ไลฟ์สไตล์

ลาชีวิตลูกจ้างสู่นาอินทรีย์ วิถี‘สมเดช มหาวงศ์นันท์’

ลาชีวิตลูกจ้างสู่นาอินทรีย์ วิถี‘สมเดช มหาวงศ์นันท์’

26 พ.ย. 2558

หนักเอาเบาสู้ : ลาชีวิตลูกจ้างสู่นาอินทรีย์ วิถี ‘สมเดช มหาวงศ์นันท์’ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
       หลังใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงจนประสบความสำเร็จระดับหนึ่งก็กลับสู่บ้านเกิดเพื่อสานอาชีพการทำนาสำหรับ “สมเดช มหาวงศ์นันท์” เกษตรกรชาวนาแห่งบ้านท่าวังผา ต.ท่าวังผา อ.ท่าวังผา จ.น่าน ที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อหางานทำหลังเรียนจบปวช.สาขาช่างยนต์ จากวิทยาลัยเกษตรกรรมน่าน โดยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงเกือบ 20 ปี ก่อนกลับสู่บ้านเกิดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พร้อมกับแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีทำนาแบบเดิมๆ จากการใช้สารเคมีในนาข้าวหันมาใช้บิวเวอร์เรียแทน
 
       “เมื่อเรียนจบปวช.ก็ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เกือบ 20 ปี ก่อนกลับมาบ้านมาช่วยพ่อแม่ทำนา เพราะอยู่กรุงเทพฯ มีเงินใช้แต่ไม่มีเงินเก็บก็คิดว่ากลับมาอยู่บ้านดีกว่า ถึงจะมีรายได้ไม่มากแต่ก็ไม่มีรายจ่าย เพราะที่บ้านมีหมดทุกอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อ” สมเดช บอกเหตุผลการอำลาเมืองหลวง พร้อมเริ่มคิดวิธีการทำนาแบบปฏิเสธสารเคมี โดยเน้นทำนาข้าวอินทรีย์แทน
 
       จากนั้นก็ได้ศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ พร้อมขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผาถึงกระบวนการทำนาอินทรีย์ ประกอบกับช่วงนั้นมีการเปิดอบรมการใช้เชื้อบิวเวอร์เรียในการนาข้าวเพื่อป้องกันโรคและแมลงให้เกษตรกรในพื้นที่ โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชชีวินทรีย์แห่งชาติร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา ทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน ก่อนนำมาทดลองปฏิบัติจริงในแปลงนาข้าวของตัวเองบนเนื้อที่ 8 ไร่เศษ
 
       “มีที่นาอยู่ 8 ไร่เศษ ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 2 ไร่ สันป่าตอง 1 จำนวน 5 ไร่ ที่เหลือเป็นข้าวก่ำ เมื่อก่อนจะใช้สารเคมี แต่หลังไปอบรมการทำนาอินทรีย์ก็มาเริ่มทดลองทำ สักพักก็จะสังเกตเห็นไส้เดือนเต็มไปหมด มีปลาในนาข้าว ซึ่งเมื่อก่อนไม่มีแบบนี้” สมเดช แจง พร้อมชี้ไปที่แปลงนาอินทรีย์และเรียกร้องให้เกษตรกรทุกอาชีพใน จ.น่าน ปฏิเสธการใช้สารเคมีทำการเกษตร โดยเฉพาะยาปราบศัตรูพืช และให้หันมาใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียแทน
 
       สำหรับการใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียในนาข้าวนั้นสามารถทำลายแมลงได้หลายชนิด อาทิ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ บั่ว หนอนห่อใบ โดยกลไกการเข้าทำลายแมลงของเชื้อราบิวเวอร์เรีย คือ เมื่อสปอร์ของเชื้อราสัมผัสกับผิวของแมลง ในสภาพความชื้นที่เหมาะสม คือความชื้นสัมพัทธ์ 50% ขึ้นไปจะงอกเส้นใยแทงผ่านผิวหนังเข้าไปในลำตัวแมลง แล้วขยายจำนวนเจริญอยู่ภายในโดยใช้เนื้อเยื่อของแมลงเป็นอาหาร แมลงจะตายในที่สุด