ไลฟ์สไตล์

คุณพระช่วย นครชัยศรี: แสนคลาสสิก สุดแฟนตาซี

คุณพระช่วย นครชัยศรี: แสนคลาสสิก สุดแฟนตาซี

08 พ.ย. 2558

ท่องไปกับใจตน : คุณพระช่วย นครชัยศรี: แสนคลาสสิก สุดแฟนตาซี : โดย ... ธีรภาพ โลหิตกุล [email protected]

 
                      เป็นอีกครั้งที่ผมต้องถามตนเองว่า มัวแต่ไป “กินด่าง” ในแดนไกลอยู่ที่ไหน จึงมองข้าม “เกลือ” ดีๆ ที่อยู่ใกล้ไปเสียนี่ อาจเป็นเพราะ “นครชัยศรี” อยู่แนบชิดไม้ใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครจนเกินไป จึงถูกเงาทะมึนของ “เมืองหลวง” ทอดทาบทับไว้จนนึกไม่ถึงว่าจะมีอะไรน่าสนใจ กระทั่งเมื่อเลี้ยวรถเข้าไปในวัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ความรู้สึกแรกคือตื่นตาตื่นใจกับโครงสร้างขนาดใหญ่ของวัดนี้ แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าโบสถ์วิหารตระการตา คือหอพระไตรปิฎกกลางน้ำ ที่นับวันจะหาดูได้ยาก เพราะเมื่อไม่ใช้เก็บพระไตรปิฎก ในลักษณะที่เป็นคัมภีร์ใบลานเช่นในอดีตแล้ว อีกทั้ง “คอมพิวเตอร์” ยังช่วยเก็บถนอมรักษา ไม่ให้มอด มด แมลง มากัดกินได้ดีกว่า หอไตรฯ ในวัดหลายแห่งจึงกลายเป็นส่วนเกิน แล้วค่อยๆ ถูกทิ้งร้างจนผุพังไปตามกาลเวลาอย่างน่าเสียดายในที่สุด
 
                      ทว่า หอไตรฯ กลางน้ำ วัดกลางบางแก้วยังดำรงอยู่อย่างดีเยี่ยม มีการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ เมื่อไม่นานมานี้ น้ำที่ล้อมรอบก็สะอาดสะอ้าน เสริมส่งให้ตัวหอยิ่งงามสง่า เป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาพื้นบ้านอันทรงคุณค่ายิ่งนัก เพราะเป็นเรือนไม้สักทรงไทย ผนังเป็นฝากระดานลูกฟักแบบอยุธยา หน้าบันเป็นไม้แกะสลักรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ อายุอานามเกือบ 130 ปี เพราะสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2431 ในแผ่นดินรัชกาลที่ 5 ตราบจนวันนี้ ยังใช้เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกเช่นในอดีต กล่าวได้ว่าล้ำเลอค่าทั้งภายนอกและภายใน เพราะหอไตรฯ วัดอื่นที่ยังเหลืออยู่ ส่วนใหญ่อนุรักษ์แต่โครงสร้างภายนอกไว้เท่านั้น ส่วนพระไตรปิฎกที่เป็นคัมภีร์ใบลานจริงๆ นั้น...ไม่เหลือแล้ว
 
                      ใกล้ๆ กับหอไตรฯ คือพิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก ซึ่งมองจากภายนอกแล้ว ชวนให้ “มโน” ไปเองว่าคงจะเหมือนพิพิธภัณฑ์ในวัดทั้งหลาย คือเงียบเหงา และมีสถานะเป็น “ที่เก็บของ” เสียมากกว่าจะเป็น “ที่จัดแสดง” แต่พอเข้าไปเห็นด้านในก็ต้องตะลึง เพราะนี่คืออาคารพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ ที่มีศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ จัดแสดงไว้เต็มทั้งสามชั้น คุณพระช่วย! ชั้นแรก เป็นพระพุทธรูป ศิลปะอู่ทองและอยุธยา ทั้งที่เป็นไม้ เป็นสำริด เป็นแก้ว และเป็นแบบบุทองคำเปลว รวมๆ แล้วทรงคุณค่าจนมิอาจประเมินค่าได้ นอกจากนั้น ยังมีตู้พระธรรมลายรดน้ำ หีบพระธรรมใส่คัมภีร์ใบลาน และสมุดข่อย บันทึกภูมิปัญญาด้านสมุนไพรรักษาโรคของคนโบราณ ล้ำเลอค่าไม่แพ้กัน
 
                      ชั้นสอง แสดงเครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย เครื่องถ้วยชามเบญจรงค์สมัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ เครื่องลายครามสมัยต่างๆ รวมทั้ง ธรรมาสน์มุก ถวายโดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในรัชกาลที่ 8 ส่วนชั้นสาม จัดแสดงพระพุทธรูปปางต่างๆ ขนาดเท่าคนจริง และที่สำคัญคือรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่บุญ กับกุฏิดั้งเดิมที่เป็นไม้ทรงมนิลาของหลวงปู่ ซึ่งเป็นคำตอบของคำถามว่า เหตุใด พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก จึงเป็น “พิพิธภัณฑ์ในวัด” ที่สมบูรณ์แบบกว่าพิพิธภัณฑ์ในวัดใดๆ
 
 
คุณพระช่วย นครชัยศรี: แสนคลาสสิก สุดแฟนตาซี
 
 
                      ทั้งนี้เพราะหลวงปู่บุญ หรือพระพุทธวิถีนายก (บุญ ขันธโชติ พ.ศ.2391-2478) เป็นพระเกจิด้านวัตถุมงคลและการแพทย์แผนโบราณ ที่สำคัญคือเมื่อครั้งเป็นเจ้าอาวาส ท่านบูรณปฏิสังขรณ์วัดกลางบางแก้ว จากสภาพทรุดโทรมด้วยเป็นวัดเก่าแก่แต่สมัยอยุธยา จึงได้รับแรงศรัทธามหาศาลจากพุทธบริษัท ช่วยกันบริจาคทรัพย์และถวายศิลปวัตถุล้ำค่ามากมาย จึงนำมาจัดแสดงไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
 
                      โภคทรัพย์อันมั่งคั่งที่วัดกลางบางแก้วดังกล่าวมาแล้ว ยังสะท้อนความบริบูรณ์พูนผลของที่ราบลุ่มแม่น้ำนครชัยศรี ในฐานะแหล่งปลูกข้าวและผลไม้นานาชนิด อันเป็นที่มาของคำขวัญ (เดิม) ประจำจังหวัดนครปฐมที่ว่า “ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย”  อีกทั้งนครชัยศรียังเป็นชุมทางการค้าที่สำคัญ ระหว่างจังหวัดภาคเหนือกับที่ราบลุ่มแม่น้ำในภาคกลาง จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ประวัติศาสตร์บางสำนักจะระบุว่า นครปฐมเป็นบ้านเป็นเมืองเป็นจังหวัดขึ้นมาได้ ก็จากจุดเริ่มต้นที่นครชัยศรีนั่นเอง
 
                      อำลาวัดกลางบางแก้วเมื่อใกล้บ่ายแล้ว จึงมุ่งหน้าสู่ “ตลาดท่านา” ริมน้ำนครชัยศรี ซึ่งเป็นอีกภาพลักษณ์หนึ่ง ที่บ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของที่ราบลุ่มแม่น้ำนครชัยศรี จึงมีของอร่อยมากมายให้เลือกชิม ในบรรยากาศคลาสสิกของตลาดไม้เก่าแก่กว่า 150 ปี โดยเฉพาะเป็ดพะโล้ที่ตลาดนี้ โด่งดังไกลไปถึงต่างประเทศทีเดียว
 
                      อิ่มหนำสำราญแล้ว หากยังมีเวลา ขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของนครชัยศรี คือ “เมืองไม้แฟนตาซี” ที่เปิดตัวด้วยภาพลักษณ์ “ดินแดนในตำนาน” เล่าขานผ่านงานไม้แกะสลักเป็นรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ นับพันชิ้น พระศิวะ พระพิฆเนศ เหล่านางอัปสรา พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (ศิลปะบายน) พระโพธิสัตว์ (กวนอิม) พระมหามัยมุนี (มัณฑะเลย์) พระเยซูคริสต์ ฯลฯ ซึ่งเป็นงานสะสมของ อ.ณรงค์ ทิวไผ่งาม บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรี
 
                      เรื่องราวใน “เมืองไม้แฟนตาซี” คือภาพสะท้อนสังคม “พหุวัฒนธรรม” อันเป็นเนื้อแท้ของภูมิภาคอุษาคเนย์-อาเซียน ที่ผสมผสานวัฒนธรรมอันแตกต่างและหลากหลายเข้าด้วยกันอย่างประนีประนอม นำมาซึ่งสันติสุขและความสมานฉันท์ มานานก่อนที่จะหลอมรวมเป็นครอบครัวเดียวกันในนาม “ประชาคมอาเซียน” 31 ธันวาคม 2558 นี้
 
 
 
 
---------------------
 
(ท่องไปกับใจตน : คุณพระช่วย นครชัยศรี: แสนคลาสสิก สุดแฟนตาซี : โดย ... ธีรภาพ โลหิตกุล [email protected])