ไลฟ์สไตล์

ซื้อบ้านเก่าทำบ้านน็อกดาวน์
เป้าสนองลูกค้าคนที่มีสวน

ซื้อบ้านเก่าทำบ้านน็อกดาวน์ เป้าสนองลูกค้าคนที่มีสวน

25 ก.ค. 2552

หลังจากหอบใบปริญญาบัตรตระเวนสมัครงานมาหลายสิบแห่ง แต่ไม่มีสถานประกอบการใดอ้าแขนรับ ในที่สุดหนุ่มใหญ่วัย 35 ปีจากเมืองลิง "บุญธรรม แสงเรือง" ตัดสินใจยืนเงินคุณแม่ 4 แสนบาท ปักหลักริมถนนสายบ้านหมี่-โคกสำโรง ต.หินปัก อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ยึดอาชีพสร้างบ้านน็อ

  บุญธรรมบอกว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี สาขาวิชาการผลิต จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีลพบุรีแล้ว ตั้งใจจะหางานทำตามที่เล่าเรียนมา จึงไปสมัครงานนับสิบๆ แห่ง ทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน สมัครงานทีไรสอบข้อเขียนผ่าน แต่เวลาสอบสัมภาษณ์ไม่ผ่าน บางแห่งได้รับคำตอบเพียงให้รอเรียกตัว รอแล้วรออีกก็ไม่เรียกตัวสักที จึงคิดว่าเสียเวลาเปล่า ตัดสินใจขอยืมเงินคุณแม่ก้อนแรก 1 แสนบาท หาซื้อสังกะสีเก่ามาขายที่บริเวณริมถนนสายบ้านหมี่-โคกสำโรง หมู่ 5 ต.หินปัก อ.บ้านหมี่  ได้กำไรหาบละ 100 บาท เห็นว่าขายดี จึงมีความคิดว่า ถึงเวลานี้แล้วเราควรยึดอาชีพที่เกี่ยวกับบ้านเก่าน่าจะดีกว่า

 เขาตัดสินใจอีกครั้งด้วยการยืมเงินคุณแม่อีกรวมทั้งสิ้น 4 แสนบาท หันมาลงทุนซื้อบ้านเก่าที่เป็นบ้านไม้รูปทรงแบบไทยๆ เพื่อมาสร้างบ้านน็อกดาวน์ขาย หากบ้านใดมุ้งหลังคาสังกะสี จะแยกสังกะสีขายต่างหาก ทำได้เพียง 2-3 ปีสามารถชำระเงินที่ยืมจากคุณแม่ 4 แสนบาทได้ทั้งหมด ตอนนี้ทำมาแล้วเกือบ 6 ปี สามารถมีเงินเก็บได้จำนวนหนึ่ง เนื่องจากหากขายได้เพียงเดือนละ 2 หลังก็สามารถอยู่ได้แล้ว

 "ที่บ้านผม คุณแม่มีอาชีพค้าไม้เก่าอยู่แล้ว คือหาซื้อบ้านเก่ามาแปรสภาพแยกชิ้นส่วนขาย เพราะในปัจจุบันไม้เนื้อแข็งมีราคาแพงมาก ยิ่งเป็นไม้สัก ยิ่งแพงและที่สำคัญไม้ใหม่นั้นเป็นไม้ที่ยังไม่แกร่ง โตยังไม่เต็มที่ถูกนำมาขายกันแล้ว ไม่เหมือนไม้เก่าซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่ไม้ปลูก แต่เป็นไม้ป่าที่มีอายุมาก จึงมีความแข็งแรง ที่สำคัญไม้เก่าไม่หดด้วย มีแต่ความแข็งแรง ผมจึงมองที่คุณแม่แยกชิ้นส่วนขาย ได้กำไรระดับหนึ่ง แต่หากเรานำไม้เก่ามาประกอบทำบ้านใหม่ในรูปแบบบ้านน็อกดาวน์ จะสร้างมูลค่าให้ไม้เหล่านี้มากขึ้น จึงจ้างช่างทำบ้านมาประจำ เพื่อสร้างบ้านน็อกดาวน์ขาย โดยให้ค่าจ้างเหมาในราคาหลังละ 2-3 หมื่นบาทใช้เวลาสร้างหลังละ 1-2 เดือนขึ้นอยู่กับแบบและความยากง่ายของรูปทรงบ้านด้วย" บุญธรรม กล่าว

 สำหรับบ้านน็อกดาวน์นั้นคือ เป็นบ้านไม้เก่ามาสร้างใหม่ตามรูปทรงต่างๆ ที่ตลาดต้องการ หากเป็นบ้านหลังใหญ่ เมื่อสร้างเสร็จจะแกะมาเป็นชิ้นๆ แล้วมาประกอบในที่ของลูกค้าที่ปลูกเสารอไว้แล้ว หากเป็นบ้านขนาดเล็ก กว้างไม่เกิน 3 เมตร อาจจะบรรทุกรถสิบล้อยกไปวางได้เลย สำหรับบ้านน็อกดาวน์ของบุญธรรมนั้นมีหลายรูปทรง หลายสไตล์ ตั้งแต่ขนาดกว้าง 2.5 เมตร ยาว 3.5 เมตร จนถึงขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 5.5 เมตร หรือตามที่ลูกค้าต้องการ ขายในราคาตั้งแต่หลังละ 9 หมื่นบาทถึง 2.5 แสนบาท หากระยะทางการส่งบ้านอยู่ในรัศมีไกลกว่า 150 กิโลเมตรเจ้าของบ้านต้องช่วยค่าน้ำมันรถบรรทุกด้วย

 "บ้านแต่ละหลังของเราเน้นไม้เนื้อแข็ง จำพวกไม้เบญจพรรณ ไม้เต็ง หากเป็นไม้สักราคาจะสูงไปอีก เป็นไม้เก่าที่เรามาไสให้สวยงามเลือกไม้ที่ไม่มีตำหนิมาสร้างเป็นเรือน แล้วมาทาสีย้อมไม้ให้ดูเป็นลายไม้ที่สวยงาม บางเดือนเราขายได้เพียงหลังเดียว แต่บางเดือนขายได้หลายหลัง แต่กระนั้นภาพรวมก็อยู่ได้โดยไม่ต้องดิ้นรนมาก ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีอายุมีบ้านอยู่แล้ว แต่ซื้อไปปลูกในสวน เพื่อเป็นบ้านพักผ่อน เพราะราคาไม่แพง ข้อดีสามารถโยกย้ายได้ตามความเหมาะสมของทำเล บางคนมีที่เล็กๆ 40-50 ตารางวา แต่เจ้าตัวทำงานในเมือง ปลูกไว้เวลากลับมาเยี่ยมบ้าน แต่ที่น่าเบื่อคือเวลาที่ไปซื้อไม้จากต่างถิ่น มักจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนที่อยู่ตามด่านบางด่านรีดไถ่ครั้งละ 2,000 บาททั้งที่มีใบอนุญาตถูกต้อง" เขา กล่าว

 ด้านปิยชาติ บุตรสุคนธ์ หนุ่มใหญ่วัย 37 ปี ซึ่งเป็นลูกค้าจาก ต.คลอง มะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร บอกว่าซื้อที่ไว้ 1 แปลงที่ อ.ดำเนินสะดวก ติดกับ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร คิดว่าจะเอาไว้อยู่ตอนที่ไม่ได้ทำงานหรืออายุมากแล้ว ตอนแรกกะว่าจะทำเป็นศาลาเอาไว้นั่งเล่นในวันหยุดวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อเป็นที่นั่งพักหลบแดดหลบฝน แต่ไปถามราคาแล้วก็เกือบแสนบาท ได้แค่นั่งพักอย่างเดียว พอดีไปเห็นบ้านแถว อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นบ้านไม้สไตล์รีสอร์ทจึงสนใจขึ้นมา จึงลองค้นหาจากเว็บไซต์ดู พบว่ามีหลายแห่งที่ทำขาย แต่ว่าราคาค่อนข้างสูง

 กระทั่งมาพบของบุญธรรม ที่ลงในเว็บไซต์ราคาไม่ถึงแสนก็มีก็เลยสนใจ จึงโทรศัพท์คุยกันหลายครั้งก่อนตัดสินใจชวนครอบครัวไปดูของจริงที่บริเวณโรงงานที่บ้านหมี่ จ.ลพบุรี พอเห็นของจริงยิ่งถูกใจกับแบบบ้านที่ทำอยู่ แต่ราคาก็เกินสองแสนบาท แต่ บุญธรรม ได้เสนอหลายแบบ วันนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจ  จน บุญธรรม โทรศัพท์มาบอกว่า กำลังสร้างบ้านคล้ายกับที่เขาอยากได้ ราคาก็ไม่แพง เลยตัดสินใจไปดูอีกครั้งและตกลงเซ็นสัญญาซื้อกันเลย กะว่าจะเอาไปวางไว้บริเวณบ่อเลี้ยงปลา ก่อนสร้างบ้านหลังใหญ่ในอนาคต

 ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจเพราะในยุคที่เศรษฐกิจฝืดอย่างปัจจุบัน บ้านน็อกดาวน์อาจเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากมีบ้านเล็กๆ ไว้สัก 1 หลัง

          
หลากแบบ...หลายสไตล์...ต่างราคา
 
 สำหรับบ้านน็อกดาวน์ ของ บุญธรรม แสงเรือง มีหลายรูปแบบ แต่ได้รับความนิยม มีบ้านทรงหัวตะหลิว บ้านทรงมะลิซ้อน และบ้านทรงมะลิซ้อนแบบมีจั่วหลอกด้านข้าง มีตั้งแต่ขนาดเล็กกว้างประมาณ 2.5 เมตร ยาว 3.5 เมตร มีนอกชาน จนถึงขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 5.5 เมตรสูงจากพื้นดินถึงหน้าจั่วประมาณ 5 เมตร ข้างในกรุ ตีฝ้า มีนอกชาน มีลายรอบตัวบ้าน แต่ต้องไปสร้างห้องน้ำเอง 

 ส่วนราคานั้น บ้านทรงหัวตะหลิวจะมีความกว้างประมาณ 2.5 เมตร ยาวรวมทั้งหมด 5 เมตร ระเบียงข้าง 1.20 ระเบียงหลัง 1.20 เมตรภายในกรุเป็นไม้จริงทั้งหมด ราคาตกที่หลังละ 2.5 แสนบาท บ้านทรงมะลิซ้อนจะมีความกว้าง  2.5 เมตร ยาว 4.50 เมตร ระเบียงหน้า 1.50 เมตร ระเบียงข้าง 1.20 เมตร ภายในกรุเป็นไม้จริงทั้งหมดราคาอยู่ที่ 2 แสนบาท และบ้านทรงมะลิซ้อนแบบมีจั่วหลอกด้านข้างราคาอยู่ที่  2.1  แสนบาท ความกว้างกับความยาวเท่ากัน แต่หากเป็นบ้านทรงธรรมดาขนาดกว้าง 2.5 เมตร ยาว 3.5 เมตร ราคาอยู่ราว 9 หมื่นบาท


"สรศักดิ์  ทับทิมพราย"