ไลฟ์สไตล์

ร่วงอีก1ติดหวัด2009ชายวัย30ปีที่ฉะเชิงเทรา

ร่วงอีก1ติดหวัด2009ชายวัย30ปีที่ฉะเชิงเทรา

24 ก.ค. 2552

ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 3 ลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เสียชีวิตไปแล้ว 1 คน พร้อมสั่งโรงพยาบาลทุกแห่งเตรียมความพร้อมทั้งด้านยา เวชภัณฑ์และบุคลากร รวมทั้งซ้อมแผนรับมือหวั่นระบาดลุกลาม “วิทยา”แนะสวมหน้ากากร

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 24 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นายแพทย์ทวีเกียรติ บุญยไพศาล ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 3 ได้เดินทางไปตรวจติดตามความคืบหน้าการเฝ้าระวังและร่วมกันวางมาตรการ หลังมีผู้ป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เสียชีวิตลงหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบางปะกงพียง 1 วัน

 โดยเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนายแพทย์อภิชาต รอดสมสาธารณะสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา นายแพทย์สรลักษณ์ มิ่งไธสงค์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว นายธีระ พรชูตรง ป้องกันจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมทั้งแพทย์อายุรกรรม พยาบาล โดยสั่งให้มีการเตรียมความพร้อมให้รอบด้าน ทั้งยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การรักษา และแพทย์เฉพาะทาง พร้อมสั่งให้มีการซ้อมแผนรับมือไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่อาจจะระบาดลุกลาม

 ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 3 กล่าวภายหลังการเยี่ยมชมการฝึกซ้อมรับมือการแพร่ระบาดว่า เขต 3 มี 5 จังหวัด สมุทรปราการมีสถิติสูงสุด 400 ราย รองลงมาคือ นครนายก ฉะเชิงเทราเป็นอันดับที่ 3 ปราจีนบุรี ที่ 4 และสระแก้ว มี 17 ราย

 ส่วนของฉะเชิงเทรา มีผู้ป่วย 61 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย ที่โรงพยาบาลบางปะกง เป็นชายพิการมาแต่กำเนิดอายุประมาณ 30 ปี มาตรการของจังหวัดฯ การไม่ให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ได้มีการเฝ้าระวัง ให้มีการรักษาพยาบาลที่เข้มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหญิงมีครรภ์ กลุ่มโรคอ้วน เรื้อรัง คนแก่คนชรา พิจารณาการจ่ายยาต้านไวรัสให้ก่อน รวมทั้งมีการซ้อมแผนการะบาดไข้หวัดใหญ่รุนแรง รวมไปถึงไข้หวัดนกด้วย

 ก่อนหน้าเมื่อวานนี้ นายแพทย์อภิชาต รอดสม สาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ฉะเชิงเทรา มีผู้ป่วยติดเชื้อ 55 ราย ติดตามตัวเพื่อรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยเฝ้าระวังอีก 2 ราย ไม่มีจำนวนผู้เสียชีวิต

สธ.เตรียมพิจารณาคลินิกจ่ายยาโอเซลทามีเวียร์

 เมื่อเวลา 10.00 น. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ประชุมร่วมกับแกนนำอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) แต่ละภาค นำโดย นายไพฑูรย์ วงศ์อารักษ์ ประธาน อสม.ภาคกลางเพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และร่วมแถลงข่าว “ พลัง อสม.ต้านภัยไข้หวัดใหญ่ 2009”
 
 นายวิทยา กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดหวัด 2009 อยู่ในขั้นการแพร่ระบาดทั่วประเทศ ซึ่งนักวิชาการคาดการณ์ว่าในเดือนสิงหาคมนี้เชื้อจะแพร่กระจายสู่ชนบท ดังนั้นในวันนี้จึงได้หารือกับตัวแทน อสม. ทุกภาค เพื่อประเมินการทำงานตลอด 3 เดือนที่มีการแพร่ระบาดของโรคที่ผ่านมา และให้ อสม.รวมพลังทั่วประเทศทำหน้าที่เป็นวัคซีนด่านแรกให้กับประชาชน ออกเยี่ยมบ้านเพื่อให้คำแนะนำป้องกันโรคและค้นหาผู้ป่วยในหมู่บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะโรครุนแรงที่มีอาการคล้ายไข้หวัด และจะเริ่มปฏิบัติการในวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. นี้ หากทำได้จะลดการแพร่ระบาดและการสูญเสียจากโรคหวัด 2009 ได้
 
 “อสม. ทุกคนมีความพร้อมที่จะเป็นวัคซีนหวัด 2009 ซึ่งวัคซีนนี้เป็นการให้ความรู้แนะนำป้องตนเอง ก่อนที่วัคซีนจริงๆ ที่มนุษย์ทำการวิจัยจะนำมาใช้ในปลายปีนี้   และในวันพุธที่ 29 ก.ค. จะนัดประธาน อสม. และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) มารวมประชุมเพื่อตรวจสอบความพร้อมในการเดินหน้ามาตรานี้ก่อน ” รมว.สาธารณสุข กล่าว
 
 นายวิทยา กล่าวว่า ส่วนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การออกทำหน้าที่ของ อสม. ในการคัดกรองผู้ป่วยโรคหวัด 2009 ไม่เป็นปัญหา เพราะสาธารณสุขเป็นหน่วยงานที่ที่ทำงานในพื้นที่โดยไม่มีปัญหาใดๆ เนื่องจากเป็นหน่วยงานรักษาพยาบาลดูแลประชาชน และตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบมีเพียงเหตุการณ์เดียวที่สถานีอนามัยในพื้นที่ถูกเผา แต่หลังจาก็ไม่มีเหตุการณ์ใดตามมาอีก เนื่องจากทราบแล้วว่า ผลกระทบจะเกิดกับในพื้นที่เอง และขณะนี้เจ้าหน้าสามารถปฏิบัติการได้ดี นอกจากนี้ อสม.ที่ทำงานก็เป็นคนในพื้นที่เอง
 
 นายวิทยา กล่าวว่า ส่วนที่จังหวัดราชบุรีมีผู้เสียชีวิตจากโรคหวัด 2009 มากเป็นอันดับ 1 หนึ่งนั้น ตนขอให้ ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ลงไปดูปัญหาในพื้นที่และให้ความรู้กับแพทย์ที่ทำงานในพื้นที่ และให้ นพ.ปราชญ์ ลงไปดูแลด้วย ทั้งนี้เท่าที่ทราบสาเหตุเกิดจากผู้ป่วยได้รับยาโอเซลทามีเวียร์ช้า ส่วนหนึ่งไปรับการรักษาที่คลินิกและซื้อยากินเอง ทำให้เมื่อมาถึงโรงพยาบาล จึงให้การรักษาไม่ทัน อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ทางกรมควบคุมโรคไปดูแนวทางเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาอย่างรวดเร็ว กำชับกับแพทย์คลินิกและร้านยาว่า หากมีผู้ป่วยเข้าจ่ายเป็นโรคไข้หวัดควรส่งต่อไปรักษาโรงพยาบาลทันที
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการทบทวนให้คลินิกสามารถสั่งจ่ายยาโอเซลทามีเวียร์ได้หรือไม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับยาเร็วขึ้น นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของนักวิชาการ โดยให้คณะทำงานฝ่ายวิชาการที่มี ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นผู้พิจารณาว่าควรดำเนินการอย่างไร
 
 ส่วนกรณีที่ ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการทีดีอาร์ไอ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ที่ผ่านมาการให้ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนมากเกินไปนั้น นายวิทยา กล่าวว่า ขอรับคำแนะนำไว้และจะนำมาปรับปรุง ส่วนที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำงานในเรื่องหวัด 2009 อย่างต่อเนื่องนั้น ก็จะพยายามปรับปรุงเพื่อลดความสับสน แต่ทั้งนี้หากไม่ให้ข้อมูลก็ถูกกล่าวหาว่าปกปิด แต่พอให้ข้อมูลก็ถูกว่าสร้างตื่นตระหนก อย่างไรก็ตามก็จะแก้ไขปัญหานี้โดยจะให้มีตัวแทนกระทรวงเพียงคนเดียวในการให้ข้อมูลเพื่อลดความสับสน แต่ยอมรับว่าประเทศไทยไม่ได้มีแค่หมอในกระทรวงเท่านั้น ที่ผ่านมาก็มีหมอจากสถาบันต่างๆ ออกมาให้ความเห็นที่แตกต่างจากกระทรวง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่บางครั้งก็สร้างความสับสนให้กับประชาชน
 
 ต่อซักถามว่า กรณีที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะทำงานของ สสส. โดยให้ นพ.มงคล ณ สงขลา อดีต รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน แสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมา การทำงานขอกระทรวงบกพร่องใช่หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นที่กังวลของหลายฝ่าย รวมถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะช่วยรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชน ไม่เพียงแต่ สสส.เท่านั้น แต่ขณะนี้ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสื่อมวลชนก็ช่วยกัน
 
 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการจัดทำน้ำมนต์ป้องกันหวัด 2009 เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนนั้น นายวิทยา กล่าวว่า น้ำมนต์ถือเป็นขวัญกำลังใจให้กับประชาชน ไม่ใช่เรื่องแปลก และเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน แต่แนะนำว่าเมื่อป่วยเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ และต้องอยู่บ้าน หากรู้สึกมีโรคประจำตัวก็ต้องไปหาหมอ แต่ทั้งนี้ก็ควรระมัดระวังเรื่องความสะอาดด้วย
 
 ส่วนกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงเตรียมจัดงานแซยิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. ซึ่งจะมีคนชุมนุมจำนวนมาก อาจทำเกิดการแพร่ระบาดของโรคหวัด 2009 มากขึ้นนั้น นายวิทยา กล่าวว่า หากใครป่วยก็ไม่ควรไปร่วมชุมนุม ถึงจะรักมากแค่ไหนก็ควรอยู่บ้าน แต่หากห้ามใจไม่ไหวก็ให้สวมหน้ากากอนามัยมาร่วมชุมนุม แต่หากเป็นไปได้ ไม่ควรเข้าร่วมชุมนุมดีที่ดี
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่มีข่าวเสนอว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมให้ข้อมูลโรคหวัด 2009 ผ่านทางเว็บไซด์ Facebook และ Twitter นั้น นายวิทยา กล่าวว่า ตนคงไม่ต้องเข้าไปดู หากออกมาเมื่อไหร่ สื่อคงมีการนำเสนอมาเอง ทั้งนี้การออกมาให้คำแนะนำโรคหวัด 2009 นั้น เห็นว่า อาจเป็นความตั้งใจดี แต่ต้องอยู่ในกรอบ เพราะเรื่องนี้มากหมอมากความ หากแนะนำก็ดี แต่ต้องเป็นไปในทางวิชาการ จึงควรระมัดระวัง ต่อซักถามว่า ที่ผ่านมามีความพยายามในการดึงเรื่องโรคหวัด 2009 เป็นการเมืองอย่างต่อเนื่อง นายวิทยา กล่าวว่า หวัด 2009 ให้ฝ่ายวิชาการดูแล แต่หากเป็นการเมืองต้องกับตน
 
 ด้าน นายวิเชียร สุนทรารักษ์ ประธานชมรม อสม. กทม. กล่าวว่า การรณรงค์ของ อสม. ใน กทม. มีความยากกว่าในพื้นที่ต่างจังหวัด เพราะขาดความร่วมมือจากประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีฐานะดี ในหมู่บ้านจัดสรร จะไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ แต่จะทำได้เฉพาะในกลุ่มคนระดับล่างที่ให้ความร่วมมืออย่างดี

"วิทยา”สั่ง สปสช.กำชับ รพ.เอกชน ให้ยาต้านไวรัสหวัด

 ที่บริเวณริมเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี เช้าวันที่ 24 ก.ค. นายวิทยา  เปิดรณรงค์และปล่อยคาราวานป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ออกให้ความรู้ แจกหน้ากากอนามัย เจลล้างมือฆาเชื้อโรคแก่ประชาชน และให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีพ่อของอดีตดาราไฟว์สตาร์ เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009  และได้มีการร้องเรียนว่า ใช้สิทธิบัตรทองที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง แต่ได้รับยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ช้าทำให้บิดาเสียชีวิตว่า เมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้พูดคุยกับและกำชับ นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ในเรื่องการให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขได้วางแนวทางในการให้ยาแล้ว โดย นพ.วินัย รับจะไปประสาน รพ.รัฐและเอกชนทั้งหมดที่รับผู้ประกันตนผู้ป่วยบัตรทอง นอกจากนี้ได้ฝากให้ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปประสานกับ รพ.เอกชนอีกครั้งเพื่อขอความร่วมมือในการการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างดีที่สุด

ภูเก็ตเตรียมทอดผ้าป่าหน้ากากอนามัยพระ

 เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 24 กรกฎาคม 2552 ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นายวรพจน์ รัฐสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม War room การป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพื่อสรุปสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยมี นพ.พงษ์สวัสดิ์ รัตนแสง สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ประชาสัมพันธ์จังหวัด สาธารณสุขอำเภอ ผู้แทนจากโรงพยาบาลของรัฐ เอกชน สถานีอนามัย ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศท่าอากาศยานภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

 นพ.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ของจังหวัดภูเก็ตว่า มีรายงานผู้ป่วยยืนยันสะสมจนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม จำนวน 158 ราย มีอาการดีขึ้นและหายเป็นปกติแล้ว 157 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยมีอายุต่ำสุด 9 เดือน และอายุสูงสุด 75 ปี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษา และเริ่มแพร่กระจายสู่คนในครอบครัว ตลอดจนสถานที่ทำงานมากขึ้น พื้นที่ซึ่งมีผู้ป่วยมากที่สุด ในเขตอำเภอเมือง จำนวน 98 ราย อำเภอกะทู้จำนวน 29 ราย อำเภอถลางจำนวน 14 ราย ผู้ป่วยติดเชื้อจากต่างจังหวัด จำนวน 12 ราย และนักท่องเที่ยว 5 ราย

 “ ทางจังหวัดภูเก็ตจะเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจคัดกรองผู้ป่วย โดยเฉพาะในในสถานศึกษา โรงเรียนกวดวิชา ร้านอินเตอร์เน็ต สถานประกอบการการ ตลอดจนเรือนจำและวัด ซึ่งในวันที่ 30 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ได้กำหนดที่จะจัดให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์จัดผ้าป่าหน้ากากอนามัย ถวายพระภิกษุสงฆ์ ณ วัดท่าเรือ ”

 นพ.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวด้วยว่า ในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่คนในครอบครัวและสถานที่ทำงาน ที่สำคัญ คือ ให้ผู้ป่วยพักรักษาตัวที่บ้าน แยกผู้ป่วยไม่ปะปนกับผู้อื่น ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลต้องใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ ส่วนคนอยู่ร่วมบ้านที่มีโรคประจำตัวต้องหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดผู้ป่วยเป็นเวลา 7 วัน ส่วนมาตรการรักษาผู้ป่วย ขณะนี้ทางจังหวัดภูเก็ต ได้สำรองยาอย่างเพียงพอทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้ป่วยอาการน้อยใช้รักษาตามอาการ ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและมีโรคประจำตัว รวมถึงผู้ที่ตั้งครรภ์ โรคอ้วน และเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ หรืออายุมากกว่า 65 ปี ซึ่งหลังติดเชื้อมีโอกาสรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป มุ่งเน้นการให้การรักษาเร็ว โดยการได้ให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ไม่ต้องรอผลแล็ป

 ด้านนายวรพจน์ กล่าวย้ำว่าในส่วนของภาคประชาชนนั้นสามารถที่จะป้องกันโรคได้ด้วยตัวเอง โดยหมั่นล้างมือ ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม ผู้ป่วยมีอาการควรใส่หน้ากากอนามัยตั้งแต่เริ่มมีอาการไข้หวัด รวมทั้งร่วมกันทำความสะอาดเป็นพิเศษตามจุดที่มีการแพร่กระจายเชื้อได้ง่าย เช่น ลูกบิดประตู ปุ่มลิฟต์ ราวบันได โทรศัพท์สาธารณะ เป็นต้น นอกจากนั้นสถานที่ที่ซึ่งอากาศถ่ายเทไม่ดีและมีผู้คนจำนวนมาก เช่น ร้านอินเตอร์เน็ต ผับ เป็นต้น จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องดูดอากาศก็จะช่วยชะลอการแพร่เชื้อได้ดีที่สุด

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ทางตัวแทนของโรงพยาบาลเอกชนได้รายงานตัวเลขของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลว่าขณะนี้ลดน้อยลง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มาขอรับการตรวจหาเชื้อก็ลดน้อยลงเช่นกัน เนื่องจากเริ่มที่จะมีความรู้ความเข้าใจที่ดีมากขึ้น