ไลฟ์สไตล์

ศิลปวัฒนธรรม : ตัวตนของคนไม่ก๊อบปี้

ศิลปวัฒนธรรม : ตัวตนของคนไม่ก๊อบปี้

26 พ.ย. 2558

ศิลปวัฒนธรรม : ตัวตนของคนไม่ก๊อบปี้

 
        แม้รูปร่างลักษณะของผลงานจะสามารถลอกเลียนกันได้ แต่ความหมาย อารมณ์ เรื่องราวของผลงานนั้นๆ ไม่สามารถคัดลอกตามกันได้แน่นอน เป็นเหตุให้พื้นที่แสดงผลงานศิลปะสำหรับคนรุ่นใหม่ในโครงการ “พิกม่า ไมครอน ไอ แอม ออรอจินัล” จึงมุ่งคัดสรรผลงานที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้แนวคิดชีวิตที่ไม่ถูกก๊อบปี้ เพื่อให้การปล่อยแสงของเหล่าคนรุ่นใหม่มีความหลากหลาย เต็มไปด้วยดาวเด่นมากด้วยไอเดียสร้างสรรค์ความสนุกให้วงการศิลปะ โดยได้เหล่าคณะกรรมการนักวาดภาพประกอบชื่อดังของประเทศไทยมาร่วมพิจารณาผลงาน พร้อมประกาศรางวัลชนะเลิศ ท่ามกลางบรรยากกาศลุ้นของนักศึกษาจาก 80 ผลงานที่เข้ารอบสุดท้าย
 
        อภิชา ปัญญาอาจอง ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นพื้นที่ประกวดงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์ ผ่านลายเส้นจากปากกา ซากุระ พิกม่า ไมครอน ที่อยู่คู่นักวาดไทยมากว่า 30 ปี ไม่เคยเปลี่ยนรูปแบบดีไซน์ จึงคิดว่าสิ่งนี้เป็นออริจินัลที่ไม่มีใครสามารถก๊อบปี้ได้ จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ถ่ายทอดตัวตน บอกคนดูว่าผลงานนี้คือของเรา ใครก็ไม่สามารถก๊อบปี้ได้ โดยให้น้องๆ จาก 25 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศร่วมส่งผลงานเข้ามาได้ 4 ประเภท ได้แก่ การออกแบบผลิตภัณฑ์, การวาดภาพประกอบ, การวาดภาพล้อเลียน และ การวาดภาพป๊อปอาร์ต ซึ่งก็มีผู้ส่งผลงานเข้ามามากถึง 600 ชิ้น มีการคัดเลือกผลงานอย่างละเอียดจากคณะกรรมการ นักวาดภาพ นักออกแบบของไทย ทั้ง “อัพ” ทรงศิล ทิวสมบุญ , “โอ๋” หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ, “ปอม” ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัส, “เป๋ง” ชานนท์ ยอดหงส์  และ “ต๊อด” อารักษ์ อ่อนวิลัย เพื่อค้นหาผลงานที่เป็นตัวของตังเองมากที่สุด 80 ผลงาน มาจัดแสดงเป็นนิทรรศการ ในวันนี้อีกด้วย
 
        ก่อนประกาศผลการแข่งขัน เหล่าคณะกรรมการได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองการสร้างสรรค์ผลงานออริจินัล ในแบบของตัวเอง โดย “ปอมซาน” ธัชมาพรรณ นักวาดภาพประกอบคนดัง แนะนำน้องๆ ที่มาร่วมงานว่า วิธีการค้นหาสไตล์ที่เป็นตัวตนของตัวเองนั้นต้องเริ่มจากการฝึกต่อมความคิดของตัวเอง ใช้การวาดเยอะๆ ส่งประกวดบ้างซึ่งเป็นบทเรียนที่ดีเพราะจะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ การแพ้ทำให้เรารู้จุดบกพร่องตัวเอง นำมาแก้ไข และเริ่มแรกควรวาดรูปในแบบที่ใจตัวเองคิดไม่ต้องมองงานใครประมาณ 3 เดือน แล้วเอาผลงานมากางลงพื้นทั้งหมดก็จะเห็นสไตล์ของตัวเราเอง สามารถพัฒนาต่อได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วน “เป๋ง” ชานนท์  หนึ่งในอาร์ต ไดเรคเตอร์ ฝีมือดีของไทย เล่าว่างานที่โดดเด่นสำหรับตัวเองนั้นต้องมองให้แตกต่าง ดูแล้วสะดุดตรงที่คุณค่าของงงานว่าได้แง่คิดอะไร คนวาดกำลังคิดอะไรอยู่ มีเรื่องราวที่ทำให้เราสนใจได้บางคนวาดสวยแต่ให้คุณค่ากับเรื่องราวน้อย บางคนวาดธรรมดาแต่สะดุดกับมุมมองไม่ซ้ำใคร ชวนให้เราเข้าไปหาคำตอบเท่านี้ก็ถือเป็นผลงานที่เป็นเอกลักษณ์
 
        ว่าจบก็ถึงเวลาสำคัญกับการประกาศผลรางวัลชนะเลิศตกเป็นของงานป๊อปอาร์ตในชื่อ “บี ออริจินัล บี ยัวร์เซล์ฟ” โดย “มะเหมี่ยว” ภัณฑิรา ทองเชิด จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ใช้ลายเส้นสีดำวาดเรื่องราวที่คิดอยู่ในหัวของผู้หญิงคนหนึ่ง สะท้อนตัวตนลึกๆ ข้างในที่กำลังร่าเริงสนุกสนาน เป็นตัวของตัวเอง เป็นความคิดจิตใจ อารมณ์ที่ไม่มีใครก๊อบปี้ได้
 
        “เดิมที่ได้วาดเป็นรูปแบนๆ ในกระดาษแผ่นเดียว ใช้เวลาทำ 1 อาทิตย์ แต่มามองดูแล้วอยากต้องการความแตกต่างที่มากกว่าเดิม เลยตัดผลงานงานออกเป็นชั้นๆ นำมาวางซ้อนกันเป็นเลเยอร์ ก็ได้มุมมองที่แปลกไปจากเดิมเพราะปกติดไม่เคยทำงานป๊อปอัพมาก่อนเลย  เวทีนี้ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ มองเห็นงานเรา แล้วรางวัลที่ได้ก็ทำให้มั่นใจในสไตล์ที่ลองทำขึ้นมาใหม่มากขึ้น เพราะปกติแล้วจะถนัดวาดภาพประกอบ แต่พอมีโจทย์ใหม่ๆ มาท้าทายก็ลองกล้าที่จะฉีกกรอบของตัวเอง ต่อยอดผลงานอื่นๆ ได้มากขึ้น” แชมป์ของปีนี้กล่าวด้วยควมภูมิใจ
 
        ส่วนผลงานรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ตกเป็นของ ถิรวัฒน์ โงสว่าง หนุ่มจากรั้ว ม.ศิลปากร เช่นกัน โดยเจ้าตัวตั้งชื่อให้ผลงานว่า "อารามณ" ที่ไม่มีคำแปลอย่างเป็นทางการ แต่ตั้งจากอารมณ์ของผลงานที่ส่งเข้ามาในหัวข้อป๊อปอาร์ต ใช้การวาดเส้นปากกาโดยยกตัวละครเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตตามอารมณ์ ตามสัญชาติญาณซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์ที่เจ้าตัวชื่นชมมาก ภาพจึงสื่อให้เห็นคนที่เลิกใช้เหตุผลอย่างคนทั่วไป มีฟิลลิ่งของความรู้สึกที่ใบหน้าแปลกประหลาด มีสัตว์สื่อแทนการกระทำ เช่น มดในภาพเป็นตัวแทนของการดำรงชีวิตตามสัญชาตญาณ รู้ว่าตัวเองต้องเดินไปหาของหวานเพียงอย่างเดียว  นอกจากนี้ยังมีสัตว์ต่างๆ เดินทะลุไปมาตามใจตัวเอง ส่วนสมองนั้นเป็นตัวแทนของเหตุผล ถูกแยกออกมาอยู่นอกศีรษะเป็นการบอกว่าไม่ใส่ใจ รวมจึงเป็นผลงานที่มองแล้วต้องสะดุดกับลายเส้นและเรื่องราวให้ตีความหมายลึกซึ้ง
 
        ยังมีอีกหลายผลงานที่สะท้อนความเป็นตัวเองออกมาอย่างสะใจ ไม่ประหม่า ถูกใจกรรมการทั้งรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในชื่อผลงานแตกต่างจากคนอื่น แต่เป็นตัวของตัวเอง โดย ภนุวัสส์ นิ่มละออร์ จาก ม.รามคำแหง รางวัลชมเชย 2 รางวัล ตกเป็นของ "จุดสะเทือนใจ" โดย พัทธศิษฐ์ ธรรมอธิคม จาก ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ ผลงาน “ฮาเร็มคนอ้วน” โดย นัฐพล ไก่แก้ว จาก ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (เพาะช่าง) โดยปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปและชื่นชมผลงานของผู้เข้ารอบ 80 คนอย่างอบอุ่น บวกข่าวดีว่าโครงการนี้จะมีจัดประกวดอย่างต่อเน่ื่อง พร้อมให้เหล่าคนรุ่นใหม่มีของพร้อมปล่อยสีสันให้วงการศิลป์กันทุกปีแน่นอน