
ชวนเที่ยว : ชิลไปใน... 'สิงห์ปาร์ค'
22 พ.ย. 2558
ชวนเที่ยว : ชิลไปใน... 'สิงห์ปาร์ค' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์
“เชียงรายหนาวมาก” ใครมาพูดแบบนี้ จะนึกว่าประชดนะ เพราะจวนจะเข้าเดือนสุดท้ายของปีแล้ว อากาศยังอบอ้าวอยู่เลย หลังจากที่ช่วงปลายเดือนตุลาคม มีลมหนาววูบมา จนพื้นที่ตอนเหนือ โดยเฉพาะยอดดอย อุณหภูมิลดวูบ แต่ก็เป็นช่วงสั้นๆ แต่ปลายปีที่จะมีวันหยุดยาวๆ แบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่อยากจะเดินทางขึ้นภาคเหนือ ไปชมดอกไม้เมืองหนาว ที่เริ่มผลิดอก รอรับนักท่องเที่ยวแล้ว ยิ่งเดี๋ยวนี้พื้นที่ไร่ใหญ่ๆ มักจะเปิดเป็นฟาร์มทัวร์ด้วยแล้ว คิดดูซิว่า ถ้าเราได้ไปยืนบนเนินโล่งๆ มีทุ่งดอกไม้ผลิดอกหลากสีอยู่เบื้องหน้า หรือไร่ชาเป็นแถวคดเคี้ยวไล่ระดับสวยงาม ลมโชยมาแผ่วๆ มันช่างเหมือนช่วยให้เราลืมความเหนื่อยล้าของการงาน การเดินทางไปได้ชั่วขณะ
สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย เลยเป็นตัวเลือก แล้วก็เลยอยากจะมาแนะนำ เผื่อใครวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยวปลายปี ยังไม่มีสถานที่ในใจล่ะก็ ลองแวะมาดูเพราะที่นี่เปิดรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม แต่ บร๊ะเจ้า !!... เนื้อที่ร่วม 8,000 ไร่ ใครจะไปเดินกันไหว เพราะฉะนั้นเลยอาจจะต้องยอมเสียเหงื่อ ด้วยการเช่าจักรยานปั่นเล่นดีกว่า หรือเลือกเหนื่อยน้อยหน่อย ด้วยการนั่งรถรางเที่ยวชมฟาร์ม
สิงห์ปาร์ค ก่อตั้งมานานแล้ว แต่เมื่อก่อนชื่อ “ไร่บุญรอด” อยู่ริมถนนสายเด่นห้า-ดงมะดะ บ้านแม่กรณ์ ต.แม่กรณ์ อ.เมือง ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 9 กิโลเมตร ถ้าใครเคยไปสมัยนั้นจะเห็นพื้นที่ปลูกข้าวบาเล่ย์กว้างใหญ่อยู่ด้านหน้า แต่เดี๋ยวนี้ ใครไปเป็นต้องเจอรูปปั้นสิงห์สีทองตัวใหญ่ หน้าตาท่าทางขี้เล่นไม่ใช่น้อย อยู่บนเนินสนามหญ้า กลายเป็นแลนด์มาร์คที่ใครมา ก็ต้องแวะถ่ายรูปเสียก่อน รวมถึงก๊วนเราก็ไม่น้อยหน้า ใครจะอยู่เฉยได้ ในเมื่อฟ้าใส เมฆสวยซะขนาดนี้ ถ่ายรูปเสร็จ ค่อยใช้บริการรถฟาร์มทัวร์ พาเที่ยวไปตามจุดต่างๆ ที่เป็นไฮไลท์ของพื้นที่แห่งนี้ โดยมีไกด์คอยอธิบายความไปตลอดทาง แล้วยังจอดแวะเป็นจุดๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป หรือใครไม่หนำใจ เฟดตัวเองออกมาเดินเล่นให้อิ่มใจ รอรถรางคันใหม่มาค่อยไปต่อก็ยังได้ ก่อนหน้าที่จะถึงสวนพุทรา เป็นทุ่งปอเทือง ชาวไร่รู้จักดีเพราะจะปลูกหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต เป็นพืชหมุนเวียนไว้ไถกลบ เพิ่มปุ๋ยในดิน แต่ตอนที่ปอเทืองออกดอกเหลืองไปทั้งทุ่งนี่ สวยไม่แพ้ทุ่งดอกไม้ไหนๆ ทีเดียว ถัดมาเป็นสวนพุทรา ที่นี่เขาปลูกพันธุ์ซื่อหมี ลูกใหญ่ หวานกรอบ เสียดายว่า ไปช่วงลูกยังไม่โตเต็มที่ เลยรอดมือเราไปจนได้ ไม่ไกลกันเป็นแปลงทดลองปลูกไม้ผลอื่นๆ เลยไปอีกหน่อยก็แปลงปลูกพืชตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลาย ตั้งแต่สตรอเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ ใกล้กันเป็นทุ่งดอกคอสมอส ไฮไลท์ของฟาร์มในยามฤดูหนาวมาเยือน คาดว่าจะบานเต็มที่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ถามไถ่ได้ความว่า น่าจะอยู่ได้ถึงปลายมกราคม (ถ้าอากาศเป็นใจ)
เราใช้เวลาค่อนข้างนานที่นี่ เพราะบนเนิน ทุ่งดอกคอสมอส มีทางเดินขึ้นไปถึงจุดสูงสุด แล้วมองลงมาเป็นไร่ชากว้างใหญ่ เพราะมีเนื้อที่ปลูกชาอู่หลงมากกว่า 600 ไร่ และถือเป็นผลผลิตสำคัญอีกตัวหนึ่งของไร่แห่งนี้ ชาที่ปลูกเป็นชาสายพันธุ์จินซวนอู่หลง หรืออู่หลงเบอร์ 12 ซึ่งจะพิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูก โดยไม่ใช้สารเคมี แต่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์และน้ำส้มควันไม้แทน ชาที่เก็บเสร็จก็ส่งตรงไปยังโรงงานผลิตชาโดยทันที เพื่อรักษาคุณภาพของใบชา ซึ่งโรงงานก็ตั้งอยู่ในไร่นี่เอง นอกจากนี้ยังมีโรงเรือนควบคุมอุณหภูมิระบบปิด EVAP สำหรับเพาะปลูก พืชผักผลไม้เมืองหนาวพันธุ์พิเศษ เช่นโรงเรือนปลูกเมล่อนสายพันธุ์นัตสึเค และอาคิฟุยุเค โรงเรือนปลูกพืชสมุนไพรเมืองหนาว เช่น โรสแมรี่ คาโมมายด์ ต้นKale (คะน้าใบหยิก) สลัดชนิดต่างๆ มะเขือเทศราชินี เสาวรส พริกหยวกสี เจียวกู่หลาน ใครที่ชอบผลไม้ยักษ์ ที่นี่เขาก็มีพวกน้ำเต้ายักษ์ ฟักทองยักษ์ จัดเป็นซุ้มไม้เลื้อยเรียกความตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน ที่พูดมาก็ตั้งเยอะ แต่เขายังมีพื้นที่อีกราวๆ 2,700 ไร่ ปลูกยางพารา แต่ที่น่าสนใจก็คือ ภายในพื้นที่ 8,000 ไร่นี้ มีแหล่งน้ำมากกว่า 50 แห่ง ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ และแหล่งน้ำที่ขุดขึ้นมา ที่นี่จึงทำการเกษตรได้ทั้งปี อ้อๆๆ นอกจากมีต้นไม้ ดอกไม้ มากมายแล้ว ที่นี่เริ่มมีสวนสัตว์ย่อยๆ เข้ามาจัดโซนไว้ด้วยนะ ขวัญใจเด็กๆ อย่างยีราฟคอยาวนี่ มีตั้ง 9 ตัว แล้วยังมีม้าลาย วัววาตูซี่ และ นกซันคอนัวร์ จะขี่จักรยานไปชมหรือจะนั่งรถรางไปชมก็ได้เหมือนกัน
ชมไร่กันจนหน่ำใจ ตะวันคล้อยบ่าย ได้เวลาไปเหินเวหา ชมไร่ชาในมุมสูง 360 องศา กับเครื่องเล่นซิปไลน์ หลังจากสวมอุปกรณ์เรียบร้อย ถึงจะขึ้นรถขับผ่านไร่หม่อน ไร่ชาอีกโซนหนึ่งเข้าไปยังจุดค่อนข้างไกล ซิปไลน์ที่นี่มี 4 ฐาน จากฐานแรกตีคู่กันไปให้อุ่นใจสบายๆ ในระยะทาง 300 เมตร แล้วค่อยไปวัดใจในฐานถัดไป ซึ่งเป็นฐานที่ไกลสุด 374 เมตร ส่วนอีก 2 ฐานระยะทางสั้นกว่ากันไม่มาก กว่าจะเริ่มกันครบ ตะวันก็หลบลงหลังเขาพอดี ค่ำคืนนี้ เราใช้เวลาอยู่กับการชิมอาหารหลากเมนู ที่ครัวภูภิรมย์ ตั้งอยู่บริเวณด้านบนของจุดชมวิวบรรยากาศแห่งขุนเขา จนนึกเสียดายที่นี่น่าจะมีที่พักให้บริการด้วย แต่เรายังไม่จากไปง่ายๆ รุ่งเช้าสายหมอกกำลังคลอเคลีย เราก็กลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อขี่จักรยานชมไร่ ที่นี่ดีอย่างหนึ่งตรงที่แบ่งเลนสำหรับจักรยานไว้ แถมบางช่วงลัดเลาะขึ้นเนิน ผ่านทะเลสาบ ใครแรงดี ก็ปั่นไปได้เป็นรอบ หรือหลายๆ รอบก็ยังไหว หงส์ฝูงใหญ่ช่างรู้ใจ กรูเข้ามาหาเมื่อตอนปั่นไปใกล้ตรงที่พวกมันกำลังว่ายน้ำเล่นกัน บึงน้ำด้านในสงบนิ่งสะท้อนวิวจากเนินเขาลงมา บริเวณแถวนี้ล่ะที่ช่วง 25-29 พฤศจิกายนนี้ จะมีการจัดงานเทศกาลประจำปี “ฟาร์ม เฟสติวัล ออน เดอะ ฮิลล์” ครั้งที่ 4 โดยปีนี้ตรงกับวันลอยกระทงพอดี งานเลยใหญ่เป็นพิเศษ ลอยกระทงกลางแสงจันทร์ แถมในงานมีศิลปินหลายสิบชีวิตไปเปิดคอนเสิร์ต นอกจากนี้ยังมีการปล่อยบอลลูนแสงสีเสียง แถมยังท้าทายใครที่คิดว่าแกร่งกล้า ลองมาแข่งขัน “สิงห์ เก่ง แกร่ง กล้า” ซึ่งเป็นการแข่งวิ่งตะลุยด่านท่ามกลางธรรมชาติ แล้วยังมีแข่งจักรยานเสือภูเขา เรียกได้ว่า กิจกรรมในช่วงฟาร์มเฟสฯ 5 วันที่จะถึงนี้จาระนัยไม่หวาดไม่ไหวทีเดียว แล้วการเดินทางแสวงหาลมหนาวปลายปี แม้จะยังไม่เจออากาศหนาว แต่ก็ฟินสุดๆ ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ และไร่ชา ณ มุมหนึ่งของเชียงราย
----------------------
เปิดลงทะเบียนเข้าชมฟาร์ม ตั้งแต่ 08.00-17.00 น. ค่าบริการนั่งรถฟาร์มทัวร์ คนละ 50 บาท (ยกเว้นเด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 110 ซม.) สอบถามเพิ่มเติม 0-9157-60374
----------------------
(ชวนเที่ยว : ชิลไปใน... 'สิงห์ปาร์ค' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)



