
สตรีนักวิจัยเพื่อไทยเพื่อสังคมโลก
16 พ.ย. 2558
สตรีนักวิจัยเพื่อไทยเพื่อสังคมโลก : ไลฟ์สไตล์
ลีดสตรี/16 พ.ย.
ผลการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไม่เพียงก่อเกิดองค์ความรู้ แต่ยังสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่สิ่งใหม่ที่ยังประโยชน์แก่มวลมนุษย์ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในกลุ่มสตรีนักวิจัยที่ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด จับมือองค์การยูเนสโก ให้การสนับสนุนผ่านทุนโครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ปีนี้มีนักวิจัยสตรีไทยได้รับทุนจำนวน 6 คนจากสาขาต่างๆ โดยจัดแถลงข่าวพร้อมพูดคุยถึงแนวคิดการทำวิจัยที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน
ทุนวิจัยลอรีอัลเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ริเริ่มปี 2540 เพื่อเชิดชูเกียรติและยกย่องบทบาทสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์ โดยมีีนักวิจัยสตรีจาก 110 ประเทศได้รับทุนไปแล้วกว่า 2,000 คน หลายคนได้รับรางวัลโนเบล สำหรับประเทศไทยเริ่มให้ทุนเมื่อปี 2545 เน้นนักวิจัยสตรีอายุ 25-40 ปีทำวิจัยใน 3 สาขา ได้แก่วิทยาศาสตร์ชีวภาพ, วัสดุศาสตร์ และวิทยาศาสตร์เคมี ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันในการสร้างแรงบันดาลใจการเรียนวิทยาศาสตร์เพื่อการค้นคว้านวัตกรรมใหม่ๆ อันมีคุณค่าต่อประเทศไทยและมวลมนุษยชาติต่อไป
สำหรับความพิเศษของปีนี้คือการมอบทุนจากสาขาละ 1 คนเพิ่มเป็น 2 คน เริ่มจากสาขาวัสดุศาสตร์ ได้แก่ รศ.ดร.ศิริลักษณ์ พุ่มประดับ จากภาควิชาเคมีเทคนิค คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงานวิจัยหัวข้อ กระบวนการพัฒนาและปรับปรุงสมบัติของผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติให้สามารถตอบสนองต่อการใช้งานในอุตสาหกรรมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่นำกระดองปลาหมึกมาใช้เป็นสารเสริมแรงชนิดใหม่สำหรับยางธรรมชาติ ช่วยเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือใช้จากภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเล ทั้งยังสามารถเพิ่มข้อได้เปรียบในด้านการแข่งขันทางราคา คุณภาพของผลิตภัณฑ์ยางพารา ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ และก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์อย่างยั่งยืน และ รศ.ดร.ศิวพร มีจู สมิธ จากหน่วยวิจัยพลังงานยั่งยืนและวัสดุสีเขียว ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล วิจัยหัวข้อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อม
สาขาวิทยาศาสตร์เคมี ได้แก่ ผศ.ดร.ดรุณี สู้รักรัมย์ จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล ทำวิจัยเรื่องการสังเคราะห์สารประเภทเซโคลิกแนนที่สกัดได้จากพืชสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ โดยบอกว่าข้อมูลโครงสร้างสามมิติของสารอินทรีย์บริสุทธิ์ที่สกัดได้จาก รา พืช และสมุนไพรนั้นมีความสำคัญมากต่องานวิจัยด้านเคมีเภสัชที่จะนำไปใช้หรือพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ จริงๆ แล้วงานวิจัยที่ทำอยู่นี้เป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่คนจะมองเห็นแล้วเกิดการต่อยอดเป็นภาพใหญ่ เช่นเดียวกัย ผศ.ดร.ภัทรพร คิม จากภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเดียวกัน ทำวิจัยหัวข้อ การผลิตก๊าซธรรมชาติสังเคราะห์จากไอน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยเซลล์อิเล็กโตรไลซิสแบบออกไซด์ของแข็ง
และสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ได้แก่ รศ.ดร.เพญจมาส เชียรศิลป์ ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพอุตสาหกรรม คณะอุตสาหกรรมเกษตร ม.สงขลานครินทร์ กับผลงานการคัดแยกและคัดเลือกเชื้อราไขมันสูงเพื่อประยุกต์ใช้ในการเปลี่ยนแปลงวัสดุเศษเหลือลิกโนเซลลูโลสโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มให้เป็นน้ำมันสำหรับผลิตไบโอดีเซล ขณะที่ ผศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น วิจัยเรื่องการค้นหาตัวบ่งชี้ชีวภาพในเลือดและปัสสาวะเพื่อใช้ในการคัดกรองและเฝ้าระวังกลุ่มเสียงมะเร็งท่อน้ำดี
“ดีใจมากกับรางวัลนี้ 10 ปีที่อยู่กับเรื่องนี้ตอนแรกแค่อยากให้ผลงานวิจัยได้ตีพิมพ์ในวารสาร แต่ตอนนี้ไม่คิดแค่นั้นแล้วอยากแก้ปัญหาสิ่งที่เกิิดขึ้นจริงจัง โดยคิดเสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่ชาวบ้านได้อะไร ในอนาคตอยากเห็นโรคพยาธิใบไม้ตับที่อยู่กับเมืองไทยมา 100 กว่าปีแล้วหมดไป แต่ตัวเองคนเดียวคงแก้ไม่ได้ ที่ ม.ขอนแก่น เราทำงานเป็นทีม พยายามสร้างโมเดลเพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง ขณะที่ตัวเองก็ออกทำงานภาคสนามทุกอาทิตย์ อยากให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้” อ.วัชรินทร์ กล่าว



