธ.กำชับมาหลายรอบแล้ว แต่ที่ไม่เข้าใจอย่างมาก คือ ทำไมนักศึกษาถึงยอมให้รุ่นพี่ทำแบบนั้น ทั้งที่พยายามสื่อสารมาโดยตลอดว่า การรับน้อง ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่ต้องทำตามก็ได้ หากเห็นว่าไม่เหมาะสม” รศ.นพ.กำจร กล่าว

             แม้จะเป็นนโยบายที่ประกาศอย่างชัดแจ้งในการระวังป้องปรามกิจกรรมรับน้องโหด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมเรื่องอย่างนี้ยังเกิดขึ้น “ซ้ำซาก” ไม่รู้จบ และทุกครั้งที่เกิดประเด็นดังกล่าว หลายฝ่ายจะออกมาตื่นตัวพยายามหาวิธี “ล้อมคอก” โดยใช้มาตรการต่างๆ แต่สุดท้ายเมื่อเรื่องเงียบหายซาลง “รับน้องโหด” จะหมุนย้อนมาหาอีกครั้งในปีถัดมา เหมือนกับว่า “ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

             ที่สำคัญในทุกๆ ปี เราจะได้เห็นกรรมวิธีรับน้องที่โหดร้ายรุนแรงและพิเรนทร์มากขึ้นทุกครั้ง

             ทั้งนี้ จากข้อมูล “Toptenthailand” ได้รวบรวม 10 กิจกรรมรับน้องสุดโหด โดยจัดอันดับไล่เรียงจากเลเวลเบาๆ ไปหาหนัก หนักมาก และไต่ไปถึงขั้นเสียชีวิต ดังนี้

             1.แอลกอฮอล์ยัดปาก เชื่อว่ามีนักศึกษาหลายๆ คนที่ก่อนจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นดื่มแอลกอฮอล์ไม่เป็น หรือไม่ชอบดื่ม แต่เพราะงานรับน้องทำให้น้องหลายคนต้องจำใจดื่ม เพราะบรรดาพี่ๆทั้งหลายบังคับให้ดื่ม บางคนถึงกับต้องจับกรอกปากเลยทีเดียว

             2.ให้อดข้าว อดน้ำ” พูดไปคงไม่มีใครเชื่อ ว่าจะมีรุ่นพี่สุดโหดบังคับให้น้องนั่งตากแดด ตากลม และสั่งให้อดข้าว อดน้ำ เมื่อน้องเป็นลมก็หาว่า สำออย ไม่มีความอดทน ด่าว่าต่างๆ นานา  คำถามคือ จะต้องอดทนเรื่องพวกนี้ไปเพื่ออะไร?

             3.กิจกรรมสุดเหวี่ยงทางเพศ เอาจริงๆ รุ่นพี่เองควรจะแบ่งการรับน้องเป็นเพศไปเลยด้วยซ้ำ เพราะบางกิจกรรมน้องผู้หญิงก็ทำไม่ได้ แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือ การให้รุ่นน้องมาทำอะไรอุบาทว์ๆ ตามที่พี่สั่ง ทั้งถูกเนื้อต้องตัวระหว่างชาย-หญิง อมลูกอมเม็ดเดียวกัน เต้นท่าทุเรศๆ ที่ส่อไปในลักษณะทางเพศ ซึ่งถือเป็นการถูกเนื้อต้องตัวกันที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

             4.แก้ผ้ารับน้อง ถึงแม้การกระทำแบบนี้จะเคยเกิดขึ้นในกรณีของน้องๆ ผู้ชายเท่านั้น แต่ก็ไม่สมควรอยู่ดี เพราะยังไงก็ตามการรับน้องไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อผ้า แก้ผ้า ให้ใส่แต่กางเกงใน หรือถอดหมด เพราะมันไม่ได้ช่วยให้พี่กับน้องรักกันมากขึ้น ไม่ได้ช่วยให้เกิดความสามัคคีแต่อย่างใด มีแต่ความสะใจของพี่ล้วนๆ

             5.เลียปลัดขิก กิจกรรมสุดแปลกนี้ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด และไม่รู้ว่า พวกรุ่นพี่คิดได้อย่างไร และคิดอะไรอยู่ จากการที่ให้รุ่นน้องผู้หญิงเลียปลัดขิกที่ทำเอาน้องๆ ต้องก้มหน้าก้มตาทำเพราะความอับอาย โดยเฉพาะรุ่นน้องผู้หญิง ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร

             6.นอนแช่น้ำเน่า หลายๆ มหาวิทยาลัยต้องมีคลองเป็นธรรมดา และส่วนใหญ่คลองเหล่านั้นก็มักจะเป็นน้ำเน่า เหม็น เต็มไปด้วยขยะ และกลิ่นที่ไม่ว่าใครต้องปิดจมูก แต่เมื่อถึงเวลารับน้องพี่ๆ จะให้น้องๆ ถอดเสื้อลงไปแช่น้ำนั้น โดยให้เหตุผลเพื่อแสดงถึงความรักในมหาวิทยาลัย (หรอ)!!

             7.ข่มขู่กันเกินไป บางมหาวิทยาลัยอาจจะพูดข่มขู่ ตะคอกด้วยคำพูดแรงๆ แต่รุ่นพี่บางที่อาจจะข่มขู่ด้วยการกระทำเช่นกัน เช่น นำเหล็กร้อนๆ ไปจี้ที่แขน ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเป็นแค่ของปลอม แต่คำถามคือทำไมต้องหลอกให้อีกฝ่ายกลัว จนต้องน้ำหูน้ำตาไหลขนาดนั้น

             8.รุ่นพี่ซาดิสม์ ทุกคนคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วกับการเอาน้ำตาเทียนมาหยดตามแขนน้อง!! ที่ทำเอาเป็นรอยแผลพุพองกันเต็มแขน หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ คือการใช้ไฟลนก้นรุ่นน้องตามที่เป็นข่าว แม้ทุกครั้งที่เกิดเรื่องมหาวิทยาลัยจะออกมาตักเตือนรุ่นพี่แล้วก็ตาม

             9.เตะจนปอดแตก นับเป็นข่าวที่ดังสุดๆ ในปี 2557 เมื่อมีรุ่นพี่นำเสื้อยืดสกรีนรูปพระวิษณุกรรม และชื่อโรงเรียนมาแจก แต่ก่อนจะได้ไปต้องถูกเตะที่หน้าอกก่อน 3 ครั้ง!! ซึ่งใครทนได้จะได้เสื้อไป รุ่นน้องคนหนึ่งเลยกลายเป็นเหยื่อสังเวยชีวิตด้วยเหตุนี้ เพราะหลังจากถูกเตะ 3 ครั้ง ก็นอนนิ่งไม่ได้สติ ต้องนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในที่สุดจากสมองฟกช้ำ ปอดขวามีการฉีกขาดด้วย

             10.ทารุณจนเสียชีวิต การสูญเสียครั้งล่าสุดจากการรับน้องที่กำลังเป็นข่าวคราวใหญ่โตในอดีต จากการไปรับน้องนอกสถานที่ แต่ไม่มีอาจารย์มาด้วย โดยชาวประมงเห็นวัยรุ่นกำลังล็อกแขนชายคนหนึ่งเอาเหล้ากรอกใส่ปาก ก่อนจะนำตัวนอนหงายกับพื้นแล้วใช้สีสเปรย์พ่นหน้าอก จากนั้นให้นอนคว่ำกับหาดทราย กระทั่งมีคลื่นซัดเข้ามาทำให้เกิดอาการสำลัก อาเจียนมาเป็นเลือด รุ่นพี่ต้องหามส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในที่สุด

             ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากกิจกรรม “รับน้องโหด” ต้องยอมรับว่าได้ส่งผลกระทบมากมายต่อตัวรุ่นน้อง รุ่นพี่ ผู้ปกครอง อาจารย์ แม้กระทั่งสถานศึกษาคงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนนี้ได้ และทุกครั้งที่เกิดเรื่องกระทรวงศึกษาธิการจะเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องโดยมีข้อเสนอแนะมากมาย เช่น ขณะจัดกิจกรรมรับน้อง หรือประชุมเชียร์ทุกครั้งควรมีอาจารย์อยู่ร่วมด้วย, ควรตรวจสอบกฎระเบียบที่รุ่นพี่กำหนดว่าเหมาะสมหรือไม่ และดูแลกิจกรรมอย่างใกล้ชิด ฯลฯ
 
             ทั้งนี้ การรับน้องที่ใช้ความรุนแรงนอกจากจะมีโทษทางวินัยแล้วยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา “หากรุ่นพี่ว้ากใส่รุ่นน้องโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท บังคับให้ร่วมกิจกรรมโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท กักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้กลับโทษจำคุก 3 ปี ลงไม้ลงมือกับรุ่นน้องโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท รุ่นน้องบาดเจ็บ โทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท รุ่นน้องเสียชีวิตโทษจำคุก 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท”

             แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่อาจจะทำให้เรื่องดังกล่าวทุเลาเบาบางลง คือ เมื่อเกิดเรื่องทุกฝ่ายไม่ควร “ปกปิด” โดยเฉพาะทางมหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า มหาวิทยาลัยบางแห่งขาดการดูแลเอาใจใส่กับกิจกรรมรับน้อง หากไม่เกิดเรื่องร้ายแรงแดงขึ้นมา

             ขณะเดียวกัน “รุ่นน้อง” นักศึกษาผู้ถูกกระทำต้องกล้าที่จะออกมาพูด หากพบความรุนแรงที่เกิดจากการกระทำของรุ่นพี่ในกิจกรรมรับน้อง อย่าไปกลัวเกรงว่า จะเป็น “แกะดำ” ในหมู่เพื่อน หรือเป็น “น้องนอกคอกที่พี่ไม่รัก”  เพราะมิฉะนั้นแล้วไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปี เราคงจะได้เห็นภาพความรุนแรงจากการรับน้องโหดตามหลอกหลอนเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

              (ที่มาของ 10 กิจกรรมรับน้องโหด : ToptenThailand)
 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง