ไลฟ์สไตล์

หนึ่งเดือนกับสามพี่น้องไอพอด

หนึ่งเดือนกับสามพี่น้องไอพอด

08 พ.ย. 2558

ไอทีรีวิว : หนึ่งเดือนกับสามพี่น้องไอพอด

 
                      เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลพกพานั้น มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเหลียวกลับไปไม่เห็นต้นกำเนิดกันแล้ว และยิ่งเป็นเครื่องเล่นเพลงของค่ายแอปเปิ้ล ในตระกูล “iPod” (ไอพอด) ก็เปลี่ยนแปลงไปจากการเป็นเครื่องเล่นไฟล์เพลง Mp3 (เอ็มพีสาม) แบบดั้งเดิม จนกลายมาเป็นเครื่องเล่นไฟล์ดิจิทัลที่ให้ความบันเทิงหลากหลาย และใช้งานสารพัดประโยชน์
 
                      เป็นรองก็แค่สมาร์ทโฟนบางรุ่นที่มีชิปเสียงดีๆและใส่ซิมการ์ด รองรับการสื่อสารกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้เท่านั้น
 
                      อาจกล่าวได้ว่า แอปเปิ้ล อิงค์ เป็นผู้บุกเบิกตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลตัวจริงจากการเปิดตัวไอพอดรุ่นแรกที่ใช้ฮาร์ดดิสก์ขนาด 1 นิิ้ว เป็นแหล่งเก็บข้อมูล บรรจุเพลงได้นับพัน และสั่งการด้วยแป้นสัมผัสแบบวงกลมที่เรียกกันติดปากว่า “แป้นหมุน” และหน้าจอขาวดำแสดงชื่อเพลงจนกลายเป็นมาตรฐานและอัตลักษณ์ของไอพอดในตระกูลคลาสสิก
 
                      จนต่อมาแอปเปิ้ลก็พัฒนาไอพอดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นจับกลุ่มตลาดเฉพาะของแต่ละกลุ่ม โดยแตกหน่ออกมาเป็น iPod Touch (ไอพอด ทัช) iPod Nano (ไอพอด นาโน) และ iPod Shuffle (ไอพอด ชัฟเฟิล) ที่เหมาะกับการใช้งานแต่ละรูปแบบตามไลฟ์สไตล์ของว่าที่ลูกค้าแต่ละคน
 
                      ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลจะเน้นที่การใช้ประโยชน์ และการออกแบบที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้ใช้ไปอีกด้วย
 
                      ผู้เขียนมีโอกาสสัมผัสไอพอดรุ่นล่าสุดทั้งสามพี่น้อง (ไอพอด ทัช นาโนและชัฟเฟิล) ราว 1 เดือน เพื่อใช้งานในรูปแบบต่างๆ กัน ตามแต่โอกาสและความพึงพอใจ จึงได้บทสรุปในความคิดส่วนตัวถึงประโยชน์ในการใช้งานและความเหมาะสมในการใช้งานแต่ละโอกาสของพี่น้องไอพอดทั้งสามตัว จึงอยากจะใช้พื้นที่นี้มาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ ไม่ใช่เป็นการรีวิวจริงจังนัก เพราะเชื่อว่าคนไอทีอย่างพวกเรานั้น รู้จักสเปกต่างๆ ของพี่น้องตระกูลไอพอดนี้ดีอยู่แล้ว
 
                      เริ่มจากน้องนุชสุดท้อง เจ้า ไอพอด ชัฟเฟิล เจเนอเรชั่น 4 ขนาดความจุ 2 กิกะไบต์ (2 GB) ที่ถือว่าตัวเล็กที่สุดในตระกูลไอพอด และใช้งานง่ายที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะเจ้าตัวเล็กนี่้ ไม่มีทั้งหน้าจอสัมผัส ไม่ต้องอาศัยโปรแกรมไอทูน (iTunes) ในการนำเพลงเข้าใส่ในตัวเครื่อง แต่ถ้าจะเพลย์เซฟก็สามารถใช้วิธีการลงเพลงผ่านโปรแกรมคู่ใจเจ้าไอพอดนี้ก็ได้ เพื่อที่จะได้รู้ว่าในตัวเครื่องยังมีความจุหลงเหลืออีกมากน้อยเพียงใด
 
                      ทั้งยังใช้ไอทูนส์จัดเรียงเพลงได้ตามประสงค์ ซึ่งน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า เนื่องจากเจ้าไอพอด ชัฟเฟิล ไม่มีหน้าจอแสดงผลทำให้การเลือกเพลงต้องอาศัยการฟังก่อน แล้วค่อยกดเลือกที่ปุ่มวงกลมขนาดใหญ่ด้านหน้าเพื่อเลือกว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลังไปยังเพลงอื่นที่ต้องการ
 
 
หนึ่งเดือนกับสามพี่น้องไอพอด
 
 
                      อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากจะรู้ว่าเพลงที่กำลังฟังนั้นชื่ออะไร อยู่ในเพลย์ลิสต์อะไร ก็สามารถกดปุ่ม Voice Over ที่สามารถอ่านชื่อเพลงได้มากถึง 23 ภาษา รวมทั้งภาษาไทย แต่หากเป็นเพลงที่ไม่ได้ส่งผ่านทางโปรแกรมไอทูนแล้วดูเหมือนจะไม่สามารถอ่านได้
 
                      ด้วยความที่เจ้าชัฟเฟิล เจเนอเรชั่น 4 มีขนาดเล็กมาก (ใหญ่กว่าเหรียญ 10 บาทไม่เท่าไหร่) และมีคลิปสำหรับหนีบติดกับเสื้อ กระเป๋า หรือเป้คู่กาย ทำให้การพกพาเจ้าชัฟเฟิล เจน 4 นี่ทำได้สะดวกที่สุด เหมาะกับการใช้งานในวันที่ต้องเดินเท้า ปั่นจักรยาน หรือขึ้นรถลงเรือ ไปเหนือล่องใต้ และต้องใช้มือทำงานอย่างอื่นมากมาย จะได้ไม่ต้องมาเกะกะกับการจับถือเจ้าชัฟเฟิล เจน 4
 
                      หน้าตาดูน่ารัก บอดี้เป็นโลหะ ตัวที่ผู้เขียนได้รับมาเป็นสีฟ้า รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมนี้เอง ซึ่งในชุดที่เปิดตัวด้วยกันนั้น มีสีบอดี้ที่แสบสันอีกมาก เด่นๆ ก็จะเป็นสีทอง สีชมพู และสีแดงรุ่นพิเศษสำหรับการกุศล
 
                      ส่วนเรื่องเสียงนั้นจะออกไปในแนวกลางเด่นเป็นหลัก เสียงแหลมไม่ค่อยปรากฏ ส่วนเสียงเบสมีมาให้พอประมาณ ไม่น้อยเกินไปจนน่าเกลียด เหมาะกับเพลงที่มีจังหวะชัดๆ มากกว่าเพลงแจ๊สที่ต้องตั้งใจจับรายละเอียด ซึ่งเป็นการฟังเพลงจากหูฟังที่ให้มาในกล่อง ซึ่งเป็นหูฟังแบบอินเอียร์ที่มีหน้าลำโพงแบบเปิด คล้ายกับที่ใส่มาในชุดของไอพอดรุ่นก่อนๆ และไอโฟน 4 ถึง 4 เอส หูฟังชุดนี้จะให้เวทีเสียงอยู่ตรงกลาง เป็นเวทีขนาดใหญ่ ไม่อั้นเสียง
 
                      แต่เมื่อจับหูฟังชุดที่มากับไอพอด ทัช ที่เป็นหูฟังรุ่นใหม่ แบบหน้าลำโพงปิด มีช่องระบายเสียงทางด้านหน้านั้น จะให้เสียงที่ไม่เพราะเอาเสียเลย ไม่เหมาะกับเจ้าชัฟเฟิล เจน 4 จริงๆ
 
                      อายุการใช้งานแบตเตอรี่ก็อยู่ได้นาน นานที่สุดในตระกูลไอพอดที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยแอปเปิ้ลเคลมว่า เจ้าตัวเล็กนี้ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 15 ชั่วโมง แต่ผู้เขียนใช้งานแบบเปิดๆ ปิดๆ ก็อยู่ได้เกินสัปดาห์
 
                      ขณะที่การชาร์จไฟและโอนถ่ายเพลงต้องอาศัยสายไฟชุดพิเศษที่มีมาในกล่องหัวด้านหนึ่งเป็นพอร์ตยูเอสบี อีกด้านจะเป็นแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร เป็นสายสั้นๆ ที่น่ากังวลว่าจะหายได้ง่ายสักหน่อย
 
                      บอกตรงๆ ว่าแนวเสียงของเจ้าชัฟเฟิล เจน 4 นี่ “เข้าทาง” กับแนวเพลงร็อก รุ่นเก๋าๆ ที่มีแนวเสียงออกไปทางอนาล็อก จะเข้ากั๊นเข้ากันดีมาก อย่างกับกะเพราไก่ใส่ไข่ดาว