
วางรากฐานเยาวชนดนตรีไทย
12 พ.ย. 2558
ศิลปวัฒนธรรม : วางรากฐานเยาวชนดนตรีไทย
ภาพความเฉื่อยชาน่าเบื่อของดนตรีไทยกำลังกลายเป็นความล้าสมัยไปแล้ว เมื่อเยาวชนไทยจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจและฝึกฝนทักษะด้านดนตรีไทยเพิ่มขึ้นแบบผิดตา สอดคล้องกับมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้จัดการประกวดดนตรีไทยโครงการ “ประชันลีลาบรรเลง เพลงคีตศิลป์” เพื่อสนองพระราชดำริในการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปะวัฒนธรรมไทย อันเป็นมรดกสำคัญของชาติ ซึ่งการประกวดครั้งนี้เป็นการแข่งขันวงดนตรีไทยในระดับเยาวชน (มัธยมต้น-ปลาย) ประเภทเครื่องสาย (เครื่องเดี่ยว) และประเภทวงปี่พาทย์ไม้นวม (เครื่องคู่) ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีวงที่ผ่านการคัดเลือกมาสู่รอบชิงชนะเลิศประเภทละ 7 วง จาก 7 โรงเรียน สุดท้ายผู้ชนะเลิศทั้ง 2 ประเภท ได้แก่ วงพรพนรัตน์ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
ดร.สิริชัยชาญ ฟักจำรุญ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวว่า ดนตรีไทยปัจจุบันมีวิธีเรียนที่ทันสมัยกว่าในอดีตที่ทุกอย่างจะต่อเพลงด้วยครูหมด ทำให้การถ่ายทอดความรู้ทำได้จำนวนน้อย ปัจจุบันมีครูสมาร์ทโฟนบันทึกภาพ บันทึกเสียงจากครูแล้วนักเรียนก็ไปฝึกต่อเองได้ เด็กจะรู้เองว่าทำได้ไม่ได้ขนาดไหน อีกสิ่งหนึ่งคือ เมื่อเล่นดนตรีไทยเป็นก็เกิดความภาคภูมิใจ และดูเท่ ด้วยเหตุผลที่ว่าใช่ว่าใครๆ จะเล่นได้ เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะ ที่ต้องเกิดจากความอดทนฝึกฝนมาอย่างยาวนาน เด็กๆ จึงไม่ขวยเขินในการสะพายเครื่องดนตรีไทยไปเรียน แต่กลับคิดว่ามันเพิ่มความเท่ให้กับตัวเอง เพื่อนๆ ก็ต่างชื่นชม นอกจากนั้น สถาบันการศึกษาต่างๆ ยังเปิดชมรมดนตรีไทยเพิ่มมากขึ้น ในระดับอุดมศึกษาเองยังมีสอนด้านดนตรีไทยกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ จะเห็นว่าสังคมได้เปิดกว้างขึ้น มีเวทีการประกวด และแรงสนับสนุนจากครอบครัว ต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นแรงกระตุ้น ช่วยจุดประกายให้เยาวชนไทยรักที่จะเล่นดนตรีไทย และเกิดความภาคภูมิใจในความสามารถพิเศษของตัวเอง
นักร้องนำ วงพรพนรัตน์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นันท์นภัส อรรถกฤษณ์ ชั้น ม.5 เล่าว่าเติบโตขึ้นมากับเครื่องดนตรีไทย เห็นพ่อกับแม่เล่นดนตรีไทยทั้งคู่ ที่ตัวเองเลือกการร้องเพลงเพราะแม่คอยสอนเรื่องการออกเสียงพูดให้ชัดถ้อยชัดคำมาตลอด ก็ได้เปรียบคนอื่นตรงนี้ พอเข้าชมรมดนตรีไทยของโรงเรียนได้เป็นนักร้องนำ ก็ฝึกหนักเรื่องเทคนิคบังคับเสียง การใช้คอ ลิ้นปี่ เพดาน ไรฟัน ฝึกทุกวันคะ อยู่ชมรมก็ฝึก กลับบ้านก็ฝึก พอทำได้ก็รู้สึกรักที่จะทำ รักที่จะร้อง
ด้าน สุภาวดี สมานวรกิจ ชั้น ม.6 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย บอกว่า เริ่มจากการฝึกดนตรีสากลมาก่อนแต่ก็ไม่ค่อยชอบ พอมาจับดนตรีไทยถึงจะยากแต่ฝึกมาถึงระดับหนึ่งจะรู้ว่าดนตรีไทยเป็นอะไรที่เรียบง่ายกว่า โดยเฉพาะเครื่องสาย ชอบเล่นซออู้เพราะมีเสียงที่ทุ้มต่ำเป็นเสน่ห์ อนาคตมองการเรียนดนตรีที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาดนตรีศึกษา ซึ่งรับตรงแบบพิเศษ ถ้าจบออกมาอาจจะสอน หรือทำอะไรที่เกี่ยวกับดนตรีไทย



