
หมอช้างพาลั้นลามาเก๊าไหว้พระเสริมบารมี
20 พ.ย. 2558
สังคม : หมอช้างพาลั้นลา มาเก๊า ไหว้พระเสริมบารมี
นับถอยหลังอีกเพียงไม่กี่วันก็จะก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่อีกครั้ง และเพื่อความความเป็นสิริมงคลในชีวิต การทำบุญไหว้พระหรือสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามสถานที่ต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ แต่หากจะถือโอกาสท่องเที่ยวนอกประเทศพร้อมๆ กับขอพรเทพเจ้าเพื่อให้เกิดสิ่งดีๆ กับชีวิตในการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ “มาเก๊า” เมืองมรดกโลกก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย
ที่ผ่านมาหลายคนมองว่าที่นี่เป็นเพียงแหล่งคาสิโนขึ้นชื่อของโลก แต่ในแง่มุมของพุทธศาสนา มาเก๊าเมืองเล็กๆ ที่มีเนื้อที่เพียง 33 ตารางกิโลเมตร กลับเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยเคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศโปรตุเกสยาวนานกว่า 400 ปี ทั้งยังมีวัดเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์มากมายหลายแหล่ง แต่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย วันนี้จึงตั้งใจนำพาผู้อ่านทุกท่านไปเปิดประสบการณ์ใหม่นี้พร้อมๆ กัน โอกาสนี้ยังได้ชวน “หมอช้าง” อ.ทศพล ศรีตุลา มาช่วยแนะนำการไหว้พระเสริมมงคลตามวัดต่างๆ
วัดแรกจะไม่พูดถึงคงไม่ได้เพราะเป็นวัดที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีของบรรดานักท่องเที่ยว ซึ่งหากไปถึงถิ่นก็ต้องไม่พลาดที่ควรเข้าไปสักการะ นั่นคือ “วัดอาม่า” หนึ่งในมรดกโลก 30 แห่งบนเกาะมาเก๊า วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงตั้งแต่ปี ค.ศ.1488 ด้านในวัดมีองค์อาม่าหรือเจ้าแม่ทับทิมเป็นองค์ประธาน และตั้งอยู่ในศาลทั้ง 3 ศาล ศาลแรกสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1488 ศาลที่ 2 สร้างในศตวรรษที่ 16 ส่วนศาลใหญ่สร้างในศตวรรษที่ 18 จนกระทั่งปี 1988 เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่จึงต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่ ผู้คนที่เดินทางมากราบไหว้สามารถขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ตัวเองและครอบครัว อาทิ ขอให้ปลอดภัยในการเดินทาง หรือเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน เป็นต้น โดยบูชาด้วยเทียนและธูปขด หรือเทียนดอกบัวคู่เพื่อขอพรเรื่องคู่ครองคนรัก ส่วนด้านหน้าศาลมีก้อนหินขนาดใหญ่แกะสลักรูปเรือสำเภาโบราณ เชื่อกันว่าหากนำธนบัตรพับเป็นสามเหลี่ยม นำด้านกว้างของธนบัตรไปลูกกับภาพเรือแกะสลักนั้นแล้วจะมีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา
อีกวัดที่มีความเก่าแก่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของมาเก๊าคือ “วัดลินฟง” สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงในปี ค.ศ.1592 เป็นวัดลัทธิเต๋าแห่งเดียวในมาเก๊า บริเวณวัดมีพื้นที่กว้างขวาง โออ่า มีพระโพธิสัตย์อวโลกิเตศวรเป็นองค์ประธาน และเป็นที่ประดิษฐานของเทพทางการแพทย์นามว่า “อี้เล่งไตไต” และ “หลั่นหลงไตไต” ผู้คนจึงนิยมมาขอพรให้มีสุขภาพดี ปราศจากโรคภัย รวมถึงบนบานให้หายจากการเจ็บไข้ได้ป่วย นอกจากนี้ยังมีเทพ “กิมฮัว” เชื่อกันว่าเป็นเทพที่อำนวยพรให้แม่และเด็ก ผู้คนจึงนิยมมาขอพรให้มีลูก คลอดลูกง่ายและเป็นเด็กที่แข็งแรง หรือบางคนอาจขอพรให้สมหวังเรื่องความรัก ในขณะที่คนยังนิยมมาขอพร “เทพกวนอู” ที่เชื่อว่าจะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และมีกัลยาณมิตร
ถัดมาที่ “วัดเจ้าแม่กวนอิม” เก่าแก่ติดอันดับ 1 ใน 3 เช่นกัน วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นวัดใหญ่ที่มีผู้คนนิยมมากราบไหว้กันมาก ภายในมีเจ้าแม่กวนอิมแต่งเครื่องทรงอาภรณ์ด้วยชุดเจ้าสาวโบราณทำจากผ้าไหมสามารถถอดเปลี่ยนได้ วัดนี้ผู้คนจึงนิยมมาขอพรเรื่องคู่ครอง ขอให้สมหวังในความรัก การได้รับความช่วยเหลือ การเป็นที่รักของผู้คนที่พบเห็น วิธีการขอพรนั้น หมอช้างแนะนำให้ตั้งจิตอธิษฐานแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าแม่ นอกจากนี้ด้านในยังมี “เทพไฉ่ชิงเอี๊ยะ” ที่คนนิยมมาขอพรเรื่องเงินทองและโชคลาภ
หากมาเยือนมาเก๊า ซากประตูโบสถ์ เซนต์ ปอล เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่ต้องมาเยือน หลังจากถ่ายภาพเป็นที่ระลึกแล้วอย่าลืมแวะไปขอพรที่ “วัดนาจา” สร้างขึ้นในปี 1888 เพื่ออุทิศให้แก่ “นาจา” ซึ่งเป็นเทพแห่งประตูสวรรค์โดยคาดหวังว่าจะช่วยยับยั้งกาฬโรคที่ระบาดอย่างรุนแรงในตอนนั้น วัดนาจาเป็นเพียงอาคารเล็กๆ สร้างด้วยวัสดุธรรมดาง่ายๆ แต่การออกแบบที่ผสมผสานภาพความเป็นจริงกับภาพลวงตาทำให้รู้สึกได้ถึงความละเอียดอ่อน ประณีต และงดงาม ที่นี่ผู้คนจึงนิยมมาขอให้สมหวังในเรื่องการมีลูกหรือหากมีลูกแล้วก็ขอให้เป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย รวมทั้งขอให้มีบริวารที่ดี
ระหว่างเดินลงจากประตูโบสถ์ เซนต์ ปอล มายังย่านเซนาโด้ สแควร์ จะผ่านวัดเก่าแก่กลางตลาดอย่าง “วัดซำไกวุยคุน” หรือที่คนไทยเรียกว่า “วัดเทพเจ้ากวนอู” ซึ่งเป็น 1 ในมรดกโลก สร้างในปี 1792 เทพเจ้ากวนดู เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จึงได้รับการเคารพในฐานะเทพอุปถัมภ์และเทพผู้ปกป้องคุ้มครอง ผู้คนนิยมกราบไหว้เพราะเชื่อว่าจะสามารถปกป้องสิ่งชั่วร้าย ช่วยเสริมบารมีในการปกครองและคุ้มครองบริวาร รวมทั้งการได้เจอกัลยาณมิตร หรืออย่างตามร้านค้าก็มักจะบูชาเทพเจ้ากวนอูเพราะเชืื่อว่า การค้าขายก็เหมือนกับการสู้รบ และต้องชนะถึงจะมีคนนับหน้าถือตา หลักในการขอพร “หมอช้าง” ทศพร แนะนำว่า ก่อนอธิษฐานต้องบอกชื่อ-นามสกุลของตัวเองเป็นอันดับแรก และจะต้องรู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ แล้วขอพรโดยเลือกใช้แต่คำดีๆ และเป็นมงคลเท่านั้น เช่นการขอให้หายจากการอาการเจ็บป่วย ให้บอกว่าขอให้ร่างกายแข็งแรง เป็นต้น
สำหรับคนปีชง แนะนำให้ไปที่ “วัดเปากง” มีเทพประธานคือ “เทพเปากง” หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม “เปาบุ้นจิ้น” เทพแห่งความยุติธรรมผู้คนจึงนิยมมาขอพรให้ช่วยปัดเป่าศัตรู ภายในวัดยังมีหอ “เทพไท้ส่วยเอี๊ยะ” 60 องค์สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปีชง วิธีการบูชาคือบอกปีเกิดกับเจ้าหน้าที่ จุดเทียนคู่ปักกระถางซ้าย-ขวา จุดธูปใหญ่ 3 ดอก จุดธูปเล็ก 9 ดอก ปักกระถางเดียวกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะสวดให้ คนที่มาแก้ชงยกกระดาษเงินกระดาษทองแล้วบอกชื่อตัวเอง เจ้าหน้าที่จะนำกระดาษเงินกระดาษทองไปตั้งหน้าเทพประจำวันเกิด แล้วนำกระดาษไปเผา เป็นอันเสร็จพิธี
นอกจากวัดเก่าแก่ที่พาไปเที่ยวชมกันแล้ว ที่นี่่ยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกมากมาย ลองเปลี่ยนมามอง “มาเก๊า” ในแง่มุมที่คุณไม่เคยสัมผัส แล้วคุณจะหลงรักมาเก๊าไม่มีวันลืม



