ไลฟ์สไตล์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : สุขสันต์วันลอยกระทง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : สุขสันต์วันลอยกระทง

29 พ.ย. 2558

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : สุขสันต์วันลอยกระทง : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
       เมื่อวันลอยกระทง ผมก็ไปเที่ยวงานซึ่งจัดขึ้นที่วัดในชุมชนของผม ผมชอบสีสันบรรยากาศของงาน แบบนี้มาตั้งแต่เด็กประสาคนชนบทในยุคที่วัดยังเป็นศูนย์กลางของชุมชน
 
       เทศกาลลอยกระทงมีหรือผมจะพลาด แม้จะอายุสูงวัย ใกล้จะได้รับ “เบี้ยชรา” กับเขาแล้ว ก็ยังรู้สึกรื่นรมย์กับแสงสี เสียงเพลง ประจำเทศกาล เพลงหลักคือเพลงรำวงลอยกระทง “วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง” ทว่าปีนี้น้ำในแควน่านและยมบ้านผมจะแห้งขอด แม้ว่าเป็นเดือน 12 ซึ่งความจริงลำแควทั้งสองน้ำน้อยมาตลอด แม้แต่ตอนช่วงกลางฤดูฝน สิงหาคม – กันยายน
 
       เพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง อีกหลายเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเทศกาล ถูกนำมาเปิดสร้างบรรยากาศ เสียงตามสายของชุมชน ระบบกระจายเสียงของวัด ของหน่วยงานในท้องถิ่น กระทั่งตามสถานีวิทยุ ฟังไปก็ครึ้มอกครึ้มใจ แม้จะเป็นเพลงเศร้าแบบ “กระทงหลงทาง” ก็ตาม
 
       ผมไปงานลอยกระทงก็จริง แต่ผมไม่ได้ลอยกระทงกับเขาหรอก เพราะผมไม่ชอบวิธีขอขมาต่อพระแม่คงคาแบบนี้ แม้จะรณรงค์ให้ใช้กระทงใบตอง วัสดุธรรมชาติกระทั่งกระทงที่ทำด้วยขนมปัง แบบว่าให้ละลายเป็นอาหารปลาได้เลย ซึ่งสำหรับผมไม่อยาก “ดัดจริต” เพราะความจริงก็คือ ปัจจุบันตามแม่น้ำสายหลักๆ ก็แทบจะไม่มีปลาหลงเหลืออยู่แล้ว
 
       แต่อย่างไรผมก็ยังไปเที่ยวงานลอยกระทง และยินดีที่ครอบครัวได้นำกระทงใบตองไปลอยในงาน โดยลอยในสระซึ่งทางวัดจัดสถานที่ไว้ให้ สะดวกและปลอดภัย และสามารถเก็บซากกระทงไปทิ้ง หรือกำจัดได้สบาย
 
       แม้ผมจะไม่ชอบลอยกระทง ไม่ชอบเรื่องการขอความร่วมมือให้เด็กนักเรียนนำกระทงมาบริจาค ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ก็จะต้องไปซื้อกระทงจากแม่ค้ามาส่งครูเพื่อให้ครูนำไปให้ทางวัดอีกที ไม่ชอบการประกวดกระทงใหญ่สวยงาม ไม่ชอบการประกวดนางนพมาศ โดยเฉพาะเอาเด็กนักเรียนมาประกวด แล้วก็ต้องตอบคำถามที่กรรมการตั้งมา เช่น “มีวิธีแก้ปัญหายาเสพติดอย่างไร” “มีวิธีลดโลกร้อนอย่างไร” “อนุรักษ์ธรรมชาติอย่างไร” และผมก็ไม่ชอบการจุดพลุเสียงดังอย่างพร่ำเพรื่อ (แต่ก็อดแหงนดูพลุดอกไม้ไฟไม่ได้)
 
       ดูเหมือนว่าผมจะไม่ชอบมากมายหลายอย่าง แต่ผมก็มิได้รังเกียจเดียดฉันท์อะไร เพียงแต่รู้สึกเศร้าที่เห็นแม่น้ำลำแควของเราปีนี้อยู่ในอาการเหมือนจะขาดใจ แม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านบ้านตายาย (บ้านเกิด) ของผม ก็ขอดแห้งเหลือเพียงช่วงร่องน้ำลึก แควยมไม่ต้องพูดถึง ขนาดเดือนสิบสองที่น้ำจะต้องนองเต็มตลิ่ง ก็หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ช่วงเหนือขึ้นไป แล้งขอดจนเดินลุยข้ามได้สบาย
 
       เมื่อเราไม่เคยมองแม่น้ำอย่างแท้จริง ไม่เคยเห็นชีวิตจิตใจ พระแม่คงคา ไม่เคยรู้ตัวว่าเราปฏิบัติต่อท่านอย่างไร และไม่สำนึกผิดแต่อย่างใด ฉะนั้นจึงไม่ควรต้องทำซาบซึ้งขอมาลาโทษ
 
       ผมและครอบครัว เดินเที่ยวงานพักใหญ่ ได้พบปะผู้คนที่รู้จัก ทักทายพูดคุยกัน เหลียวแลหาถั่วลิสงคั่ว คิดถึงอ้อยควั่นแบบปักปลายไม้ที่ดูคล้ายช่อดอกไม้ คิดถึงโรตีสายไหมและตังเมแบบหยอดเหรียญ ประสาคนสูงอายุ ที่หวนระลึกถึงอดีตของตน แล้วก็กลับมาบ้าน ออกมาเดินอาบละอองแสงจันทร์ที่ลานบ้าน แหงนมองจันทร์เพ็ญเด่นงามรู้สึกสบายใจ..แค่นี้แหละ “สุขสันต์วันลอยกระทง”