ไลฟ์สไตล์

ตามสภาวิจัยตะลุย 'เมืองน่าน' ติวเข้มชาวบ้านปราบศัตรูชาเมี่ยง

ตามสภาวิจัยตะลุย 'เมืองน่าน' ติวเข้มชาวบ้านปราบศัตรูชาเมี่ยง

15 พ.ย. 2558

ท่องโลกเกษตร : ตามสภาวิจัยตะลุย 'เมืองน่าน' ติวเข้มชาวบ้านปราบศัตรูชาเมี่ยง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                      จ.น่าน ไม่เพียงเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำของแม่น้ำหลายสาย ทว่ายังเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด ชา กาแฟ หรือแม้กระทั่งไม้ผลเมืองหนาวอย่างลำไยและสตรอเบอร์รี่ที่ว่ากันว่ามีรสชาติดีกว่าในพื้นที่อื่นๆ แต่ที่ผ่านมาการดูแลพืชเศรษฐกิจเหล่านี้ให้เจริญเติบโต ปราศจากโรคและแมลงรบกวนนั้นต้องใช้สารเคมีต่างๆ ในการกำจัด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายทั้งเกษตรกรผู้ใช้และผู้บริโภค ทั้งยังมีปัญหาในเรื่องสารตกค้างในดิน มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวด้วย
 
                      จะเห็นว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยศูนย์ชีวินทรีย์แห่งชาติ ร่วมกับสถาบันการศึกษาในเครือข่าย นำนักวิชาการ ปราชญ์ชาวบ้าน ตลอดจนนักส่งเสริมการเกษตร เข้าไปอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมรณรงค์ให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนความคิดหันมาใช้วิธีการกำจัดศัตรูพืช โรคและแมลงโดยชีววิธีแทนการใช้สารเคมี นอกจากนั้นมีผลดีต่อสุขภาพ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและยังช่วยลดต้นทุนการผลิตอีกด้วย
 
 
ตามสภาวิจัยตะลุย 'เมืองน่าน' ติวเข้มชาวบ้านปราบศัตรูชาเมี่ยง
 
 
                      “ท่องโลกเกษตร” อาทิตย์นี้ ขึ้นเหนือเพื่อไปดูการเพิ่มมูลค่าชาอัสสัม (ชาเมี่ยง) และการบริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี นำโดยรองเลขาธิการรักษาการแทนเลขาธิการ วช. “สุกัญญา ธีระกูรเลิศ” พร้อมด้วยผู้บริหาร นักวิชาการ ปราชญ์ชาวบ้านใน จ.เชียงราย เพื่อนำองค์ความรู้ นวัตกรรมมาถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกชาอัสสัม (ชาเมี่ยง) ในพื้นที่ อ.บ่อเกลือ และใกล้เคียง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาอัสสัมคุณภาพส่งออกของจังหวัด ณ ห้องประชุมศูนย์ภูฟ้าพัฒนา ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน
 
                      น่านช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ลมหนาวโชยมาเป็นระยะๆ ช่วงเช้าปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจุดหมายแรกไปดูการผลิตข้าวปลอดภัยและการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนวิสาหกิจชุมชนป่าคาการเกษตรที่ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา ซึ่งเป็นศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปัจจุบันมี ประภาส อินต๊ะแสน เป็นประธานศูนย์ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจากตัวเมือง ทันทีที่ไปถึงที่ทำการศูนย์ รับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานของศูนย์จากคุณประภาส ก่อนพาเยี่ยมชมตามจุดต่างๆ อาทิแปลงปลูกข้าว เครื่องสีข้าวและขั้นตอนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งที่นี่ได้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อจำหน่ายอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ กข6 กข10 และสันป่าตอง1 โดยมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่มาให้คำปรึกษาแนะ จนสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์มีคุณภาพส่งจำหน่ายให้เกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียง
 
                      เสร็จจากเยี่ยมชมศูนย์ จากนั้นเดินทางไปยังแปลงนาข้าวของ สมเดช มหาวงศ์นันท์ อายุ 54 ปี เกษตรกรสมาชิกในเครือข่ายของศูนย์ใน ต.ท่าวังผา อ.ท่าวังผา ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ แบ่งเป็นปลูกข้าวหอมมะลิ105 จำนวน 3 ไร่ ข้าวเหนียวสันป่าตอง1 จำนวน 4 ไร่ ที่เหลืออีก 1 ไร่ปลูกข้าวก่ำ โดยใช้วิธีนาดำและไม่ใช้ยากำจัดศัตรูพืช แต่จะใช้วิธีแบบชีววิธีแทน ทำให้สามารถลดต้นทุนไปเกือบเท่าตัว ที่สำคัญทำให้สุขภาพของตัวเองดีขึ้นด้วย
 
 
ตามสภาวิจัยตะลุย 'เมืองน่าน' ติวเข้มชาวบ้านปราบศัตรูชาเมี่ยง
 
 
                      จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ต.พญาแก้ว อ.เชียงกลาง เพื่อดูการปลูกลำไยคุณภาพส่งออกของ ปรินทร การัตน์ ซึ่งเป็นเกษตรกรสมาชิกในโครงการเกษตรแปลงใหญ่ของ จ.น่านด้วย โครงการลำไยแปลงใหญ่มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 1,000 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูกลำไยเข้าร่วมกว่า 300 ราย ปัจจุบันมี บุญพร้อม สมศิริิ เกษตรอำเภอเชียงกลาง เป็นผู้จัดการโครงการ 
 
                      หลังจากตระเวนเยี่ยมพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจของ จ.น่าน อย่างข้าวและลำไยแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ขึ้นสู่พื้นที่สูง เพื่อร่วมสัมมนาการเพิ่มมูลค่าชาอัสสัม (ชาเมี่ยง) และการบริหารจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธี ให้แก่ชาวบ้านที่มีอาชีพปลูกชาตามพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ห้องประชุมศูนย์ภูฟ้าพัฒนา ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ ซึ่งเป็นสถานที่ในการอบรมสัมมนา จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชชีวินทรีย์แห่งชาติ ร่วมสถาบันการศึกษาในเครือข่ายเขตภาคเหนือตอนบน
 
                      การอบรมครั้งนี้ นอกจากเน้นภาคทฤษฎีและนำนวัตกรรมที่เป็นผลงานจากการวิจัยมาโชว์ให้เกษตรกรผู้ปลูกชาให้เห็นแล้ว ยังเชิญเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกชาโดยใช้ชีวินทรีย์ในการกำจัดโรคและแมลงที่มาทำลายใบชาอย่าง ร.ต.ท.ศุภชัย โพธิ์สุวรรณ เจ้าของไร่ชาดอยวาวี จ.เชียงราย และบุญทวี ทะนันไชย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรผู้ปลูกชาอัสสัม จ.น่าน เจ้าของผลิตภัณฑ์ชาแปรรูป “ทีพนา” มาถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟังด้วย จากนั้นได้เยี่ยมชมแปลงปลูกชาอินทรีย์ในพื้นที่บริเวณโดยรอบศูนย์ภูฟ้าพัฒนา เพื่อจะให้ชาวบ้านได้เห็นของจริง ทั้งขั้นตอนและวิธีการดำเนินการอย่างครบวงจร
 
                      นับเป็นอีกก้าวในการส่งเสริมชาวบ้านทำการเกษตรบนพื้นที่สูง โดยใช้วิธีธรรมชาติในการปราบศัตรูพืชแทนการใช้สารเคมี ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูง ที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดกำเนิดของแม่น้ำหลายสายในปัจจุบัน
 
 
 
 
--------------------
 
(ท่องโลกเกษตร : ตามสภาวิจัยตะลุย 'เมืองน่าน' ติวเข้มชาวบ้านปราบศัตรูชาเมี่ยง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)