ไลฟ์สไตล์

แวะชิมริมทะเลพังงา @ ลา อรัญญา

แวะชิมริมทะเลพังงา @ ลา อรัญญา

22 พ.ย. 2558

ชวนชิม : แวะชิมริมทะเลพังงา @ ลา อรัญญา

 
                      ก้าวเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเต็มตัวแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวทั่วทุกภูมิภาคของไทยรวมทั้งบรรดาโรงแรมต่างเตรียมตัวรองรับนักท่องเที่ยวกันคึกคัก อย่างในช่วงอากาศเริ่มเย็นต้องยอมรับว่าภาคเหนือได้ความนิยมมาก แต่ใช่ว่าภาคใต้จะน้อยหน้าเพราะแถบนี้ก็มีทะเลสวยๆ เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นกัน อย่างที่โรงแรม “คาซ่า เดอ ลาฟลอร่า” อ.เขาหลัก จ.พังงา นอกจากความงามของโรงแรม บวกกับสถานที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแล้ว รสชาติอาหารที่ห้องอาหารหลักของโรงแรมที่ชื่อ “ลา อรัญญา” ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน รวมถึงการดีีไซน์ที่โดดเด่น เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับลมทะเลเย็นๆ เพิ่มความสดชื่นขณะนั่งรับประทานอาหาร หากเป็นมื้อเย็นยังสามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกในมุมที่สวยงามที่สุดของเขาหลักด้วย
 
                      ลา อรัญญา คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีรวมทั้งวัตถุดิบพื้นบ้านมารังสรรค์เป็นจานอร่อยไว้บริการทั้งลูกค้า ซึ่งมีทั้งลูกค้าของโรงแรมเองและลูกค้าจากภายนอกที่เข้ามาใช้บริการตามชื่อเสียงที่บอกต่อๆ กัน ที่นี่ยังมีบริการอาหารที่หลากหลายให้เลือกอร่อยกันได้เต็มที่ ทั้งอาหารไทย อาหารฟิวชั่น และอาหารท้องถิ่น จะสั่งมาชิมทุกสไตล์หรือจะเน้นแบบไหน ที่นี่ก็ยินดีบริการอย่างเต็มที่
 
                      สำหรับเมนูแนะนำที่มาแล้วไม่ควรพลาดก็อย่าง ผัดไทยกุ้งย่าง ความพิเศษอยู่ที่การใช้เส้นจันทร์เหนียวนุ่มมาผัดกับซอสสูตรเฉพาะของทางร้านแล้วปรุงรสจนเข้มข้น สีสันจัดจ้าน ทั้งยังโดดเด่นด้วยกุ้งลายเสือตัวโต ซึ่ง “เชฟบอย” ธวัชชัย พันธ์ศรี เชฟประจำห้องอาหาร ลา อรัญญา บอกว่าเป็นกุ้งธรรมชาติจากอันดามัน เนื้อหวานมาก นำมาย่างพอสุก ทานกับผัดไทยจะเข้ากันพอดีโดยไม่ต้องปรุงรสเพิ่ม ซึ่งเป็นจานที่ได้รับความนิยมมากจากทั้งคนไทยและต่างชาติ อีกหนึ่งเมนูสำหรับคนชอบเส้นเชฟบอยลงมือปรุงเมนูพิเศษ พาสต้าปูดำ ซึ่งมีให้เลือกทั้งเส้นเพนเน่ เฟตตูชินี่ และสปาเก็ตตี้ ส่วนไฮไลท์อยู่ที่น้ำยาแกงปูเข้มข้นด้วยกะทิและเครื่องแกงสมุนไพรหอมกรุ่น ใส่ปูดำสดๆ เนื้อแน่นปึ๋งปั๋ง แถมทุกตัวยังมีไข่ช่วยเพิ่มความมันของน้ำแกง ทานกับเส้นนุ่มๆ เข้ากันดีทีเดียว
 
                      คนรักสุขภาพต้องลองชิม หอยเชลล์ย่างกับยำสาหร่ายพวงองุ่น เป็นของขึ้นชื่อของพังงามีธาตุไอโอดีนสูง กรุบกรอบคล้ายคาเวียร์ ทานคู่กับหอยเชลล์ย่างตัวโต และผลไม้ตามฤดูกาลที่รสชาติแตกต่างกัน อาทิ มะม่วง ลำไย องุ่น อะโวคาโด้ เป็นต้น ก่อนทานราดหน้าด้วยซอสที่มีส่วนผสมของสละและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ป่น รสชาติออกเปรี้ยวหวาน ทานพร้อมกับส่วนผสมอื่นๆ ลงตัวมากๆ เมนูถัดมาเปลี่ยนมาชิมอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่ออย่าง หมูฮ้อง กันบ้างโดยเชฟนำมาปรับให้แต่งเป็นแบบฟิวชั่น แต่ยังรสชาติความอร่อยแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบครัน โดยเลือกใช้พอร์คช็อปแทนหมูสามชั้น นำมาตุ๋นกับเครื่องเทศไทยโดยใช้ไปอ่อนทิ้งไว้ 1 วันให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ เสิร์ฟพร้อมข้าวสังข์หยดหุงกับเนยและเผือกทอดปรุงรสเล็กน้อยด้วยเกลือและพริกไทยเพื่อชูรสข้าว
 
 
 
แวะชิมริมทะเลพังงา @ ลา อรัญญา
 
 
 
                      หากต้องการเพิ่มความแซบให้มื้ออาหาร ยำหมูย่างสเปน น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เข้าท่าไม่น้อย ทางร้านเลือกใช้หมูเนื้อนุ่มนำเข้าจากสเปน มีมันแทรกอยู่ในตัวมาย่างจนหอมกรุ่น ทานกับน้ำจิ้มแจ่วรสจัดจ้านที่ทางโรงแรมปรุงขึ้นเพื่อเอาใจคนชอบทานรสจัดโดยเฉพาะ เช่นเดียวกับ แกงเขียวหวานปูนิ่ม ที่เข้มข้นและหอมกรุ่นด้วยเครื่องแกงจากสมุนไทยนานาชนิด แต่แทนที่จะใช้ไก่อย่างที่คนไทยนิยมรับประทาน ที่นี่เขาเลือกใช้ปูนิ่มมาทอดจนเหลืองกรอบใส่ลงไปแทน ตามติดด้วยมะเขือเปราะ และมะเขือพวงให้ครบสูตรดั้งเดิม ทานกับเส้นขนมจีนหรือเส้นหมี่หุ้นที่เสิร์ฟมาคู่กัน อร่อยจนวางช้อนไม่ลงทีเดียว 
 
                      นอกจากนี้ ลา อรัญญา ยังเพิ่มความหลากหลายของอาหารด้วยการร่วมมือกับเชฟมิชลิน 3 ดาว เชฟจาโกโบ้ แอสเทรย์ รังสรรค์เมนูพิเศษมาให้ลิ้มลองกันด้วย ที่ลองชิมแล้วติดใจก็อย่าง กริลล์ อันดามัน กรูเปอร์ โดยเชฟเลือกใช้ปลาเก๋าดอกแดงเนื้อนุ่มไซส์ 5 กิโลกรัม มาแล่เป็นชิ้นกำลังพอดี ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทย แล้วนำไปกริลล์ด้านละ 15 นาที ต่อด้วยการอบอีก 15 นาที แล้วนำมาจัดจานด้วยการวางชิ้นปลาบนมันบด และราดด้วยซอสมะนาว ย้ำความพิเศษด้วยการตีโฟมกับกะทิราดบนชิ้นปลา 
 
                      ปิดท้ายมื้ออร่อยด้วยของหวานที่รังสรรค์จากผลไม้พื้นบ้านอย่างลูกชก ที่นำมาทำเป็นแพนนาคอตต้าแสนอร่อย เชฟเล่าว่าลูกชกเป็นผลไม้พื้นเมืองของจังหวัดพังงา ใน 1 ปีจะหาทานได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ลักษณะจะคล้ายลูกชิดแต่ขนาดเล็กกว่า นำมาผ่านกรรมวิธีแล้วทำเป็นแพนนาคอตต้าลูกชก ทานคู่กับข้าวเหนียวมะม่วง ท็อปด้วยซอสมะม่วงสดและกะทิเข้มข้น โรยหน้าด้วยลูกชกเล็กน้อย ตักทานพร้อมกันจะได้รสชาติเข้มข้น หวาน มัน แต่ไม่หวานจนเลี่ยน
 
                      นอกจากเมนูแนะนำ ที่นี่ยังมีอีกหลายเมนูให้เลือกทาน หากมีโอกาสไปเยือนถิ่นพังงา อย่างลืมแวะไปชิม ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ยาวไปจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง จะยกหูไปจองโต๊ะหรือสอบถามก่อนก็ได้ที่เบอร์ 0-7642-8999