
ลายเส้นบวกสี...นี่แหละฉัน
12 พ.ย. 2558
ศิลปวัฒนธรรม : ลายเส้นบวกสี...นี่แหละฉัน
เพราะศิลปะไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรมาตีกรอบให้ต้องเป็นไปในทิศทางไหน เสรีภาพที่จะลงมือทำอย่างที่ใจอยาก สุดแต่จินตานาการจะพาไปจึงมีอิทธิพลอยู่เหนือความคิดใดๆ “แจง” อรอนงค์ แก้วสมบูรณ์ ศิลปินสาววัย 30 ต้นๆ พากายและใจล่องลอยไปในห้วงของความรู้สึกแล้วขีดเขียนเส้นสายก่อนจะแต้มสีเสกสรรเป็นผลงานศิลปะแบบฉบับตัวเอง จัดแสดงให้คนทั่วไปได้สัมผัสวิถีดังกล่าวในนิทรรศการภาพวาดชื่อ “ไลฟ์ อิส อาร์ต”
วันตัดริบบิ้นเปิดนิทรรศการ สิทธิรัฐ วัชราภรณ์ ผู้จัดการทั่วไป ลิกซิล วอเตอร์ เทคโนโลยี ประเทศไทย โต้โผคนสำคัญที่ทำให้เกิดงานนี้มาเป็นประธาน โดย“แจง” อรอนงค์ บอกเล่าที่มาของการตะวัดพู่กันรังสรรค์ภาพสวยๆ ว่า มาจากมุมมองในการเชื่อมโยงศิลปะและสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเข้าไว้ด้วยกัน โดยมองว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่แตกต่างกัน ศิลปะเป็นสิ่งที่กลมกลืนในชีวิตประจำวันของมนุษย์อยู่แล้ว งานศิลปะคือช่วงของชีวิตในแต่ละช่วงที่สร้างสรรค์ขึ้นมา รูปภาพที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเกิิดขึ้นจากความสุขง่ายๆ ในชีวิตประจำวันและความชอบส่วนตัวในสิ่งต่างๆ รอบตัว อาทิ สรีระที่สวยงามของผู้หญิง ดอกไม้และจินตนาการในวัยเด็กที่สวยงาม เป็นต้น
งานศิลปฺ์ของเธออาจไม่ได้เล่าปัญหาใหญ่โตในสังคม เพียงแต่เป็นช่วงหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำสิ่งที่ตัวเองรักแล้วมีความสุข ก่อนหน้านี้เน้นวาดภาพสีน้ำมัน สีน้ำ บนผืนผ้าใบ แล้วลองเปลี่ยนมาทำงานแนวป๊อป อาร์ต ที่สะท้อนความอิสระในการขีดเขียนและแต่งแต้มสีสัน จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นหลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ แล้วทำงานด้านกราฟฟิกดีไซน์อยู่ 7 ปี ก่อนจะออกมาทำงานศิลปะส่วนตัวจนลงตัวเป็นอีกหนึ่งรูปแบบเทคนิคการสร้างสรรค์ ซึ่งผลงานชุดนี้ส่วนหนึ่งมาจากนิทรรศการภาพวาดที่เคยจัดแสดงที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครชื่อ “อิมเพอร์เฟคชั่น” และที่เคยจัดแสดงที่หัวหินชื่อ “มิสหัวหิน”
“ผลงาน 22 ชิ้นส่วนใหญ่วาดขึ้นใหม่ แต่ละชิ้นออกมาจากหัวขณะนั้นเลย มีน้อยมากที่จะร่างแบบมาก่อน บางชิ้นมาจากสมุดสเก็ตที่ตัวเองวาดไว้ ไม่ถือเป็นการค้นพบอะไรใหม่ในตัวเอง แต่เหมือนเป็นการฝึกทักษะด้านงานศิลปะที่เพิ่มขึ้นมากกว่า แนวนี้เป็นแนวป๊อป อาร์ต หรือคาแรกเตอร์ มีการใช้สีดำตัดเส้นดูเป็นป๊อป ใช้สีดำและสีอะคริลิกบนแคนวาสต่อยอดจากงานขาวดำที่ตัวเองทำมาก่อนหน้านี้” เจ้าของผลงานเผย
น่าสนใจว่าแต่ละภาพดูแล้วสบายตา และแม้บางชิ้นศิลปินจะบอกว่าเป็นงานนู้ดทว่ากลับไม่ได้สื่อออกมาแนวกระตุ้นอารมณ์ทางเพศแต่อย่างใด เป็นไปในลักษณะน่ารัก น่าเอ็นดู และสวยงามด้วยเส้นสายที่ปรากฏ อย่างภาพ “ไลฟ์ ชาเวอร์” ที่เป็นหญิงสาวยืนเปลือยที่ฝักบัวโดยมีสายน้ำดอกไม้นานาชนิดชโลมไปทั่วร่าง เกิดจากไม่ได้คิดอะไรมากตอนวาดอยากขีดเขียนก็ทำไปตามความรู้สึกตอนนั้น และเมื่อชื่นชอบดอกไม้จึงนำมาแต่งแต้มอย่างที่เห็น หรืออย่างภาพนู้ด 4 ภาพต่อกันชื่อ “บิวตี้ฟูล ออฟ ไลฟ์1-4” ก็มาจากความชอบสรีระผู้หญิงเปลือยแต่ไม่สื่อออกมาด้านกามารมณ์ ดูเป็นธรรมชาติที่สร้างให้ออกมาสวยงาม สีที่ใช้แล้วแต่ความรู้สึกส่วนตัว และไม่ยึดติดว่าต้องออกมาแบบนี้ตลอด ถ้าวาดอีกอาจไม่เหมือนเดิมก็ได้ ขณะที่ภาพน่ารักๆ อย่าง “มาริลีน” เป็นผลงานเดิมจากนิทรรศการก่อนหน้านี้ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมาริลีนหญิงสาวทรงอิทธิพลยุค 60 มาริลีน มอนโรในแบบของเธอสวมใส่รองเท้าคนละข้างบวกกับใบหน้าอวบอิ่มทำให้น่ารักน่าเอ็นดูผิดแผกจากที่คุ้นเคย ใช้เทคนิคหมึกอินเดีย อิงค์ และสีอะคริลิกเผยให้เห็นถึงความอิสระ
หนึ่งภาพที่สะดุดตาจากผู้พบเห็นไม่น้อยชื่อ “ไอ แอม ซี” ต้องบอกว่าสะท้อนถึงตัวตนศิลปินได้มากที่สุด ด้วยเป็นภาพใบหน้าหญิงสาวภายใต้บล็อกสี่เหลี่ยม ส่วนลำตัววาดเป็นทิวทัศน์ทะเลใต้ขอบฟ้าใส ศิลปินเป็นชาวหัวหิน เป็นลูกน้ำเค็ม ภาพนี้จึงย้ำเตือนให้อย่าลืมว่าตัวเองนั้นมาจากไหน และไม่ว่าจะย้ายถิ่นฐานไปที่ใดก็ยังเป็นลูกน้ำเค็มอยู่ดี คุ้นชินกับอะไรก็วาดไปแบบนั้น และชิ้นที่เจ้าตัวภูมิใจนำเสนอสุดๆ คืองานที่เลือกมาทำโปสเตอร์แผ่นพับที่ชื่อ “ฟลาเวอร์ ปริ้นซ์” หรือเจ้าหญิงดอกไม้ในจินตนาการส่วนตัว โดยเธอบอกว่าชอบจังหวะสีที่ลงตัวสื่อถึงธรรมชาติที่ดอกไม้อาจจะมีเหี่ยวเฉาไปบ้างก็เหมือนกับชีวิตคนเราที่มีสดใส เศร้าหมอง สุดแต่สถานการณ์มาปะทะ
“ไม่ได้ตั้งใจวาดใคร พอดีชอบสีและเชฟของดอกไม้ เป็นผู้หญิงในจินตนาการหัวฟูๆ สิ่งที่แสดงออกบ่งบอกได้เลยว่าเราคิดอะไรตอนนั้น เราซึมซับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เล็กจนโต รู้สึกว่าธรรมชาติสร้างมาสวยงามจังเลย เป็นความสนใจในธรรมชาติเท่านั้น เพราะส่วนตัวก็ไม่ได้ชอบปลูกต้นไม้หรือชอบทำสวน เป็นมุมมองเรื่องความมหัศจรรย์ของสิ่งที่เห็นมากกว่า” หญิงสาวผู้รักธรรมชาติและดอกไม้ เผยทัศนคติส่วนตัว
นิทรรศการชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อสังคม “ทำดีด้วยใจ คืนกำไรสู่สังคม” ของแบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ด ขณะนี้ยังคงจัดแสดงอยู่บริเวณโถง ชั้น 1 ภายในลิกซิล โชว์รูม อาคารดี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายภาพจะมอบสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา ผู้สนใจสามารถเข้าชมฟรีไปจนถึง 31 ธันวาคมนี้ สอบถามข้อมูล 0-2102-2222



