ไลฟ์สไตล์

อากิตะ เมืองซามูไรออนเซน

อากิตะ เมืองซามูไรออนเซน

22 พ.ย. 2558

ชิค & ชิล : อากิตะ เมืองซามูไรออนเซน : โดย...รมยกร

 
                      ตัวเลขที่น่าแปลกใจเมื่อพบว่า ในระยะ 5 ปีมานี้ นักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองอากิตะ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า ทั้งที่เป็นเมืองที่ห่างไกลจากกรุงโตเกียวและโอซากาที่คนไทยนิยมไปกัน
 
                      นักท่องเที่ยวที่ไปเมืองอากิตะ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวรุ่นหนุ่มสาวที่รวมตัวกันกับเพื่อนแล้วซื้อตั๋วเครื่องบินและตั๋วรถไฟ เดินทางมาท่องเที่ยวกันเอง หรือมาคนเดียวก็มีไม่น้อย แบกเป้ถือกล้องเดินทางไปเรื่อยๆ ตามทางรถไฟและรถบัสที่จัดไว้สำหรับไปถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในแต่ละแห่ง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายเปิดให้นักท่องเที่ยวไทยมาเยือนไม่ต้องขอวีซ่า และชาวญี่ปุ่นยังยินดีต้อนรับและเชิญชวนคนไทยจัดทริปมาเที่ยวเพิ่มขึ้น
 
                      เมืองนี้มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจใหม่ๆ อย่าง กำแพงหิมะ ที่นี่ยาวที่สุดของญี่ปุ่นโดยมีเส้นทางยาว 27 กิโลเมตร ซึ่งยาวกว่าเจแปนแอลป์ เส้นทางท่องเที่ยวที่ทัวร์ไทยจัดทริปไปกัน ที่นี่มีหิมะตกหนักและมีโอกาสได้เห็นดอกซากุระที่สวยงามบานสะพรั่งพร้อมกับหิมะในเดือนเมษายน ตรงกับช่วงวันหยุดสงกรานต์ของไทย
 
                      ในช่วงฤดูหนาว เดือนกุมภาพันธ์มีการจัดงานประกวดแกะสลักน้ำแข็ง ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาได้ โดยมีสนามบินรองรับทั้งที่เมืองเชนได เมืองอากิตะ และเมืองโมริโอกะ
 
                      จุดเด่นของเมืองอากิตะ เห็นจะเป็นการมีบ่อน้ำแร่ภูเขาไฟเพื่อสุขภาพ มีสถานที่ออนเซนภูเขาไฟแท้ๆ จากใต้ดิน ไม่ปรับอุณหภูมิหรือผสมน้ำให้ลดแร่ลงไป โดยที่เมืองนี้มีออนเซน มากถึง 11 แห่ง มีสกีรีสอร์ตพร้อมสนามกอล์ฟอีก 3 แห่ง
 
                      ที่นี่เป็นเมืองออนเซน ที่คลาสสิกที่สุดคือออนเซนในป่า นอกจากนี้ยังมี ซามูไรออนเซน ออนเซนของแท้ 100% ที่ชาวนักดาบซามูไรใช้เป็นจุดพักผ่อนระหว่างทางของนักดาบซามูไรจริงๆ เมื่อ 300 ปีที่แล้ว ด้านในถูกปรับให้เป็นที่พักเรียวกัง ใครจะมาพักต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อยสามเดือน เพราะที่นี่ได้รับความนิยมอย่างมาก ที่พักถูกจองเต็มตลอด
 
                      ความโดดเด่นของออนเซนที่นี่ คือมีบ่ออาบน้ำแร่สุขภาพอยู่ในป่าแบบเปิดโล่ง มีแค่ดอกหญ้าพลิ้วไหวไปตามแรงลมให้เห็นและกั้นสายตาจากภายนอก แยกเป็นบ่อชาย บ่อหญิง และบ่อรวมที่ไม่แยกเพศ น้ำแร่ที่ไหลมาตามธรรมชาติไม่ผ่านการกรองน้ำที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ ปรากฏให้เห็นเป็นสีนวลคล้ายน้ำนมแปลกกว่าที่อื่น นับเป็นเอกลักษณ์พิเศษที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่สูงวัยเน้นรักษาสุขภาพ
 
                      ที่สำคัญ ทุกอย่างยังอนุรักษ์ไว้ให้ได้กลิ่นอายในอดีต 300 ปี ของชาวซามูไรอย่างครบถ้วน
 
 
 
อากิตะ เมืองซามูไรออนเซน
 
 
 
                      แช่น้ำแร่ แล้วมองไปยอดเขาอากิตะยามที่อากาศสดใสและหนาวเย็นระดับ 10 องศา ใกล้ๆ แนวเขา เป็นทะเลสาบใหญ่ชื่อ ทะเลสาบทะชะวะ อยู่ในระดับความสูง 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดของญี่ปุ่น มีแนวเขาล้อมรอบ มีปลาทะเลสาบตัวเล็กเสียบไม้ปิ้งย่างรสอร่อยอยู่รอบทะเลสาบ หรือถ้าแช่กลางคืน ก็จะได้วิวท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวสุกสว่าง
 
                      ผู้ว่าราชการจังหวัดอากิตะ นายทากุยะ ทัสโซ และนายซูโจ ฮิราอิ ผู้อำนวยการบริหารด้านการท่องเที่ยวของเมือง บอกว่า การท่องเที่ยวจังหวัดได้สำรวจเส้นทางใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น ที่นี่มีทั้งวัดทองที่ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกโลก มีสวนแอปเปิ้ลที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เก็บจากต้น และยังมีเส้นทางระเบียงกำแพงหิมะ นอกจากนี้ยังมีลานสกี รีสอร์ต สนามกอล์ฟ ที่น่าสนใจคือการชมหิมะและซากุระไปพร้อมๆ กัน
 
                      และแล้วก็ได้ไปบุก สวนแอปเปิ้ล ของ ฮินาตะ เชอิอิชิ เจ้าของสวนวัย 65 ปี ที่สืบทอดการทำสวนแอปเปิ้ลมาเป็นรุ่นที่ 3 สวนของเขามีชื่อว่า สวนผลไม้โคโตบุกิ ปลูกแอปเปิ้ลหลายชนิด โดยไม่ใช้สารเคมี นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมสวนผลไม้ที่นี่ สามารถเก็บกินได้เลย
 
                      จากที่สังเกตชาวนา ชาวสวนผลไม้แถวนี้ ฐานะค่อนข้างดี มีบ้านและที่ดินของตัวเอง แถมตามหลังคาบ้านยังมีแผงโซลาร์เซลล์ สำรับผลิตกระแสไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ไว้ใช้เองด้วย ส่วนหนึ่งนอกจากความขยันแล้ว ยังมีการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อขายผลผลิตทำให้ได้ราคาดี อีกทั้งยังได้มหาวิทยาลัยอากิตะที่มีชื่อเสียงด้านการเกษตรช่วยพัฒนาด้านการเกษตร และวิจัยพันธุ์ข้าว พันธุ์แอปเปิ้ลให้ด้วย
 
                      ผลไม้ที่นี่ เคยประกวดได้ที่หนึ่งของประเทศ อย่างแอปเปิ้ลจากเมืองเอชาชิ ที่อยู่ใกล้ๆ มีราคาแพงสุดเคยประมูลราคาสูงถึงลูกละล้านเยน ซึ่งแอปเปิ้ลจะออกผลช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน และหลังหิมะตก ชาวสวนบอกว่าแอปเปิ้ลน้ำผึ้งอร่อยที่สุด เพราะมีรสชาติดี แล้วยังเหมือนมี “น้ำผึ้ง” ผสม
 
                      นอกจากนี้ เมืองอากิตะ ยังมีสวนสตรอเบอร์รี่ ไร่มะเขือเทศซึ่งผลิตซอสมะเขือเทศขายดีที่สุดในญี่ปุ่นด้วย เรียกได้ว่า ที่นี่เป็นเมืองที่ให้ผลผลิตด้านการเกษตรดี เพราะดินอุดมสมบูรณ์มีแร่ธาตุภูเขาไฟ อากาศดี และน้ำสะอาด
 
                      ส่วนอาหารจานเด่นของเมืองนี้ ทั้งเด่นทั้งแปลก คือ โซบะถ้วยเล็ก กินทีละคำ เป็นอาหารพิเศษซึ่งเคยมีการแข่งขัน ผู้ชนะกินได้ถึง 300 ถ้วย หรือ 300 คำนั่นเอง
 
                      ขึ้นชื่อญี่ปุ่น อย่าเพิ่งเบื่อ เพราะยังมีเมืองใหม่ๆ สถานที่น่าสนใจให้ค้นหาอีกมาก รวมถึงเมืองอากิตะ แห่งนี้
 
 
 
 
 
----------------------
 
(ชิค & ชิล : อากิตะ เมืองซามูไรออนเซน : โดย...รมยกร)