
ดำเนินคดีแฮ็กเกอร์เจาะข้อมูลสถาบันการเงินครั้งใหญ่สุดในสหรัฐ
18 พ.ย. 2558
ลุงแจ่มเตือนภัย : ดำเนินคดี 3 แฮ็กเกอร์ เจาะข้อมูลสถาบันการเงินครั้งใหญ่สุดในสหรัฐ
อัยการสหรัฐสั่งฟ้องดำเนินคดีชาย 3 คนที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์สถาบันทางการเงินในสหรัฐครั้งใหญ่ที่สุด มีสถาบันการเงิน 12 แห่งในสหรัฐ ที่ถูกแฮ็กข้อมูลรวมไปถึงเจพี มอร์แกน และฟิเดลลิตี้ มีประชาชนถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวกว่า 100 ล้านคนในระหว่างปี 2555-2558 เป็นคดีที่อัยการระบุว่า แฮ็กเกอร์มีเป้าหมายแฮ็กเพื่อแสวงผลกำไรจำนวนมาก
ผู้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีคือนายเจอรี ชาลอน อายุ 31 ปี นายซีฟ โอเรนสเตน อายุ 40 ปี ทั้งสองเป็นชาวอิสราเอล ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่อิสราเอล และชายสัญชาติอเมริกันชื่อ โจชัว แซมมัว เอรอน อายุ 30 ปี ที่เชื่อว่าหลบหนีอยู่ในมอสโก โดยมีการฟ้องร้องด้วยความผิด 21 ข้อหา ซึ่งรวมถึงการแฮ็กข้อมูลคอมพิวเตอร์ และขโมยข้อมูลบุคคล
ทั้งสามคนถูกกล่าวหาว่าปั่นราคาหุ้นโดยขายหุ้นของบริษัทต่างๆ ให้บุคคลที่พวกเขาได้ขโมยข้อมูลสำหรับการติดต่อไปก่อนหน้านั้น จากนั้นพวกเขาก็ทุ่มขายหุ้นของตัวเอง เป็นเหตุให้หุ้นราคาตก ทั้งสามยังถูกฟ้องร้องว่าดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกระบวนการชำระเงินอย่างผิดกฎหมายซึ่งทำให้พวกเขาได้เงินจากการนี้ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ทั้งนี้ ทนายของทั้ง 3 คนยังไม่ได้ให้ความเห็น
ในการแถลงข่าว อัยการพรีท ภารารา เรียกคดีนี้ว่า “การฉ้อฉลทางความมั่นคงต่อไซเบอร์สเตียรอยด์" โดยระบุว่าคดีนี้แสดงให้เห็นถึงการแฮ็กรูปแแบบใหม่เพื่อผลกำไรที่ทำกันเป็นกลุ่มก้อน ไม่ใช่การแฮ็กเพื่อให้ได้เงินง่ายๆ เพียงเท่านั้น
ทีมอัยการเปิดเผยเทคนิคการแฮ็กของบุคคลกลุ่มนี้ว่า พวกเขามักใช้บัญชีที่ถูกต้องตามกฎหมายของนายโจชัว เอรอน เหมือนกับลูกค้าปกติทั่วไป เพื่อเปิดทางให้แฮ็กเกอร์เข้าถึงเครือข่ายและระบบต่างๆ ที่เก็บข้อมูลผู้เล่นหุ้นรายอื่นไว้
พวกเขาขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนมากกว่า 100 ล้านคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดบัญชีธนาคารของบุคคล
พนักงานสอบสวนระบุว่าแฮ็กเกอร์ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการส่งข่าวสารไปทางอีเมล กระตุ้นให้มีการซื้อหุ้นบางตัวที่พวกเขาซื้อมาถูก เมื่อราคาพุ่งขึ้น พวกเขาจะปล่อยขายหุ้นตัวนั้นออกมาเพื่อทำกำไร



