
ลิ้มรสมิชลินสตาร์ราคาหลักร้อย
15 พ.ย. 2558
ชวนชิม : ลิ้มรสมิชลินสตาร์ราคาหลักร้อย
ประเทศไทยไม่ได้ขึ้นชื่อแค่เป็นสยามเมืองยิ้ม แต่ยังเป็นดินแดนที่มีอาหารอร่อยทั้งในแบบพื้นบ้านและจากนานาประเทศที่พร้อมเข้ามาเผยแพร่ความอร่อยเฉพาะตัวให้คนไทยได้ลิ้มลอง เฉกเช่นความสนุกสนานของเทศกาลอาหาร “มาเช่ เดอ ควอเทียร์” ใจกลางกรุงเทพฯ ที่รวบรวมความสุข ความสนุกของอาหาร และงานปาร์ตี้ระดับพรีเมียมมาไว้ด้วยกัน ไฮไลท์สำคัญคือการนำเชฟอาหารระดับมิชลินสตาร์มาปรุงเมนูพิเศษให้ได้ลิ้มลองในรูปแบบกึ่งสตรีทฟู้ด สามารถสั่งและรับประทานในบรรยากาศปาร์ตี้สนุกสนาน พร้อมเสียงเพลงจากวงดนตรีชั้นนำ พลิกโฉมอาหารมิชลินสตาร์ให้อยู่นอกห้องอาหารหรูหราในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 300 บาทเท่านั้น
ส่วนเมนูอาหารหรูที่จะนำมาเสิร์ฟให้ขาช็อปขาชิมทานกันในวันงานจะมีอะไรบ้างนั้น เชฟแฮงค์ ชาเวลเบิร์ก จากร้านซาเวลเบิร์ก ไทยแลนด์ นักปรุงอาหารชาวดัตช์ฝีมืออันดับต้นๆ ของยุโรป ที่ได้รับดาวมิชลินจากร้านอาหารถึงสี่ร้านจากทั่วประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้เชิญชวนเหล่าแฟนคลับร้านอร่อยมาลิ้มลองล่วงหน้าอย่างเป็นกันเองเมื่อวันก่อน ชูโรงด้วย หอยนางรมไอซ์แลนด์ สายพันธุ์มาเจสติกรมควัน เสิร์ฟพร้อมซอสแกงเขียวหวาน และซอสพอนซึ เกล็ดน้ำแข็ง ผสมผสานรสชาติหลายสัญชาติเพื่อดึงและเสริมรสธรรมชาติหอยนางรมให้โดดเด่น ตักกินหรือยกซดได้ทั้งความรู้สึกร้อน เย็น นุ่ม กรอบ สัมผัสสู่ลิ้นในคำเดียว ถ้าเดินในงานแล้วเจอลูกอมลูกใหญ่อยู่ในร้านนี้อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นขนมหวานเชียว เพราะที่จริงแล้วคือ ลอลลี่ป๊อป ฟัวกราส์ สอดไส้พีช เคลือบไวท์ ช็อกโกแลต โรยด้วยถั่วพิตาชิโอ เมนู 5 ดาวในรูปแบบน่ารักๆ นำเนื้อตับห่านมาปั่นเป็นลูกกลม ชุบด้วยไวท์ช็อกโกแลตรสไม่หวานมากเพิ่มความหอมมันลิ้นให้ฟัวกราส์ด้านใน มีถั่วเพิ่มเนื้อสัมผัสกรุบกรอบไม่เละเลี่ยน อีกเมนูที่เชฟบอกว่าต้องเสิร์ฟคือ สแกมปี้ (กุ้ง) กับสลัดมะเขือเทศ สูตรดั้งเดิมของร้าน นำกุ้งจากสเปนมาปรุงสุกด้วยเตาถ่านชนิดพิเศษ ให้มีกลิ่นหอม เนื้อแน่นชุ่มฉ่ำ ทานคู่กับสลัดมะเขือเทศเปรี้ยวอมหวานเข้ากับเนื้อกุ้งได้ลงตัว เป็นเมนูที่ทานง่ายเน้นรสชาติวัตถุดิบมากกว่าเครื่องปรุงรส
ปิดท้ายของหวานด้วย โฮมเมดโยเกิร์ต และซอสคาราเมล ราดด้วยเกล็ดน้ำแข็งผลไม้สีเหลืองจากมะม่วง เสาวรส และส้ม วิธีการกินให้คลุกเกล็ดน้ำแข็งและไอศกรีีมรวมกันเล็กน้อยจนเป็นเนื้อเย็นสีเหลืองตักกินรสชาติเปรี้ยวหวานชื่นใจ และเย็นฉ่ำทุกสัมผัสเหมาะกับกินเล่นในวันร้อนๆ พาชื่นใจได้ดีเยี่ยม
นอกจากนี้งาน มาเช่ เดอ ควอเทียร์ ยังได้เชิญชวน เชฟมาสะคาซุ อิชิบาชิ จากร้านดัง กินซ่า ซูชิ อิชิ มาร่วมทำเมนูพิเศษ อาทิ สเปเชียลซูชิ 3 หน้า ประกอบด้วย ปลาทูน่า หอยเม่น และปลาเนื้อขาวตามฤดูกาล และเมนู ข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอน และไข่หอยเม่น สดๆ ให้ซื้อกลับบ้านได้พร้อมรับประทานในครอบครัว ยังมี เชฟวอลเทอร์ พาสเซอร์รี่ ที่บินตรงมาพร้อมกับวัตถุดิบที่ส่งตรงมาจากอิตาลีโดยเฉพาะ ทั้ง แป้งชนิดพิเศษที่เป็นอาหารพื้นเมืองของแคว้นอุมเบรียในอิตาลี กินคู่กับแฮม และชีส, ไข่คนผสมเห็ดทรัฟเฟิลสีดำจากแคว้นอุมเบรีย, เส้นพาสต้ากับซอสเห็ดทรัฟเฟิล, เนื้อไก่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศ และซอสมะเขือเทศ, ครีมหวานเสิร์ฟพร้อมแป้งชนิดพิเศษ พร้อมน้ำผึ้ง และครีมรสเฮเซลนัท พร้อมให้ลิ้มลองไม่อั้นแบบไม่ต้องบินตรงไปถึงอิตาลี ภายในงานยังมีร้านอาหารชื่อดัง อาหารไทย และร้านนานาชาติ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ฟู้ดบาซาร์” จำนวน 16 ร้านดังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดอาหารในประเทศอังกฤษ ที่พร้อมเสิร์ฟอาหารคาว, หวาน, เบเกอรี่, ชา, กาแฟ, น้ำผลไม้สกัดเย็น ฯลฯ อาทิ Bao and Buns ร้านเบอร์เกอร์สไตล์ไต้หวัน, Cedar ร้านอาหารเลบานอนรสชาติแบบโฮมเมด, Ippudo ร้านราเมงจากเมืองฮากาตะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งราเมง, ครั้งแรกกับพิซซ่าสไตล์นาโปลีที่นำเข้าแป้งพิซซ่ามาจากอิตาลี และสีสันการยกรถทรัคมาจำหน่ายพิซซ่าแบบอบร้อนๆ จากเตา Peppina Nepolitan pizza, Deutsches Eck ร้านอาหารเยอรมันแบบดั้งเดิม ที่เสิร์ฟอาหารเยอรมันต้นตำรับ, Mrs.Balbir’s ร้านอาหารอินเดียที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก, ร้านพอฎี (Por dee) อาหารโฮมเมดที่มีชื่อเสียงด้านซอสปรุงรสชนิดต่างๆ โดยเฉพาะซอสที่เอาไว้สำหรับหมักเนื้อหมู ไปจนถึง ร้านผัดไทยแม่ประยูร ผัดไทยขวัญใจคนไทยที่จะนำเส้นจันท์จากข้าวไรซ์เบอร์รี่ คงความเหนียวนุ่ม ผัดด้วยน้ำมันเมล็ดชา ปรุงด้วยรสชาติแบบไทยๆ มาให้ลองชิมรส 5 ดาวไทยแท้
ส่วนคนทำอาหารพลาดไม่ได้กับโซนกูร์เม่ต์ เฟสตา ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากกูร์เมต์ มาร์เก็ต มาสร้างสรรค์เป็นเมนูต่างๆ มากมาย เตรียมถุงผ้าและท้องว่างๆ ไปให้พร้อมช็อป ชิม เมนูรสเลิศได้พร้อมเปิดให้คนรักรสอร่อยมารวมตัวกันลิ้มลอง บริเวณควอเทียร์ อเวนิว ดิ เอ็มควอเทียร์ ระหว่างวันที่ 19-22 พฤศจิกายนนี้



