ไลฟ์สไตล์

จาก 'ไกรเกรียง' สู่ถ้ำพญานาค 'ธารลอดใหญ่'

จาก 'ไกรเกรียง' สู่ถ้ำพญานาค 'ธารลอดใหญ่'

29 พ.ย. 2558

ชวนเที่ยว : จาก 'ไกรเกรียง' สู่ถ้ำพญานาค 'ธารลอดใหญ่' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์

ใครว่าพญานาค มีแต่แค่แม่น้ำโขง ??
นั่นซิ ใครก็ไม่รู้ว่าไว้ แต่เชื่อว่าถ้าพูดถึงพญานาค คนก็มักจะนึกถึงแต่แม่น้ำโขงอยู่ร่ำไป แต่ไม่น่าเชื่อว่า ฉันออกเดินทางมาอีกฟากของประเทศ คนละด้านกับแม่น้ำโขง ยังมีเรื่องราวของพญานาคให้ได้รับรู้ รวมถึงภาพเขียนสี และน่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ สถานที่นี้ อยู่แค่ที่จ.กาญจนบุรีนี่เอง
กาญจนบุรี จังหวัดชายแดนตะวันตก ที่อัดแน่นไปด้วยวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมของผู้คนที่หลากหลายชาติพันธุ์ ทั้งคนไทย พม่า มอญ กะเหรี่ยง และที่นี่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งธรรมชาติที่สมบูรณ์แห่งหนึ่ง เลยได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีอุทยานแห่งชาติมากที่สุด คือ 7 แห่ง และยังมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคือ ทุ่งใหญ่นเรศวร ด้วย
เก็บของขึ้นรถ ออกตัวไปได้นั่นแหละถึงปักหมุดว่า เราจะไปตั้งต้นกันที่ หน่วยพิทักษ์ที่ ศร.9 ไกรเกรียง ในเขต อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งตัวที่ทำการอุทยานอยู่ในอ.ศรีสวัสดิ์ หากแต่หน่วยไกรเกรียง อยู่เลยขึ้นไปด้านบน ประชิดตอนล่างของห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี แล้วยังเฉียดๆ ไปทางตะเพินคี่ ในจ.สุพรรณบุรีอีกด้วย
หลังจากทำตัวห่างเหินจากไกรเกรียง หรือที่ใครคุ้นหูกับคำว่า บ้านน้ำเอ่อ มาหลายปี ได้เวลากลับไปเยี่ยมสถานที่นี้ใหม่ก็ดีไม่น้อย จากกรุงเทพออกเส้นสุพรรณบุรี แยกเข้าบางเลน ผ่าน อ.อู่ทอง มุ่งหน้าไป อ.ด่านช้าง แวะเตรียมเสบียงกันที่ตลาดนี้แหละ ตลาดสดของกินมากหน้าหลายตา ลองชิมแล้วบอกเลยว่า มื้อเย็นเราไม่ต้องเหนื่อยทำกับข้าวแล้ว ซื้อไปหลายอย่างและเลือกทำแค่บางอย่างก็พอ (ฮา)
ออกจากด่านช้าง เลี้ยวขวา มุ่งหน้าไปบ้านทุ่งมะกอก (ในเส้นทางเดียวกับทางไปตะเพินคี่ แต่เลยไป) ไม่น่าเชื่อว่า ถนนหนทางดีขึ้นพะเรอเกวียน จากที่เคยมาสมัยเป็นทางลูกรัง แถมเส้นทางจากบ้านทุ่งมะกอก เข้าไปหน่วยไกรเกรียง จะเป็นทางชัน ขรุขระ ขนาดว่าใช้ 4 WD แต่เดี๋ยวนี้รถกระบะธรรมดาแล่นฉิว รถเก๋งใจถึงๆ ก็พอจะหยอดเข้าไปได้ แต่นั่นก็ยังใช้เวลาเป็นชั่วโมง กว่าจะโผล่ไปถึงบ้านน้ำเอ่อ ซึ่งเป็นจุดที่เขาลงเรือไปชมโบสถ์สเตนเลสกลางน้ำนั่นแหละ แล้วยังมีบ้านพักเป็นแพริมน้ำให้บริการอยู่หลายราย หากแต่เรายังมุ่งหน้าต่อไปตามเส้นทางจนถึงหน่วยไกรเกรียง ระหว่างทางเข้าไปเจอสภาพของไร่ข้าวโพด ที่กินพื้นที่ป่าไปเป็นเขาๆ ต่างจากสมัยก่อนที่มาเยือน ตอนนั้นนอกจากหนทางแย่แล้ว ป่าก็ยังให้อารมณ์ของป่า
ถึงหน่วยไกรเกรียง บอกเลยว่า ผิดหวัง เพราะภาพของเวิ้งน้ำกว้างๆ หายไป กลายเป็นต้นไม้ ต้นหญ้าขึ้นมาแทน จากเมื่อก่อนต้องนั่งเรือเลาะเลียบชายตลิ่ง คราวนี้กลายเป็นทางรถขึ้นมาแทน ชาวบ้านแถวนี้บอกว่า แล้งมาร่วม 3 ปีแล้ว เห็นแบบนี้ แสดงว่า ปีหน้าสภาวะแล้งมาแน่ๆ อย่างน่าเป็นห่วง
ฉันมองไปทางฝั่งห้วยขาแข้ง เห็นชายขอบป่าที่รกไปด้วยต้นไม้ใหญ่กว่าฝั่งเหนือเขื่อน ถ้านั่งเรือเข้าไปจะถึงหน่วยกลึงไกร ของห้วยขาแข้งเป็นปราการด่านแรก ความเงียบคืบคลานเข้ามาเมื่อพลบค่ำ ทั้งบริเวณที่รู้ว่ามีเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว นอกนั้นก็มีแค่พวกเรา แมลงกลางคืนที่ออกมาบินตอมไฟเริ่มหายไปเมื่อมีตัวกำจัดแมลงที่ดีอย่างตุ๊กแก แต่ขนาดลงมาจับกินที่พื้นนี่ พี่ช็อกนะ!!
จาก 'ไกรเกรียง' สู่ถ้ำพญานาค 'ธารลอดใหญ่'
ตกดึกน้ำค้างลงหญ้าชุ่ม รุ่งเช้าเราเลยได้หมอกสวยๆ มาคลอเคลียยอดเขาที่เห็นอยู่เบื้องหน้า ก็เดากันไปว่าน่าจะเป็นเขาโจด ตามชื่อหมู่บ้านที่เราผ่านเข้ามา เช้านี้ต่างคนเลยต่างแยกย้ายไปหามุมเก็บภาพสวยๆ ของอ่างเก็บน้ำ นกน้ำฝูงใหญ่ออกหากินอยู่ไกลๆ บรรยากาศอ้อยอิ่งยามนี้ ลบเลือนความผิดหวังเมื่อวานไปซะหมด มื้อเช้าง่ายๆ ขนมปังไข่ดาวแฮม แกล้มกาแฟสดกรุ่นๆ เสริมความรู้สึกสุดฟิน ก่อนจะขยับร่างกายช่วยกันเก็บข้าวของ ออกเดินทางกันต่อ
เมื่อคืนนี้ นั่งคุยกันว่า ยังไม่อยากกลับบ้านเร็ว ขอแวะเที่ยวอีกสักที่หนึ่งก่อนได้มั้ย เท่านั้นแหละ รายชื่อท่องเที่ยวแถวนี้ก็เล็ดลอดมาให้เลือกอีกหลายตัว จนไปลงตัวกันที่ ถ้ำธารลอดใหญ่ ซึ่งรถเข้าถึง แล้วเดินต่ออีกราว 200 เมตร ก็ถึงตัวถ้ำ หรือแรงเหลือๆ ก็เดินเล่นลงไปถึงถ้ำธารลอดน้อย อันเป็นที่ตั้งของที่ทำการ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ (ถ้ำธารลอด) ได้
ใช่แล้ว...อ่านไม่ผิด จาก อช.เขื่อนศรีนครินทร์ แค่ลัดเขา ก็เข้าเขต อช.เฉลิมรัตนโกสินทร์ (ถ้ำธารลอด) ได้แล้ว แต่ถนนบางช่วงเป็นทางลูกรัง บางชันชัด และคดเคี้ยว ทางเข้าไปยังถ้ำธารลอดใหญ่เป็นทางเดียวกับวัดเขาเหล็ก เป้าหมายของเราอยู่ที่ วัดถ้ำธารลอดใหญ่ ตลอดทางใกล้วัดถนนค่อนข้างแคบ มีต้นไผ่โน้มปลายกิ่งเข้าหากันดูราวกับเป็นซุ้มประตู ลานจอดรถของวัดโรยด้วยลูกหิน ดูสะอาดตา ต้นไม้ขนาดใหญ่ ยังคงอยู่ทั่วไป ทั่วบริเวณดูสงบเงียบเพราะเป็นเขตวัด ที่เราเลือกมาตั้งต้นที่ถ้ำธารลอดใหญ่เลย ก็เพราะเวลาที่จำกัดแล้วยังอยากสบายแข้งขาอีกสักทริปนั่นเอง เพราะปกติคนจะแวะที่ อช.เฉลิมรัตนโกสินทร์ แล้วเดินเข้าถ้ำธารลอดน้อย ลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติขึ้นมาถึงถ้ำธารลอดใหญ่ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ยิ่งถ้าเอารถไปจอดไว้ก็ต้องเดินกลับทางเดิมอีก ส่วนถ้าจะขับรถจากที่ทำการอุทยาน มาถ้ำธารลอดใหญ่ ระยะทาง 35 กิโลเมตร แต่ก็ใช้เวลาพอๆ กับเดินขึ้นเลยทีเดียว
เราเลยเลือกเดินเที่ยวเสี้ยวหนึ่งของเส้นทาง คือถ้ำธารลอดใหญ่ ไปถึงน้ำตกไตรตรึงษ์
จากลานจอดรถของวัด ข้ามสะพาน เดินไปตามทางดิน ราวๆ 200 เมตรก็ถึงหน้าผาหินสูงๆ ที่มีร่องรอยของหินย้อย เสียงน้ำเซาะในโตรกธารด้านล่างดังแผ่วมา ตรงก้อนหินใหญ่ทำเป็นทางข้ามให้เดินกันสบายๆ หน่อย ตรงนี้ จะมองเห็นผนังถ้ำอีกด้านหนัง นั่นไง ... เกล็ดพญานาค เป็นสถานีที่ 19 (นับจากด้านล่างถ้ำธารลอดน้อยขึ้นมา)
ณ บริเวณนี้เองจะเห็นว่าผนังถ้ำมี ภาพเขียนสีพญานาค ตามความเชื่อของกะเหรี่ยง โดยชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บริเวณนี้เชื่อว่า บริเวณถ้ำนี้เป็นที่อยู่ของพญานาค จึงได้เขียนเป็นลายเส้นด้วยสีน้ำมัน และมีการประกอบพิธีบูชาพญานาค เพื่อดลบันดาลให้ฝนตกตามฤดูกาล เมื่อเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่ลายเกล็ดพญานาค สีแดง สีเขียวก็ยังปรากฏบางส่วนให้เห็น โดยมีร่องน้ำเล็กๆ ขวางกั้นกับอีกฝั่งหนึ่ง ผนังถ้ำแถวนี้ส่วนใหญ่เกิดจากหินปูน เป็นชั้นบางๆ และการโก่งตัวของเปลือกโลก ทำให้รอยต่อของชั้นหินแยกจากกันเป็นช่องว่าง และเป็นเหตุให้น้ำที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตไหลเข้ามาแทนที่และแข็งตัว กลายเป็นหินปูน หินที่โผล่ขึ้นตรงริมธารน้ำ ก็ดูหน้าตาแปลก พอลงไปดูในระนาบเดียวกัน หน้าตาราวกับงูขนาดยักษ์ กำลังชูคอจ้องอยู่ ด้านบนเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ มีปากปล่องเล็กๆ ด้วย ส่วนอีกด้านหนึ่งมองดูราวกับปากถ้ำขนาดใหญ่ พอเดินขึ้นไป ก็พบว่า เป็นลานกว้างๆ ของถ้ำเปิดขนาดใหญ่ เลยได้ชื่อว่า ถ้ำธารลอดใหญ่เพราะเหตุนี้เอง
ถ้ำธารลอดใหญ่ สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ เกิดจากการยุบตัวของหิน และการกัดเซาะทะลุผ่านของน้ำ กลายเป็นสะพานธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่นี่มีการขุดค้นพบที่ฝังศพของมนุษย์โบราณ เพราะค้นพบโครงกระดูก หม้อดินและสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีจารึกว่า ที่นี่เคยเป็นเส้นทางเดินทัพของทหารพม่า และในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นก็เดินทัพผ่านมาทางนี้เช่นกัน ผ่านโถงถ้ำเลาะลงด้านล่าง ผ่านผนังหินตัดเรียบ ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นบนหินแต่ส่งรากยาวๆ ชอบไชลงมาหาน้ำ ในโพรงถ้ำ เดินเลยไปพอหอบเล็กๆ ก็เห็นบันไดถี่ยิบ กี่ขั้นไม่รู้ รู้แต่ว่าชันมากกกก ด้านล่างเป็น น้ำตกไตรตรึงษ์ แม้จะไม่ใหญ่มากแต่น้ำกำลังสวย ระหว่างทางจอหนุ่มสาวสวนทางขึ้นมา ท่าทางเหนื่อยหอบแต่ใจสู่ ถามไถ่ได้ความว่าขึ้นมาจากถ้ำธารลอดน้อย ...เราแอบดีใจที่ไม่รับคำท้าเพื่อน
แค่เวลา 2 วัน กับการเลาะตะเข็บจังหวัดสุพรรณบุรีและกาญจนบุรี แต่ก็ทำให้รู้ว่า ดินแดนแห่งนี้ มีอะไรให้ค้นหา และเรียนรู้เรื่องราวในอดีตอีกมาก
--------------------
(ชวนเที่ยว : จาก 'ไกรเกรียง' สู่ถ้ำพญานาค 'ธารลอดใหญ่' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)