ไลฟ์สไตล์

‘เซรามิกรูพรุน’สารสกัดจากตะไคร้

‘เซรามิกรูพรุน’สารสกัดจากตะไคร้

24 พ.ย. 2558

ทำมาหากิน : ‘เซรามิกรูพรุน’ สารสกัดจากตะไคร้ ผลงานวิจัยกำจัด ‘จุลินทรีย์ในผึ้ง’ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
       การระบาดของโรคที่เกิดจากจุลินทรีย์ในตัวอ่อนผึ้ง อย่างเช่นโรคจากเชื้อราชอล์คบรูด โรคตัวอ่อนเน่าได้กลายเป็นปัญหาหนักอกให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งมาอย่างยาวนาน ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรมักใช้วิธีการแก้ปัญหาโดยการใช้สารเคมีหรือยาปฏิชีวนะมาบำบัดและควบคุมโรคในผึ้งที่เกิดจากจุลินทรีย์เหล่านี้ แต่อาจส่งผลทำให้เกิดสารตกค้างอยู่ในน้ำผึ้งได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้ทีมนักวิจัยจากสองสถาบันการศึกษาได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำโดย รศ.ดร.ภาณุวรรณ จันทวรรณ และคณะ ได้คิดค้นนวัตกรรมเซรามิกรูพรุนโดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.)จนประสบความสำเร็จในการนำนวัตกรรมดังกล่าวมาต้านทานโรคและปรสิตในรังผึ้งแทนการใช้สารเคมีหรือยาปฏิชีวนะอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
 
       “ที่ผ่านมาเกษตรกรไทยจะใช้วิธีบำบัดและควบคุมโรคในผึ้งที่เกิดจากจุลินทรีย์โดยใช้สารเคมีหรือยาปฏิชีวนะที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ทำให้เกิดปัญหามีสารตกค้างอยู่ในน้ำผึ้ง ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคและเกิดปัญหาการกีดกันทางการค้าจากต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะจากประเทศในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักของประเทศไทยได้ส่งออกน้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์จากผึ้ง”
 
       ผศ.ดร.สุขุม อิสเสงี่ยม อาจารย์จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนึ่งในทีมวิจัยเผยข้อมูลและยอมรับว่านวัตกรรมดังกล่าวนี้จะมีการควบคุมการแพร่หรือการออกฤทธิ์ของสารให้ยาวนาน คงประสิทธิภาพและสะดวกต่อการนำไปใช้ในรังผึ้ง ซึ่งจากการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาเป็นระยะเวลา 2 ปีนั้น คณะผู้วิจัยสามารถผลิตและสร้างต้นแบบเซรามิกพรุนที่มีประสิทธิภาพในการปลดปล่อยน้ำมันตะไคร้ที่มีฤทธิ์กำจัดสำหรับกำจัดจุลินทรีย์ในรังผึ้งยาวนานถึง 7-14 วันต่อการเติมน้ำมันตะไคร้ 1 ครั้งและมีประสิทธิภาพในการกำจัดได้ถึง 4 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับรังผึ้งชุดควบคุมและที่สำคัญยังสามารถนำเซรามิกพรุนเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ได้อีกแม้ว่าสารกำจัดจุลินทรีย์ในรังผึ้งหมดไปแล้วก็ตาม
 
       “ในการวิจัยช่วงปีแรกได้มีการบรรจุเซรามิกพรุนลงในภาชนะที่เป็นพลาสติก ซึ่งก็พบว่ามีข้อจำกัดในการใช้งานไม่ทนต่อสภาวะแวดล้อม ดังนั้น คณะผู้วิจัยได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุเซรามิกพรุนซึ่งทำจากอะลูมินาเป็นหลัก โดยทำการเตรียมเซรามิกพรุนที่มีองค์ประกอบต่างๆ กันและทำการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพทั้งหมดของเซรามิก ซึ่งพบว่าสิ่งที่มีอิทธิพลต่อความหนาแน่นและความพรุนต่างกัน เซรามิกพรุนที่ถูกเลือกนำมาใช้งานโดยพิจารณาจากความพรุน นั่นคือเงื่อนไข A  ที่ประกอบด้วย เซลลูโลส 10 กรัม และพีวีพี 3 ซีซี ซึ่งมีค่าความพรุนอยู่ที่ 90.54% มีความเหมาะสมที่สุด”
 
       นักวิจัยคนเดิมย้ำด้วยว่าสำหรับการนำเซรามิกพรุนที่มีความเหมาะสมที่สุดไปใส่ในภาชนะ จากผลการวิจัยในระยะสุดท้ายได้ทำการศึกษาผลของการใช้เซรามิกพรุนที่บรรจุน้ำมันตะไคร้ ซึ่งจากผลการหาอัตราการโดนจุลินทรีย์รบกวนแล้วพบว่ารัังผึ้งที่มีการใส่เซรามิกพรุนที่มีการบรรจุน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้จะมีอัตราการถูกรบกวนจากจุลินทรีย์น้อยกว่ารังผึ้งที่เลี้ยงในสภาวะปกติถึง 4 เท่าและสามารถควบคุมการปลดปล่อยได้ในระยะเวลา 7 วัน
 
       เซรามิกพรุนกำจัดจุลินทรีย์เพื่อป้องกันการระบาดของโรคในรังผึ้ง นับเป็นอีกนวัตกรรมเด่นที่ประสบความสำเร็จและมีการเตรียมขยายผลไปสู่เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งในเร็วๆ นี้เพื่อทดแทนการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะที่อาจมีสารตกค้างในน้ำผึ้ง ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ เกษตรกรที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดจากผู้วิจัย โทร.08-82516844 ได้ตลอดเวลา