ไลฟ์สไตล์

อินโดนีเซียกับนโยบายพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าว(จบ)

อินโดนีเซียกับนโยบายพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าว(จบ)

27 พ.ย. 2558

ทำกินถิ่นอาเซียน (นับถอยหลัง 34 วันรับเออีซี) : อินโดนีเซียกับนโยบาย พึ่งพิงตนเองเรื่องข้าว (จบ) : โดย...รศ.สมพร อิศวิลานนท์

 
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
 
      ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) รายงานว่า ปัจจุบัน (พ.ศ.2557) พื้นที่เพาะปลูกข้าวของอินโดนีเซียมีประมาณ 87 ล้านไร่ ในจำนวนนี้ร้อยละ 32 เป็นพื้นที่ที่มีการชลประทาน และส่วนใหญ่อยู่ในเกาะจาวา ทั้งในเขตจาวาตะวันออก จาวาตอนกลาง และจาวาตะวันตก
 
      ส่วนการเพาะปลูกข้าวพันธุ์ใหม่ในพื้นที่เกาะสุมาตรา เกาะเบอร์เนียว และเกาะสุราเวสีนั้น มีการแพร่กระจายในสัดส่วนที่ไม่สูงมากนัก ทั้งนี้เพราะความจำกัดของสภาพภูมิประเทศ ซึ่งบางที่เป็นที่น้ำท่วมขังนานและบางที่เป็นที่ที่ต้องทำการเกษตรโดยใช้น้ำฝนเพียงเท่านั้น อันเป็นข้อจำกัดของการแพร่กระจายข้าวพันธุ์ใหม่ เอฟเอโอ และยูเอสดีเอ รายงานไว้เช่นกันว่า ในปี พ.ศ.2557 อินโดนีเซียมีผลผลิตข้าวประมาณ 69.9 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 36.5 ล้านตันข้าวสาร
 
      แม้ผลผลิตข้าวของอินโดนีเซียจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเกือบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา แต่ประชากรของอินโดนีเซียก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จะเห็นได้จากปี 2508 อินโดนีเซียมีประชากรประมาณ 100 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 253 ล้านคน ในปี 2557 หรือเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน ทำให้สถานการณ์การผลิตข้าวของอินโดนีเซียไม่เพียงพอต่อความต้องการเพื่อการบริโภคข้าวที่มีเพิ่มมากขึ้น แม้การบริโภคข้าวในครัวเรือนต่อคนต่อปีจะมีแนวโน้มที่ลดลงจาก 108 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ในปี พ.ศ.2545 มาเป็น 96 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ในปี 2557 ก็ตาม
 
      อย่างไรก็ตาม การก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของ โจโก วิโดโด เมื่อเดือนตุลาคม 2557 ได้จุดประกายความท้าทายของนโยบายพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวของอินโดนีเซียอีกครั้งหนึ่ง โดยตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้สำเร็จภายใน 3 ปีข้างหน้านี้ และต่อจากนั้นจะสร้างให้ประชากรอินโดนีเซียมีความมั่นคงด้านอาหารหลัก อีกทั้งยังมีวิสัยทัศน์ไปไกลว่า หากสามารถพึ่งพิงตนเองในเรื่องข้าวได้ภายใน 3 ปีแล้ว ในช่วงถัดไปจะพัฒนาให้อินโดนีเซียกลายเป็นผู้ส่งออกข้าวให้ได้ในอนาคต
 
      สิ่งที่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด เร่งทำเมื่อได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ได้แก่ การเพิ่มงบประมาณเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงระบบชลประทานที่มีอยู่เดิม เพื่อให้สามารถจัดสรรและกระจายทรัพยากรน้ำให้เกษตรกรได้เข้าถึงได้มากขึ้น อีกทั้งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มขึ้นทั้งพื้นที่เพาะปลูกไปพร้อมๆ กับการเพิ่มขึ้นของผลผลิตต่อพื้นที่ ได้สนับสนุนให้จัดหาเครื่องทุนแรงการเกษตร โดยเฉพาะรถไถเดินตามและรถไถขนาดเล็กให้แก่กลุ่มเกษตรกรเพื่อทดแทนการใช้แรงงานคนที่มีไม่เพียงพอในช่วงฤดูการเพาะปลูกที่ต้องรีบเร่ง โดยได้แจกจ่ายรถไถเดินตามไปถึง 7,800 คัน ใน 14 จังหวัด
 
      นอกจากนี้ยังให้คำมั่นว่า ในปีหน้าจะจัดหามาให้อีกไม่น้อยกว่า 6.5 หมื่นคัน สนับสนุนให้เกษตรกรได้ใช้เมล็ดพันธุ์ดี โดยได้มีเป้าหมายว่าจะเปลี่ยนให้เกษตรกรได้ใช้เมล็ดพันธุ์ดีไม่น้อยกว่า 5 ล้านเฮกตาร์ หรือประมาณ 31.25 ล้านไร่ โดยจะให้ได้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 4% หรือมีปริมาณผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเป็น 73 ล้านตันข้าวเปลือก ในปี 2558
 
      กระนั้นภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียในปีนี้ กำลังทำให้ฤดูกาลเพาะปลูกข้าวต้องเลื่อนออกไป และล่าช้ากว่ากำหนด โอกาสที่นโยบายการพึ่งพิงตนเองของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด จะสำเร็จและเป็นจริงได้ตามที่ได้ประกาศไว้ คงจะต้องเฝ้าติดตามกันต่อไปครับ