
สิ้น'สุชาติ ทรัพย์สิน'ศิลปินแห่งชาติหนังตะลุง
07 พ.ย. 2558
ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดงพื้นบ้าน (หนังตะลุง) 'สุชาติ ทรัพย์สิน' ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยโรคชราในวัย 77 ปี
7 พ.ย. 58 ช่วงย่ำรุ่ง ครอบครัวของนายสุชาติ ทรัพย์สิน หรือที่รู้จักในนาม “หนังสุชาติ” ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ประเภทหนังตะลุง ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคชราที่บ้านพัก ที่ตั้งอยู่ในบริเวณพิพิธภัณฑ์หนังตะลุง เลขที่ 6 ซอยศรีธรรมโศก 3 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยได้แจ้งต่อทางราชการว่า นายสุชาติ ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยอาการของโรคชราในบ้านพักในวัย 77 ปี
ขณะเดียวกันลูกหลานเตรียมเคลื่อนศพจากบ้านพักไปทำพิธีรดน้ำศพและบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นจะรอขอพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ ในฐานะศิลปินแห่งชาติผู้ทำนุบำรุงและรักษาศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้ โดยเฉพาะหนังตะลุง
นางนภสร ค้าขาย ผอ.ททท.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า อาจารย์สุชาติ เป็นศิลปินแห่งชาติผู้ยิ่งใหญ่ เป็นเจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัลระดับประเทศมากมาย โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงที่ได้ก่อตั้งมาในปี 2530 กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างกว้างขวางจนได้รับรางวัลกินรียอดเยี่ยม อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้และนันทนาการ (ไทยแลนด์ ทัวริสม์ อวอร์ดส) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
นายหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2481 ที่บ้านสระแก้ว เลขที่ 134 หมู่ 5 ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช สําเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดสระแก้ว และขณะที่ิเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 3 ทางวัดได้จ้างนายด่วน ช่างจากกรุงเทพฯ มาทำพระประธาน ซึ่งนายสุชาติได้ไปเฝ้าดูด้วยความสนใจ เมื่อนายด่วนมีเวลาว่างจึงสอนให้หัดเขียนลายไทย จุดนี้เองที่ได้วิชา เพราะความรักงานศิลปะในจิตใจของนายสุชาติ
ด้วยชีวิตในวัยเด็กได้ผูกพันกับหนังตะลุงมาโดยตลอด จนกระทั่งมีคณะหนังตะลุงเป็นของตัวเอง โดยการแสดงหนังตะลุงของศิลปินแห่งชาติรายนี้จะเน้นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมการแสดงหนังตะลุงแบบดั้งเดิมทั้งหมด จะไม่นำเครื่องดนตรีสากลมาผสม กล่าวคือ ไม่นำเครื่องดนตรีสากลเข้ามาประกอบในการแสดง ยังคงใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน ได้แก่ โหม่ง ฉิ่ง ทัก กลองตุ๊ก และปี่ ขณะทำการแสดงจะเน้นศิลปะด้านการเชิดรูปหนัง และการขับบทกลอนตามทำนองกลอนที่ใช้เฉพาะฉากเฉพาะตอน ตามแบบอย่างของหนังตะลุงยุคโบราณ
นอกจากนี้ยังได้อนุรักษ์วิธีการทำตัวหนังตะลุง และสร้างพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงขึ้นในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อแสดงเรื่องราวความเป็นมาของหนังตะลุงในหลายภูมิภาคของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา จนกระทั่งในปี 2549 ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงพื้นบ้านหนังตะลุง ซึ่งได้ปฏิบัติตนในการธำรงไว้ซึ่งการอนุรักษ์ศิลปะการแสดงแขนงนี้มาตลอดชีวิตจนเป็นที่รู้จักในระดับสากล
ผลงานการแกะหนังตะลุงที่นายสุชาติภูมิใจมากที่สุดเป็นงานที่ชนะการประกวดชิ้นแรก ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ณ สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช งานดังกล่าวเป็นรูปช้างเอราวัณ หลังจากชนะการประกวดแล้ว ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งว่า “ขอบใจนะที่รักษาของเก่าไว้ให้ อย่าหวงวิชา”
พร้อมกันนี้ นายสุชาติ ยังได้ทำงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้ประดิษฐ์และแกะหนังใหญ่เรื่องพระมหาชนกรวม 45 ภาพ



