
คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่๒๙พฤศจิกายน ๒๕๕๘
คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
***วันนี้...มี...งานประกวดพระ ที่โรงเรียนวัดหนองสนม อ.เมือง จ.ระยอง งานใหญ่ ๓,๐๙๙ รายการ ครบทุกประเภท นะ ระยอง ประธานดำเนินงาน รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ สุดยอดวัตถุมงคล พระคณาจารย์ จ.ระยอง งานนี้ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ให้การสนับสนุน **พระองค์แรกวันนี้ขอเริ่มที่ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีฯ จ.สุพรรณบุรี ของ ป๋อง สุพรรณ…พร้อมกับให้ข้อมูลว่า...พระผงสุพรรณ เป็นพระเครื่องเนื้อผง ผสมด้วยเกษรและว่านวิเศษ ๑๐๘ ที่เป็นมงคล พระผงสุพรรณ มี ๔ สี คือ สีแดง สีเหลือง สีเขียว และสีดำ แยกออกเป็น พิมพ์หน้าแก่, พิมพ์หน้ากลาง และ พิมพ์หน้าหนุ่ม มีผู้กล่าวกันว่า เมื่อครั้งกรุพระปรางค์แตกใหม่ๆ ใบลานทอง และ ใบลานเงิน หลายแผ่นได้สูญหายไป บางแผ่นมีผู้คัดลอกแปลไว้ โดยสรุปได้ว่า...วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ และพระปรางค์ รวมทั้งพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ ที่ได้จากกรุนี้ พระเจ้าอู่ทอง หรือ สมเด็จพระบรมราชาธิบดีที่ ๑ เป็นผู้สถาปนาไว้เมื่อ พ.ศ.๑๘๙๐ โดยมี พระมหาเถรปิยะทัสสีสารีบุตร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ พระฤาษีทิวาลัย เป็นประธานฝ่ายฤาษี นับเป็นยอดพระเครื่องที่เพียบพร้อมด้วยอำนาจกฤติยาคมทุกด้าน
** ต่อไปเป็น พระพุทธรูปสมัยล้านนา ช่างเชียงใหม่ หน้าตัก ๙ นิ้ว ของ “เสี่ยต้อม” เศรษฐสิริ อภิพรจีรภัทร์บ้านธารทิพย์ แห่ง pralanna.com ผู้ชำนาญพระสายเหนือ ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป หรือพระเครื่องรางของขลัง ท่านโด่งดังมาก พระองค์นี้สวยสมบูรณ์มาก ส่งประกวด งานจอบแรกครูบาเจ้าศรีวิชัย ครั้งที่ ๘ เมื่อต้นเดือนนี้ ได้ที่ ๑ มาแล้ว...คำว่า ช่างเชียงใหม่ หมายถึงสกุลช่างที่มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยอยุธยา เป็นฝีมือช่างที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ต้องการรายละเอียดกว่านี้สอบถามได้ที่โทร.๐๙-๔๔๒๙-๑๕๙๖
** ยังอยู่ที่เมืองเหนือ พระสิบสองลำพูน เนื้อเขียว ของ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช คณะวิศวะ มธ.รังสิต...พระกรุ สกุลลำพูน ทุกพิมพ์ถือได้ว่ามีศิลปะการสร้างจากบรรพชนโบราณที่งดงามเชิงศิลปะมาก มีความอ่อนช้อยอย่างเอกอุ ยากจะหาพระกรุเมืองอื่นเทียบเท่า หนึ่งในพระพิมพ์สกุลลำพูนที่งดงามมากๆ และมีความสลับซับซ้อนของงานศิลป์ขั้นสูงสุด คือ พระสิบสองลำพูน พระพิมพ์นี้โดยปกติที่พบเห็นองค์พระไม่ค่อยสมบูรณ์นัก มักจะหักบิ่น ชำรุด เพราะองค์พระมีขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการเสียหายได้ง่าย ในระหว่างการขุดค้นหรือเคลื่อนย้าย เท่าที่พบส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะสีเนื้อดิน หรือสีพิกุล สำหรับองค์ในภาพนี้ถือว่าพิเศษสุด สีเขียว ที่ยังคงสภาพความสมบูรณ์และสวยงามติดคมชัดแทบร้อยเปอร์เซ็นต์...ตามประวัติ พระสิบสอง เป็นพระพิมพ์เนื้อดินเผา สกุลลำพูน ศิลปะหริภุญชัยตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ โดยได้รับเอาอิทธิพลของศิลปะแบบลพบุรีเข้ามาผสมผสาน พิมพ์ทรงเป็นรูปสามเหลี่ยม องค์กลางเป็นพระประธาน มีเดียรถีย์นั่งอยู่โดยรอบ แต่เดิมพระพิมพ์นี้เรียกกันว่าพระแปด โดยนับเฉพาะองค์พระที่อยู่ในพิมพ์เท่านั้น (มี ๘ องค์) ต่อมาได้มีการนับรวมเอา“เดียรถี”๔ ตนเข้าไปด้วย รวมเป็น ๑๒ องค์/ตน จึงเรียกชื่อใหม่ว่าพระสิบสอง มาจนถึงทุกวันนี้...ขนาดองค์พระกว้างประมาณ ๑๐-๑๒ ซม. การขุดค้นพบ พระสิบสอง ในสมัยก่อนมักพบรวมกับ พระสกุลลำพูน พิมพ์ต่างๆ โดยขุดพบจากกรุเจดีย์สำคัญหลายกรุใน จ.ลำพูน เช่น วัดมหาวัน วัดประตูลี้ และวัดดอนแก้ว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการขุดพบ พระสิบสอง จำนวนหนึ่งในกรุเจดีย์ ที่ จ.เชียงใหม่ เช่น เวียงท่ากาน อ.สันป่าตอง เป็นต้น องค์ที่สวยสมบูรณ์ สนนราคาจะอยู่ที่หลายหมื่นบาทขึ้นไป
** เหรียญที่ระลึก “จับโป้ยล่อฮั่น” (หรือ ๑๘ อรหันต์) เป็นเหรียญที่นักนิยมสะสมเหรียญให้ความสำคัญมาก จนต้องหามาไว้ ในหมวดของเหรียญที่ระลึกอันทรงคุณค่า ในสมัย รัชกาลที่ ๕ เป็นเหรียญที่มีความหมายในทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกเหรียญหนึ่งที่หายากมาก เรื่องนี้ เพชร ท่าพระจันทร์ ได้เขียนไว้ว่า...เหรียญที่ระลึกไทยของไทย ที่ปรากฏรูปและเรื่องราวคติความเชื่อแบบ ตำนานจีน จัดสร้างครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๔ ออกในพระราชพิธีทรงพระผนวช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เหรียญที่ระลึกนี้มีขนาดใหญ่ ด้านหน้าจำลองรูป พระอรหันต์ ๑๘ องค์ ตามคตินิยมในพระพุทธศาสนาแบบมหายานฝ่ายจีน พระอรหันต์ ๑๘ องค์ หรือ จับโป้ยล่อฮั่น ประกอบด้วย ๑.พระอรหันต์ปราบมังกร ๒.ปินโฑล ภารัทวาช ๓.กนกวัจฉ (ลูกโคทอง) ๔.กนกภารัทราช เป็นฤาษี ๑ ใน ๗ ที่สถิตอยู่บุรพวิเทหทวีป ๕.สุปินฑ ๖.นกุล (พังพอน) ๗.ภัทร (แปลว่า ประเสริฐ) ๘.กาลิก ๙.วัชรบุตร ๑๐.สุปากะ ๑๑.ปันถก ๑๒.นาคเสน ๑๓.อิงคท ๑๔.วันวาสี ๑๕.อชิต ๑๖.จูฑะปันถก ๑๗.นนทิมิตร และ ๑๘.ราหุล
** ท่านครูบานันตา วัดทุ่งม่านใต้ จ.ลำปาง ได้เริ่มสร้าง กะลาแกะราหู มาตั้งแต่เมื่อไรไม่สามารถทราบได้ เพียงแต่รู้จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่สืบต่อกันมาว่า ท่านครูบานันตา ได้สร้าง กะลาแกะราหู มานานแล้ว คือตั้งแต่แรกเริ่ม สมัยที่ ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย ต้องอธิกรณ์ (ถูกกล่าวหาว่าผิดทางพระวินัยสงฆ์) ท่านครูบานันตา ซึ่งเป็นสหธรรมิกก็ได้สร้าง กะลาแกะรูปพระราหู ขึ้น แล้วมอบให้ ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย บูชาเพื่อให้พ้นความผิดอธิกรณ์ ซึ่งในที่สุดแล้ว ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย ก็ได้พ้นมลทินทุกประเด็น...พระราหูกะลาตาเดียว ของ ท่านครูบานันตา จะสร้างไว้เป็นคู่ๆ คือ สุริยัน และ จันทรา โดยใช้ พระยันต์สุริยประภา และ พระยันต์จันทรประภา เป็นหลักสำหรับ ราหูแกะ ฝานี้จารทั้งยันต์สุริยันและจันทราในแต่ละด้าน ชิ้นนี้เป็นสมบัติของ รศ.จิรพัฒน์ เงาประเสริฐวงศ์ อาจารย์คณะวิศวะ จุฬาฯ นักสะสมพระเครื่องรางของขลังหลากหลายประเภทที่แท้ดูง่ายและวงการพระนิยมกัน
**วางตลาดแล้ว นิตยสารพระเครื่องลานโพธิ์ ฉบับใหม่ อ่านเรื่อง...หลวงพ่อเกสร วัดฉัตรทองดำริธรรม อยุธยา, พระบูชาปางนาคปรก หลวงพ่อขันตี วัดป่าม่วงไข่ จ.เลย, พระอาจารย์ซุ่นหยี่ โหพัฒน์ โรงเจเข่งซิวตั้ว จ.กาญจนบุรี, หลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ฯลฯ ** พบกับคมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***



