ไลฟ์สไตล์

อยากได้ที่สาธารณะคืนให้แผ่นดิน

อยากได้ที่สาธารณะคืนให้แผ่นดิน

10 พ.ย. 2558

เปิดซองส่องไทย : อยากได้ที่สาธารณะคืนให้แผ่นดิน

 
                      ผมมีเรื่องอยากให้ลุงแจ่มเข้าช่วยเหลือด้วย คือว่า บ้านเลขที่ 58 หมู่ 3 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2557 เรื่อง ที่สาธารณะหาย เรียน นายสมัย แก้วเกษเกี้ยง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาไหล คือ
 
                      1.เอกสารหวงห้าม ลำดับที่ 15 ตำบลถ้ำมะค่า อำเภอปากเพรียว จังหวัดสระบุรี
 
                      2.หนังสือกำนัน ตำบลหนองปลาไหล รายงาน นายอำเภอเมืองสระบุรี เรื่อง คณะกรรมการตรวจสอบ ที่สาธารณะ บ้านหนองแต้หมู่ที่ 3 ด้วยตามเอกสารหวงห้าม ลำดับที่ 15 ตำบลถ้ำมะค่า อำเภอ ปากเพรียว จังหวัดสระบุรี ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาไหล ที่ 55/2548 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2548 ได้ตรวจสอบแล้วว่า ที่สาธารณะ บ้านหนองแต้หมู่ที่ 3 และที่สาธารณะ ตามเอกสารหวงห้าม ลำดับที่ 15 ตำบลถ้ำมะค่า อำเภอปากเพรียว จังหวัดสระบุรี เป็นแปลงเดียวกัน 
 
                      และปัจจุบันตั้งอยู่หมู่ 3 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี ได้ระบุว่า เป็นที่สาธารณประโยชน์และเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แต่ปัจจุบันนี้ ที่สาธารณประโยชน์แปลงดังกล่าว ได้ถูกยึดครอง จึงขอให้ท่านซึ่งมีหน้าที่ดูแล รักษา ที่สาธารณประโยชน์และเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ได้โปรดดำเนินการนำที่สาธารณประโยชน์ แปลงดังกล่าวคืนมาด้วย
 
 
นายหยวก
 
 
ตอบ
 
 
                      นายสมัย แก้วเกษเกี้ยง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองปลาไหล จ.สระบุรี ชี้แจงว่า เรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนมายัง อบต.นั้น ทางอบต.ได้ทำหนังสือถึงทางอำเภอ ถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ถึงกรมที่ดินด้วย มีหนังสือชี้แจงมา ทางนายกอบต.เองไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามเอาที่หวงห้ามตรงนี้คืน แล้วได้ทำเรื่องถึงทางผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี หนังสือตอบมาว่าให้สอบถามไปยังกรมที่ดิน ทางอบต.ก็ได้ทำหนังสือไปถึงกรมที่ดินอีกครั้งหนึ่ง
 
                      ส่วนการดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินออกทับที่สาธารณประโยชน์ หมู่ 3 ของอบต.หนองปลาไหล อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี
 
                      อบต.หนองปลาไหล ได้เคยยื่นคำร้องขอรังวัดที่ดินเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (ที่ดินสาธารณประโยชน์ หมู่ 3) และมีผู้ร้องคัดค้านและแจ้งความดำเนินคดีกับอบต.หนองปลาไหล ในคดีความอาญาและคดีความแพ่ง บัดนี้ผลการพิจารณาคดีอาญาและคดีแพ่งได้พิจารณาถึงที่สุดแล้ว โดยในคดีอาญาทั้งศาลอาญาชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์เชื่อว่าที่ดินสาธารณะ (ที่รกร้างว่างเปล่า) มีอยู่จริงจึงพิพากษายกฟ้อง อบต.หนองปลาไหล โดยอบต.หนองปลาไหลได้นำคำพิพากษาในคดีอาญาเพื่อส่งเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาในชั้นศาลฎีกาของแผนกคดีแพ่ง ซึ่งคู่กรณีได้ยื่นฎีกาไว้ และศาลฎีกาแผนกคดีแพ่งไม่รับพิจารณาคำร้องฎีกาเพิ่มเติมของอบต.หนองปลาไหล ส่วนในคดีแพ่งทั้งศาลชั้นต้นชั้นอุทธรณ์และศาลฎีกา พิพากษาให้อบต.หนองปลาไหลรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและชดใช้ค่าเสียหายให้กับโจทย์
 
                      อบต.หนองปลาไหล ได้ทำหนังสือหารือการเพิกถอนโฉนดที่ดินออกทับที่สาธารณประโยชน์ ถึงอธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558 ว่าอบต.หนองปลาไหลจะสามารถดำเนินการขอเพิกถอนโฉนดที่ดินที่สันนิษฐานว่าออกทับที่สาธารณประโยชน์ได้หรือไม่อย่างไร แต่อบต.หนองปลาไหลยังมิได้รับหนังสือตอบข้อหารือแต่อย่างไร
 
                      และอบต.หนองปลาไหลได้หารือกรมที่ดิน ว่าจะสามารถเพิกถอนโฉนดที่ดินที่สันนิษฐานว่าออกทับที่สาธารณประโยชน์จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร
 
                      กรมที่ดินได้ตอบข้อหารือว่า ตำแหน่งและขอบเขตที่สาธารณประโยชน์อยู่บริเวณใดและมีขอบเขตอย่างไร ยังไม่ปรากฏผลเป็นที่ยุติในเรื่องตำแหน่งและขอบเขตที่แน่นอนของที่สาธารณประโยชน์ โดยที่มาตรา 61 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติว่า “เมื่อความปรากฏว่าได้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้ใดโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งดำรงตำแหน่งรองอธิบดี หรือผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน มีอำนาจหน้าที่สั่งเพิกถอนหรือแก้ไขได้”
 
                      ดังนั้นการที่จะดำเนินการแก้ไขหรือเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกไปโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายได้จะต้องมีการตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดให้เป็นที่ยุติว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวได้ออกทับที่สาธารณประโยชน์ จึงเป็นหน้าที่ของอำเภอเมืองสระบุรีและอบต.หนองปลาไหล ที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติในเรื่องตำแหน่งและขอบเขตของที่สาธารณประโยชน์กับตำแหน่งของที่ดินพิพาทว่ามี่การทับซ้อนกันจริงหรือไม่อย่างไร ทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วจึงส่งเรื่องสำนักงานที่ดินจังหวัดสระบุรีพิจารณาดำเนินการตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฏหมายที่ดินต่อไป 
 
                      โดยก่อนที่จังหวัดจะพิจารณาดำเนินการเพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้นๆ จังหวัดจะต้องดำเนินการตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท 0719/ว 39814 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2540 เรื่อง การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตที่ดินของรัฐ ข้อ 2 โดยนำเรื่องเสนอต่อคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐประจำจังหวัด (กบร.จังหวัด) พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน เสร็จแล้ว จึงจะพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดพร้อมความเห็นส่งเรื่องให้กรมที่ดินพิจารณาดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป
 
                      ขณะนี้อบต.หนองปลาไหล และอำเภอเมืองสระบุรี กำลังดำเนินการตรวจสอบหาตำแหน่งและขอบเขตที่แน่นอนของที่สาธารณประโยชน์