
พบช่องโหว่บริจาคเลือดอื้อจี้รัฐยกเครื่องทั้งประเทศ
คลังเลือดโรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่ จี้รัฐบาลยกเครื่องระบบการบริจาคเลือดทั่วประเทศนำร่องหลังเด็ก 4 ขวบติดเชื้อเอดส์ เชื่อทุกโรงพยาบาลสุ่มเสี่ยงรับบริจาคเลือดติดเชื้อ เหตุเครื่องมือแพทย์ล้าสมัย พร้อมจี้ต่อมสำนึกผู้บริจาคเลือดกรอกประวัติตามจริง สธ.รับผิดทำเด็ก 4
ผศ.พญ.จารุพร พรหมวงศ์ หัวหน้าหน่วยคลังเลือดและเวชศาสตร์บริการโลหิต โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า กรณีเด็ก 4 ขวบติดเชื้อ HIV จากการให้เลือดของโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ซึ่งเป็นเลือดที่ได้รับจากการขอบริจาค โดยประเด็นนี้หากจะมีการตรวจสอบว่าเป็นเลือดที่มาจากแหล่งใดนั้นสามารถทำได้ เนื่องจากเลือดที่มาจากสภากาดชาดไทยและที่คลังเลือดที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์จะมีประวัติคร่าวๆของผู้ให้บริจาคไว้ทุกรายนานกว่า 5ปี
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากกระบวนการตรวจเชื้อ หรือ ตรวจเลือดก่อนการบริจาคเท่านั้น เพราะด้วยกระบวนการตรวจสอบที่เป็นมาตรฐานสากลที่โรงพยาบาลทุกแห่งปฎิบัตินั้นไม่สามารถยืนยันผลตรวจเลือดได้ 100% แม้กระทั่งที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ที่มีเครืองมือแพทย์ที่ทันสมัยใช้ในการตรวจเชื้อที่ดีที่สุดก็ยังไม่สามารถตรวจได้100%
ผศ.พญ.จารุพร กล่าวอีกยอมรับว่า กระบวนการบริจาคเลือดมีช่องโหว่ตรงที่ไม่สามารถตรวจเชื้อได้ 100% ทำให้จำเป็นต้องระวังคัดกรองผู้บริจาคด้วยการให้กรอกรายละเอียดแบบฟอร์มที่กำหนดไว้ แต่ปัญหาที่พบ คือ ผู้บริจาคไม่ตอบตามข้อเท็จจริง เช่น กรณีการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจก่อนการบริจาคเลือด ซึ่งเป็นกรณีกลุ่มเสี่ยงหากแพทย์ทราบล่วงหน้าจะกันตัวไว้ตรวจสอบและชะลอการบริจาคเพื่อความปลอดภัย
"ปัญหาที่เกิดขึ้นจะเป็นกรณีตัวอย่างที่ระดับรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทบทวนกระบวนการและมาตรฐานของการรับบริจาคเลือดใหม่ทั้งระบบไม่ใช่เพียงแค่ให้โรงพยาบาลนั้นๆแก้ไขปัญหาเท่านั้น เพราะทุกโรงพยาบาลมีความเสี่ยงกรณีเลือดติดเชื้อทั้งสิ้น เนื่องจากไม่สามารถตรวจได้ 100% ขณะเดียวกันหากรัฐต้องการทำให้มีประสิทธิภาพ100% ก็สามารถทำได้แต่รัฐบาลต้องใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนการซื้อเครื่องแพทย์ที่ทันสมัย"ผศ.พญ.จารุพร กล่าว
หัวหน้าหน่วยคลังเลือดและเวชศาสตร์บริการโลหิตฯ กล่าอวีกว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการป้องกันเบื้องต้นนั้น จะเน้นการขอความร่วมมือผู้บริจาคเลือดให้กรอกประวัติตามข้อเท็จจริง และร่วมรณรงค์ให้ผู้บริจาคเลือดมีจิตสำนึกในการเข้าถึงการบริจาคเลือดที่แท้จริง ซึ่งต้องมั่นใจว่าเลือดของตัวเองนั้นปลอดภัยก่อนมอบให้กับคนอื่น
สธ.รับผิดทำเด็ก4ขวบติดเชื้อเอดส์พร้อมรับผิดชอบ
นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีเด็กอายุ 4 ปี ติดเชื้อเอชไอวีจากการรับเลือดที่โรงพยาบาลยะลา ว่า เรื่องนี้เกิดจากโรงพยาบาลก็ถือว่าเป็นความบกพร่อง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ และขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าไปเจราจาไกล่เกลี่ยกับผู้ที่เสียหายแล้ว และจะพิจารณาว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลืออย่างไรได้อีก อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเด็กก็จะได้รับสิทธิ์ในการรักษาฟรีตลอดชีวิตอยู่แล้ว แต่ก็ควรได้มากกว่านี้อีก
ด้าน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธีสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข และ นพ.รณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ลงไปดูแลในเรื่องนี้ และตรวจสอบข้อเท็จจริง เชื่อว่าไม่เกิน 10 วัน และเท่าที่ทราบขณะนี้ นพ.กุลเดช เตชะนภารักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยะลา ได้บรรเทาและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว และจะรับผิดชอบโดยรับดูแลรักษาฟรีไปตลอดชีวิต
ทั้งนี้เด็กคนดังกล่าว เป็นเด็กแฝด ซึ่งคลอดที่โรงพยาบาลแห่งนี้ มีน้ำหนักแรกคลอดน้อยมาก เพียงแค่ 1,350 กรัมเท่านั้น ในขณะที่เด็กปกติทั่วไปจะมีน้ำหนัก 3,000 กรัมขึ้นไป ทำให้เด็กต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องจากการอาการป่วยประจำ เพราะเป็นโรคหอบหืด ปอดไม่แข็งแรง และในบางครั้งยังต้องได้รับเลือดเพื่อเป็นการช่วยชีวิต
นพ.ปราชญ์ กล่าวต่อว่า ในระบบการกรองเลือดนั้น ปกติเรามีระบบควบคุมและดูแลความสะอาดของเลือดตอลด โดยเฉพาะในการคัดกรองผู้บริจาค ซึ่งในระบบห้องปฏิบัติการก็จะมีการตรวจสอบจนมั่นใจ แต่ก็ไม่รู้ว่ากรณีที่เกิดขึ้นจนทำให้เด็กติดเอชไอวีนั้นเกิดจากจุดใด จึงต้องให้มีการตรวจสอบโดยเร็ว ทั้งนี้ยืนยันว่าการรับและให้เลือดเป็นไปตามหลักสากล ซึ่งทางกระทรวงก็พยาบาลดูแลมาตลอด



